กราบสาธุ!! หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่อง ตายจากแม่ชีไปรออยู่สำนักพระยายมราช ก่อนไปเกิดบนสวรรค์ เพียงเพราะจิตสุดท้ายก่อนตายได้ยินเสียงไก่ร้อง!!

Publish 2017-12-06 15:29:34



                 จากหนังสือ ตายแล้วไม่สูญ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่อง ของแม่ชีคนหนึ่งซึ่งเมื่อตายไป แม่ชีไปรออยู่ที่สำนักพระยายมราชแล้วไปเกิดบนสวรรค์ชั้นยามา อย่าคิดว่าคนที่มาเจริญพระกรรมฐานจะได้ดีทุกคนเวลาตาย อาจจะเผลอไปก็ได้เพราะคนที่เจริญพระกรรมฐาน เวลาตายอารมณ์ใจไม่เสมอกัน ถ้าเป็นฌานโลกีย์ก็มีอารมณ์ไม่แน่นอนอาจจะเผลอได้ดังตัวอย่างเรื่องนี้ หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้บันทึกไว้ว่า 



 

             อาตมาไปพบแม่ชีคนหนึ่งตายเมื่อตอนกลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๑ อายุ ๕๓ ปี อยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปรอการสอบสวนที่สำนักพระยายมราช เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกเธอออกมายืนแล้วเจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่า

"เมื่อเธออายุ ๑๒ ปี เธอฆ่าไก่เพื่อแกงขายเอาเงินมาใช้ใช่ไหม"  

เธอตอบว่า "ใช่" 

          เจ้าหน้าที่ไม่พูดเรื่องมากมาย เพราะคนนี้จนบาป ทั้งชีวิตทำบาปครั้งเดียวคือฆ่าไก่ตัวเดียว เสียงเจ้าหน้าที่บอกว่า

"บาปนอกจากนี้เธอไม่มี การเดิน นั่ง นอน ทับสัตว์ตายเพราะไม่รู้ ไม่ถือว่าเป็นบาป" 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พูดถึงบุญว่า "เธอเคยเอาเงินที่รับจ้างได้ผสมกับเงินนายจ้างที่ใช้เธอไปซื้อของเพื่อทำบุญ" เธอตอบว่า "ใช่เจ้าค่ะ" 

เจ้าหน้าที่ถามว่า "เธอไม่ประสงค์แต่งงาน เพราะเห็นว่าเป็นทุกข์ใช่ไหม" เธอตอบว่า "ใช่เจ้าค่ะ" เจ้าหน้าที่ถามว่า "เธอถวายสังฆทานกี่ครั้งในชีวิต"

 เธอตอบว่า "๑๗ ครั้งเจ้าค่ะ" เจ้าหน้าที่ถามว่า "เคยภาวนาใช่ไหม" เธอตอบว่า "ตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี เป็นต้นมา ภาวนาก่อนหลับเป็นปกติ"

            เสียงเจ้าหน้าที่บอกว่า ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของท่านพระยายมราชเธอเข้ามาใกล้โต๊ะหรือแท่นของท่านพระยายมราช นั่งลงกราบแล้วก็ยืนขึ้นตามระเบียบเธอเป็นคนเรียบร้อยสงบเสงี่ยมน่ารักมาก ท่านถามว่า

"เมื่ออายุ ๑๒ ปี ฆ่าไก่เพื่อแกงขายใช่ไหม" เธอตอบว่า "ใช่เจ้าค่ะ" ท่านบอกว่า "บาปของเธอแม้มีเพียงครั้งเดียวแต่ก็หนักมาก พยานเขามาคอยเธอนานแล้ว" 

 

           พอท่านพูดจบ ไก่ก็โผล่ออกมารายงานว่า "เธอใจร้ายมาก จะจับมาเชือดคอก็กลัวว่าไก่จะเจ็บและเห็นเลือดแล้วใจไม่ดี จึงจับเอาหัวไก่ฟาดกับเสาจนหัวเละตายไปเลย" ท่านถามว่า "จริงไหม" เธอตอบว่า

"จริงเจ้าค่ะ ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะความจนไม่มีเงิน พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก มีไก่เลี้ยงประจำบ้านอยู่ตัวหนึ่ง ตัวอ้วนดี มีคนมาบอกว่า ถ้าแกงไก่ตัวนี้เขาจะให้เงินมากหน่อย เพราะความจนไม่มีเงินใช้จึงทำ หลังจากนั้นมาก็พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เพื่อให้อโหสิกรรม ทำอย่างนี้ทุกวันหลังจากที่บูชาพระและนั่งเจริญภาวนา พออายุ ๔๐ ปีเศษก็บวชชีแล้วตายเมื่ออายุ ๕๓ ปี" เป็นอันว่าบุญมากกว่าบาป 

           ท่านเลยถามว่า "ทำไมเจ้าถึงต้องมาสำนักพระยายมราช ซึ่งไม่จำเป็นเลย ถ้าบุญขนาดนี้จะต้องไปสวรรค์หรือพรหมโลกทันที" เธอก็เลยบอกว่า

"ตอนต้นเวลาป่วยก็นึกถึงบุญกุศล ภาวนาบ้าง จิตใจก็สงบ ตอนใกล้จะตายขณะที่ภาวนาอยู่ ได้ยินเสียงไก่ร้อง ก็ตกใจภาวนาก็หยุด พอจิตหวั่นไหวแป๊บเดียว เห็นท่าน ๔ คนมารับไปเลย"

            ซึ่งถ้าปล่อยให้ภาวนาตามปกติ เธอจะไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทันที ท่านถามไก่ว่า "เขาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี จนถึงอายุ ๕๓ ปี เจ้าไม่ได้รับหรือ" ไก่ตอบว่า "ได้รับ" ท่านถามอีกว่า "ได้รับแล้วเอ็งยังจองเวรจองกรรมอยู่อีกหรือ" ไก่ตอบ "ไม่ได้จองเวรจองกรรม" ท่านบอกว่า "แล้วเอ็งมาเป็นโจทก์ทำไม”" ไก่ก็เลยบอกว่า "ที่ต้องการให้มาที่นี่ก็เพื่อจะบอกว่า ฉันอโหสิกรรมให้แล้ว" ท่านทั้งหลายอย่าประมาทนะ การทำบุญทำกุศล เจริญภาวนา มันเป็นได้ตามนี้นะ 



          หลังจากนั้นท่านก็บอกเทวดาที่อยู่ข้างหลัง ๕ องค์คอยส่งคน ท่านบอกว่า "คนนี้บุญบารมีเขาเจริญพระกรรมฐาน มีสมาธิทรงตัว บารมีของเขาต้องอยู่ชั้นยามา เวลานี้วิมานชั้นยามา มาแล้ว" ท่านก็บอกเธอว่า "เจ้าต้องไปสวรรค์ชั้นยามา วิมานมีอยู่ที่นั่น แต่ไม่ใช่สร้างให้นะ ทานของเขาบ้าง ศีลของเขาบ้าง การเจริญภาวนาถ้าถึงอุปจารสมาธิ ก็ไปอยู่สวรรค์ชั้นยามา ถ้าฝึกกสิณจริงๆ ก็ไปเป็นพรหม" เธอยิ้มบอกว่า "ชั้นยามาสบาย นึกว่าจะแย่แล้ว.."

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง

                         จากหนังสือ ตายแล้วไม่สูญ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News