เฝ้าบ้านดีนักแล..โจรขโมยขึ้นบ้านจะได้ยินเสียงร้อง..ต้นตำรับ ตุ๊กแก "หลวงพ่อครื้น"เสกแต่ละครั้ง ต้องเอามุ้งมาครอบบาตรไว้ ก่อนจะหนีหายไป..

Publish 2017-12-07 21:46:30



หลวงพ่อครื้น วัดสังโฆสิตตาราม สุพรรณบุรี

หลวงพ่อครื้น ท่านปั่นธาตุได้เก่ง และรวดเร็วมาก ซึ่งการปั่นธาตุเรียกสูตรนี้เป็นพื้นฐานของการทำวัตถุุมงคล ว่ากันว่าเวลาที่ท่านเสกพระหรือเครื่องรางของขลังจำเป็นต้องเอามุ้งมาครอบเอาไว้ไม่เช่นนั้นพระจะกระเด็นออกนอกบาตรหมดหลวงพ่อครื้นท่านดังมากเรื่องสร้างตุ๊กแกครับ ท่านทำหลายขนาดถ้าเป็นตัวใหญ่ ตุ๊กแกของหลวงพ่อเขานิยมเอาตุ๊กแกไว้ที่บ้าน นิยมบูชากันมีเรื่องเล่าว่า เฝ้าบ้านดีนักแลเวลามีโจรขโมยขึ้นบ้านมายามวิกาลเจ้าของบ้านจะได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องทักจน ตื่นขึ้นมา ส่วนถ้าเป็นตัวเล็กจะนิยมพกติดตัวเป็นเมตตา มหานิยม และเรื่องโชคลาภ หลวงพ่อครื้นท่านเป็นอาจารย์ของ หลวงพ่อหล่ำวัดสามัคคีธรรม และอาจารย์สงวน วัดไผ่พันมือ สุพรรณบุรี ที่โด่งดังมากด้านเสกผงมหาเสน่ห์พระสาม

หลวงพ่อครื้น อมโร (พระครูโฆสิตธรรมสาร) บิดาเป็นกำนันชื่อ ฟุก มารดาชื่อ ผูก อยู่ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัด สุพรรณบุรี ถือกำเนิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๒ ประวัติในวัยเด็ก ก็เหมือนเด็กโดยทั่วๆ ไป เข้ารับการอุปสมบทปี ๒๔๖๔ และจำพรรษาอยู่ได้หนึ่งพรรษา ตลอดเวลาที่ท่านบวชอยู่ ท่านได้ศึกษาวิชาต่างๆ มากมาย แต่แล้วบิดาและมารดาได้ขอร้องให้สึกเพื่อมาช่วยประกอบอาชีพ หลวงพ่อท่านอยู่ช่วยทางบ้านประกอบสัมมาอาชีพอยู่ได้ ๓ ปี แต่ด้วยความสนใจ และฝักใฝ่อยู่กับการเป็นพระมากกว่า จึงได้เข้ารับการอุปสมบทอีกครั้งเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๖๘ ณ พัทธสีมา วัดบางใหญ่ โดยมีพระอธิการสั้น เจ้า คณะตำบลบางใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการฉัตร วัดสุขเกษม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสังโฆสิตาราม ด้วยความสนใจในด้านวิชาคาถาอาคมอยู่แล้ว ภายหลังจากบวชท่านได้ไปขอฝึกวิชากรรมฐานกับหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ในสมัยนั้นหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อโหน่งเช่นกัน นอกจากนั้นหลวงพ่อครื้นยังได้ไปศึกษาวิชาในการทำนายทายทัก กับหลวงพ่อฉัตร ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านเอง ท่านศึกษาได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถทำนายทายทักได้อย่างแม่นยำ

หลวงพ่อครื้น



ในราว พ.ศ. ๒๔๗๕ หลวงพ่อครื้นก็ได้รักษาการตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดสังโฆสิตาราม ท่านได้สร้างกุฏิ ศาลา โบสถ์ และโรงเรียนประชาบาล จนเจริญขึ้นตามลำดับอย่างรวดเร็ว เพราะท่านเป็นคนขยันทำงาน ทำงานเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านละแวกนั้น และต่างอำเภอก็ได้รับคำกล่าวขานกัน ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูโฆสิตธรรมสาร ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสังโฆสิตาราม

หลวงพ่อครื้นเป็นพระภิกษุที่มากด้วยเมตตาธรรมและมีอิทธิฤทธิ์เข้มขลัง ถึงขนาดหลวงพ่อสดยังเอ่ยชมเชยว่า “หลวงพ่อครื้นเปรียบเสมือนพระโมคคัลลาน์กลับชาติมาเกิด” กล่าวกันว่าเวลาท่านปลุกเสกวัตถุมงคลนั้นจะต้องทำพิธีในมุ้ง เนื่องด้วยของที่ท่านปลุกเสกจะบินว่อนไปทั่ว ถ้าไม่ใช้มุ้งครอบไว้ก็จะบินหนีหายไปหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพุทธานุภาพและพุทธคุณที่จะเกิดแก่วัตถุมงคลของหลวงพ่อครื้น

หลวงพ่อครื้น เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาวสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านสร้างวัตถุมงคลทั้งพระเครื่องขนาดเล็ก ใหญ่ และเครื่องรางของขลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อดินเผา วัตถุมงคลของท่านล้วนมีพุทธคุณเป็นที่ปรากฏประจักษ์จนชื่อเสียงขจรไกล มีผู้คนทั้งใกล้ไกลไปกราบนมัสการ และขอวัตถุมงคลจากท่านเพื่อนำมาบูชาให้เกิดสิริมงคล และป้องกันภยันตราย ทุกๆ วันจะมีคนมาหาท่านตลอด ทั้งใกล้และไกลมาให้ท่านทำนายโชคชะตาราศี ซึ่งท่านสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ถึง ๒๐-๓๐ ปี ซึ่งถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ยิ่งนัก จึงเป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก



วัตถุมงคลที่หลวงพ่อครื้นสร้างไว้มีมากมายหลายชนิด ท่านเริ่มสร้างประมาณตุ๊กแก พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นมา โดยสร้างต่อเนื่องกันทุกๆ ปี วัตถุมงคลของท่านมีคนบูชาไปแล้วมีประสบการณ์มากมาย ในสมัยนั้นมีทหารไทยไปรบที่เวียดนามต่างได้มาของดีไปจากท่าน ซึ่งก็รอดตายกลับมากราบท่านได้อย่างปาฏิหาริย์ทุกๆ คน วัตถุมงคลของท่านยังเด่นทางเมตตามหานิยม เฉพาะเครื่องรางไม่ว่าจะเป็นตุ๊กแก จระเข้ โดยมีทั้งเนื้อดินและเนื้อผง เป็นที่ยอมรับกันมาก ส่วนใหญ่แล้วพระเครื่องของท่านจะตอกตัว (ฆ) ไว้เสมอแต่ที่ไม่ตอกก็มี ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แตกต่างกัน

หลวงพ่อครื้นมรณภาพลง วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ เวลา ๒๓.๐๕น. สิริมงคลอายุ ๖๕ ปี ศพของท่านไม่เน่าเปื่อยยังเป็นปกติเหมือนคนทั่วๆ ไป ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านก็ศพไม่เน่าเปื่อยเช่นกัน และเป็นที่น่าสังเกตพระสายสุพรรณบุรีสายหลวงพ่อโหน่ง ส่วนใหญ่ศพจะไม่เน่า ซึ่งทางวัดยังได้เก็บรักษาศพของท่านไว้จนถึงปัจจุบัน ณ วัดสังโฆสิตาราม

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

phangpra.com

เพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา


เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี


Suggess News

Recommend News