เปิดประเด็นใหม่! หวย 30 ล้าน ถ้าครูทำหายจริง ทำไมไม่แจ้งความ หรืออายัดเงินรางวัล #งานนี้ใครโกหกติดคุกแน่ ?

Publish 2017-12-07 21:14:05



จากกรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อ้างว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 รวม 5 ใบ เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่ทำสลากฯหาย ขณะที่ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ได้นำสลากฯไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากฯ กระทั่งมีการแจ้งความดำเนินคดีกัน โดยต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าสลากฯดังกล่าวเป็นของตัวเอง  คลิกอ่านข่าวประกอบ : เดือดกลางรายการ!!! ศึกชิงหวย 30 ล้าน "ตำรวจปะทะครู" ใครพูดจริง? ทนายชี้ทำกันเป็นขบวนการ มี "ตำรวจระดับสูง" อยู่เบื้องหลัง!?? (มีคลิป)



ล่าสุดนาย ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้ลงข้อความเป็นความคิดเห็นส่วนตัวผ่านเฟซบุ๊กไว้อย่างน่าสนใจในประเด็นเกี่ยวกับกรณีข่าวขโมยหวย 30 ล้านบาท โดยเนื้อหาทั้งหมดมีดังนี้

 

ศึกแย่งชิงสลากรางวัล 30 ล้าน เป็นมหากาพย์ตอนใหม่ ใครเท็จ? เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูอย่างตั้งใจ ผมได้มีโอกาสเห็นสำเนาภาพถ่ายสลากรางวัลที่ ๑ ทั้งห้าฉบับที่เป็นปัญหา ก็อยากเล่าสู่กันฟัง อย่าเพิ่งเชื่อใครนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นมาร์ค เป็นกนก เป็นพุทธอีกคน เรื่องนี้แปลกๆ แต่สรุปได้ว่า แม่ค้าขายสลากรายใหญ่ที่ตลาดเรดซิตี้ เมืองกาญจนบุรี เป็นพยานปากเอกว่า ครูคือคนที่ซื้อสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ ๑ และ "มีต้นขั้วยืนยัน" ได้ ไม่ใช่ผมพูดเองนะ ครับ แต่หัวข่าวที่สื่อเสนอ ผมจะตั้งข้อสังเกตุให้คิดกันนะครับ สลากชุดนี้มีห้าฉบับ มาจากห้าเล่ม ซึ่งแม่ค้าที่เป็นพยานบอกว่าซื้อมาจากแม่ค้าอีกคน ซึ่งแสดงว่าแม่ค้าคนที่ขายให้ "แม่ค้าพยานเอก" นั้นต้องรวบรวมมาจากคนขายหลายคน แล้วต้นขั้วมันจะมีได้อย่างไร ถ้ามี "ต้นขั้ว" ทั้งห้าเล่ม ก็ต้องสอบต่อไปอีกว่า แต่ละเล่มนั้นกองสลากส่งให้ผู้ค้าคนใดบ้าง พยานสำคัญคือ "ต้นขั้วทั้งห้าเล่ม" อยู่ที่ใครบ้าง??

 

 

 

 



 

 

ถ้าการสอบสวนหลงทาง ความจริงก็ไม่ปรากฎ คนพูดอย่างไรก็ได้ แต่เหตุผลที่สนับสนุนนั้นน่าเชื่อถือได้มีเพียงไร ผมนะห่วงแม่ค้าพยานปากเอกนี่แหละ เพราะต้องสอบกันต่อไปว่า เลขชุดนี้ที่อ้างว่าซื้อมาจากแม่ค้าคนอื่นนั้น ซื้อมาเท่าไร และขายไปเท่าไร เชื่อมั๊ยว่าต้อง "เกินราคา" หน้าสลาก ซึ่งห้าฉบับราคาจริง ๔๐๐ บาท ขนาดตำรวจที่ถูกรางวัลบอกว่าซื้อมา ๗๐๐ บาท ถ้าขายเกินกว่า ๔๐๐ บาท กองสลากต้องตัดสิทธิการเป็นผู้ขาย นั่นหมายความว่า แม้ค้าทุกคนต้องถูกตัดสิทธิเป็นผู้ค้าสลาก และถูกดำเนินคดีขายเกินราคาแน่นอน ซึ่งถ้าทุกคนยอมให้การตามความเป็นจริงว่าขายเกินราคา นั้นก็อาจน่าเชื่อว่าแม่ค้าให้การเป็นความจริงได้ แต่ถ้าให้การว่าขายตามราคาก็จะไม่น่าเชื่อถือในการขายสลากชุดดังเป็นที่ทราบกันอยู่ ส่วนคุณครูก็ซื้อตั้ง ๔ ชุดหลายฉบับ เมื่อผลสลากออกก็โพสต์โชว์ว่าถูกเลบท้ายสองตัวสิบใบ แต่ไม่พูดถึงห้าใบรางวัลที่หนึ่งที่ซื้อมาพร้อมกัน อันนี้ก็น่าสงสัย ซื้อสลากมาเป็นเวลาสามสิบปี(ตามเนื้อข่าวที่คนขายบอก) จะไม่รู้เลยเหรอครับว่า ถ้าสลากรางวัลที่หนึ่งหายต้องแจ้งความทันทีและตามไปอายัดการจ่ายรางวัลที่กองสลากทันทีเช่นกัน

 

 

 

อันนี้ผมยังสงสัย ส่วนตำรวจที่ซื้อไปก็ตอบไม่ได้ว่าซื้อจากใคร หรือทำไมไม่แจ้งความก่อนนำไปขึ้นเงิน ท่านก็บอกว่าจำไม่ได้ กับไม่อยากเป็นข่าว ก็ยังไม่ถึงกับเป็นพิรุธที่จะฟังว่าเป้นผู้ได้สลากมาโดยมิชอบ มันต้องสอบมากกว่านี้ แต่ฟังดูเหมือนกับว่าฝ่ายพนักงานสอบสวนเชื่อครูเสียแล้ว สอบต่อไปให้ชัดเถอะครับ คดีนี้มีประเด็นมากมาย

 

 

และสุดท้ายผมเชื่อว่าในที่สุดตำรวจที่ถูกรางวัลคงแจ้งความดำเนินคดีกับครูและพยานเอก ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแน่น พนักงานสอบสวนอย่าปฏิเสธการรับแจ้งของเขานะ ไม่งั้นเขาจะแจ้งดำเนินคดีกับท่านฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ครับ เชื่อเถอะเรื่องนี้ยาว และมีคุกตารางรอคนหลายคนอยู่ข้างหน้าครับ พนักงานสอบสวนเชื่อผมเถอะครับ ไม่ใช่ความพ่อความแม่เรา ทำให้ตรงไปตรงมา สอบให้คดี "แจ่มกระจ่าง" (วิอาญา ๑๓๒(๑)) จนสิ้นสงสัย (วิอาญา ม.๒๒๗) ดีกว่าครับ และขอร้องผู้คนทั้งหลายอย่าเพิ่งพิพากษาว่าใครผิดเลยครับ จนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริง และใครเป็นผู้กระทำความผิดนั้นครับ สวัสดี

 

 


เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์


Suggess News

Recommend News