หุ้นเครือ CP ร่วงอ่อนระทวย ฮา ..นักลงทุนถามจะเลิกขายไก่เหรอ???

Publish 2017-12-04 12:05:39



คนในทุบเองปะ กำไรมโหฬารแต่หุ้นร่วง ติดตามเพจ Richman can do

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เป็นบริษัทหลักที่อยู่ในกลุ่ม ซีพี ของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ และเป็นกิจการที่สำคัญของตระกูลนี้ ที่ทำธุรกิจมากมายหลายอย่างในประเทศไทย ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็บอกว่า ขายตั้งแต่สากกระเบือ ยัน เรือรบ บางส่วนก็พูดว่า ผูกขาดเพราะคนรวยทำเองหมดทุกอย่าง ทำให้ชาวบ้านไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร สุดท้ายต้องมาเป็นลูกจ้างให้กับบริษัทนี้ เนื่องจากทำการค้าต่อไปก็สู้ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ 
 CPF ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่จำแนกธุรกิจหลักตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ 2) ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ (Farm) ได้แก่ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า และการแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน 3) ธุรกิจอาหาร (Food) ได้แก่ การผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก และการผลิตสินค้าอาหาร รวมถึงกิจการค้าปลีกและร้านอาหาร จึงดูเหมือนว่า ไปแย่งอาชีพเกษตรกร ซึ่งก็มองได้หลายมุม



 แต่วันนี้หุ้น CPF ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้น เกิดอาการหัวทิ่มบ่อ เพราะหุ้นร่วงมาจากราคา 27 บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงวันนี้ 4/12/60 ราคาระหว่างวันเวลาราว 11.50 น. ปรับตัวขึ้นมาอยู่ระดับ 24.10- 24.20 บาท บวกราว 20 สตางค์ และปรับตัวขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้จะอ่อนระทวยลงไปอีกหรือไม่  
เหตุการณ์ที่หุ้นปรับตัวลงเกิดมาตั้งแต่ บริษัทประกาศผลดำเนินงานโดยรวมงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 12,933 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ยอดขายงวด 9 เดือนปี 2560 จำนวน 372,024 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 8 จากปีที่ผ่านมาโดยยอดขายจากกิจการในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 13% ส่วนยอดขายจากกิจการในประเทศไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2559
ซีพีเอฟเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในไทย ขยายการลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน อินเดีย ตุรกี รัสเซีย กัมพูชาฟิลิปปินส์ มาเลยเซีย อังกฤษ เบลเยี่ยม ศรีลังกาและโปแลนด์  โดยล่าสุดได้มีการลงทุนในประเทศเยอรมันเป็นประเทศที่ 17 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
 



ดังนั้นเมื่อเห็นผลประกอบการของ ซีพีเอฟ ที่แม้กำไรของธุรกิจหลักจะปรับตัวลดลง แต่บริษัทก็ยังสร้างกำไรได้สวยหรู รวม 9 เดือนก็กำไร 1.2 หมื่นล้านบาท คำถามจึงตามมามากมาย  เกิดอะไรขึ้นกับบริษัท โดยเฉพาะ ใน พันธุ์ทิพย์  แชทกันสนั่น นักเลงคีย์บอร์ด บางรายตั้งคำถามว่า บริษัทนี้จะเลิกขายไก่ เหรอ หุ้นถึงร่วงเอา แบบนี้     

มาดูมุมมองนักวิเคราะห์  บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงมองว่า    ราคาหมูในประเทศไทยที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปีหน้า (ซึ่งปัจจัยบวกข้างต้นน่าที่จะกลบผลกระทบทางลบจากธุรกิจหมูในประเทศที่อ่อนตัวลง) และเนื่องจากกำไรหลักสำหรับงวด 9 เดือนของปี 2560 ออกมาสูงกว่าคาด เราจึงทำการปรับประมาณการกำไรหลักสำหรับปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 8% (ไปอยู่ที่ 8พันล้านบาท) แต่ยังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2561 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง CPF ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มอาหารที่ บริษัทชื่นชอบเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนในปี 2561

ส่วนราคาหมูในประเทศไทยเฉลี่ยที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปี 2561 จะส่งผลให้ธุรกิจหมูในประเทศลดลงในปีหน้า (เนื่องจากอุปทานหมูในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีก 10 เดือนข้างหน้า) หลังจากที่ธุรกิจหมูในประเทศมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งมาตลอด  4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจไก่ส่งออก ยังคงคาดวอลุ่มส่งออกไก่ของไทยจะยังคงแข็งแกร่งไปจนถึงปี 2561
ราคาส่งออกไก่สดแช่แข็งปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 900 เหรียญต่อตัน (มาอยู่ที่ 3,400 เหรียญต่อตัน) ธุรกิจกุ้งในประเทศไทย ถ้าอ้างอิงจากประมาณการผลผลิตกุ้งของทั้งอุตสาหกรรมที่คาดเพิ่มขึ้นอีก 10-15% ในปี 2561 (จาก 3 แสนตันในปี 2560)  คาดว่าธุรกิจกุ้งของ CPF มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นปี 2561

อย่างไรก็ตาม หุ้น CPF ถ้าร่วงจากปัจจัยพื้นฐานที่มีแนวโน้มว่า ราคาสินค้าเนื้อสัตว์จะปรับตัวลง ตามปริมาณผลิตที่มากขึ้น ก็เป็นเรื่องน่าฟังได้ พวกเราคงได้แต่รอดูว่า ราคาต้นทุนที่ลดลงแล้ว เช่นนี้ เจ้าของและผู้บริหารบริษัทนี้จะยอมลดราคาสินค้าลงตามหรือไม่ หรือ กลัวว่าจะทำให้กำไรลดลง นอกจากนั้น หุ้นที่ร่วง คงไม่ใช่เพราะ คนในทุบเองนะ ชิงออกของก่อน ที่ความจริงจะปรากฎ  พ่อค้า ก็คือ พ่อค้า ชิมิ  ชิมิ ???
 


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง


Recommend News