ผัวใหม่ขู่จุดไฟเผาบ้าน ดันเกิดจริง วอด 3 หลังติด เพื่อนบ้านสุดซวย..เงินสด 4 แสน-ข้าวเปลือกเป็น 100 กระสอบ-รถ 4 คัน กลายเป็นเถ้าถ่าน (มีคลิป)

Publish 2017-12-08 00:02:46



วันที่ 7 ธันวาคม 60   ร.ต.อ.ดุสิต  คำจ้อน รอง สว.สอบสวน สภ.น้ำปาด อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านขายของชำ หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ต.น้ำไคร้ รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ รุดยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สฑิตย์  ศรีหมื่นไวย์ ผกก.สภ.น้ำปาด รถดับเพลิง จำนวน 6 คัน ประกอบด้วย เทศบาลตำบลแสนตอ อบต.แสนตอ อบต.น้ำไคร้ อบต.ผักขวง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเทศบาลทองสนขัน ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เลขที่ 56 อยู่ติดกับถนนสายน้ำปาด-ทองแสนขัน เจ้าของบ้านคือนางวัง  ปัญญาดี อายุ 55 ปี เปิดร้านขายของชำหรือสินค้าทั่วไป  พบไฟกำลังลุกโหมไหม้อย่างรุนแรง จากบ้านหลังแรกลุกลามไปยังเพื่อนบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 เป็นบ้านเรือนไม้ 2 ชั้นแบบเดียวกัน และยังเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ อีกจำนวน 2 ราย พนักงานดับเพลิงเร่งดับไฟที่ลุกโหมไหม้อยู่ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านไม้หลังที่ 4 ซึ่งอยู่ด้านหลังใกล้เคียงกัน ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง  จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านต้นเพลิงหลังแรกถูกเผาไหม้วอดหมดทั้งหลังเหลือไว้แต่ตอไม้เสาบ้านโด่เด่ พบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น ตู้แช่ ตู้ไม้สำหรับวางสินค้า 10 หลัง ข้าวเปลือก 23 กระสอบ รถมอเตอร์ไซด์ 3 คัน สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท เงินสดสำหรับหมนุนเวียน 20,000 บาท เครื่องมือช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ถูกไฟเผาไหม้มอดกลายเป็นเถ้าถ่าน, ส่วนบ้านหลังที่ 2 เลขที่ 23/7 ของนายหาญดง  วันเกลี้ยง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ถูกเพลิงเผาวอดทั้งหลัง  ทองคำหนักรวม 1 บาท ข้าวเปลือก 60 กระสอบ รถไทยแลนด์ 1 คัน รถอีต๊อก 1 คัน รถไถนา 1 คัน รถมอเตอร์ไซด์อีก 1 คัน เงินสดที่ได้จากการขายข้าวโพด ขายถั่วเขียวและเพื่อนบ้านให้ยืมรวม 400,000 บาท เพื่อใช้หนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอน้ำปาดและหนี้นอกระบบดอกเบี้ยต่ำถูกเพลิงเผาไหม้ได้รับความเสียหายกลายเป็นผงและเป็นเศษเหล็กไปในพริบตาคากองเพลิง, ส่วนบ้านหลังที่ 3 ครึ่งตึกครึ่งไม้ เลขที่ 14/12 ของนายสนั่น ยานิล เจ้าหน้า ที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ พบไฟไหม้ชั้นบนจนได้รับความเสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้าทีวี ตู้เย็น พัดลม โน๊ตบุ๊ค เครื่องสูบน้ำ ตู้น้ำมัน เครื่องปริ้นและข้าวเปลือก 40 กระสอบได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน 



จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า บ้านต้นเพลิงถูกปิดไว้โดยนางวังไม่ได้ขายของ ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้เพียงไม่กี่นาทีมีชาวบ้านพบ นายอี๊ด  กล่ำเอม อายุ 42 ปี แฟนใหม่ของนางวังเดินออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวก่อนขี่รถจักรยายนต์ออกไปตามเส้นทางถนนสายหลักน้ำปาด-ทองแสนขัน โดยมุ่งหน้าไปทางบ้านน้ำไคร้ หลังขี่รถมอเตอร์ไซด์ไปได้สักพักใหญ่ก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณกลางบ้านและโหมไหม้อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างตะโกนเรียกไฟไหม้ ให้ทุกคนที่อยู่ภายในบ้านออกมา ต่างนำบุตรหลานวิ่งออกจากบ้าน บางส่วนก็ช่วยกันนำน้ำไปดับไฟแต่เอาไม่อยู่ เพราะมีลมแรงพัดเข้ามาพร้อมกับเพลิงไหม้ลุกโหมหนักขึ้น โทรศัพท์แจ้งรถดับเพลิงมาช่วยดับไฟก็โหมไหม้เข้าหลังที่ 3 แล้ว โชคดีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งสกัดไฟไม่ให้ลุกเผาไหม้บ้านหลังที่ 4 จำนวนบ้านทั้ง 3 หลังมีผู้อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 12 คน รวมทรัพย์สินที่เสียหายมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท



หลังสอบสวนที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบและสายตรวจ ติดตามตัวนายอี๊ดแฟนใหม่ของนางวัง มาทำการสอบปากคำทันที โดยเจ้าหน้าที่ติดตามตัวไปบ้านน้ำไคร้ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 6 กิโลเมตร และอยู่ในอาการเมาสุรา ตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ 269 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถสอบปากคำได้ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาเมาสุราขณะขับขี่รถจักรยายนต์ นำตัวเข้าควบคุมห้องขัง หลังสร่างเมาสุราจะนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาวางเพลิงเคหะสถาน ส่วนสาเหตุที่วางเพลิงในครั้งนี้ เชื่อว่าเกิดจากที่นายอี๊ดไม่พอใจเมียเรื่องส่วนตัว จนเกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทติดต่อกันหลายครั้งและข่มขู่จะเผาบ้านมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม รวมถึงวัตถุพยานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อมัดเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป ขณะที่นายอี๊ดยังให้การปฏิเสธไม่ได้เผาบ้านเมียแต่อย่างใด

ต่อมา นายเสฐียรพงศ์  มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นำถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยทั้ง 3 ครอบครัว เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอน้ำปาด และ อบต.น้ำไคร้ หาทางช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยพร้อมประสานหน่วยงานจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ บ้านพักเด็กและครอบครัว สำนักงานพื้นที่ประถมศึกษา เขต 2 ซึ่งดูแลเรื่องการศึกษา เนื่องจาก 3 ครอบครัวที่ประสบภัยมีเด็กที่กำลังศึกษาเล่าเรียนหนังสืออยู่ด้วยให้เข้ามาดูแลเด็กนักเรียนในสังกัดได้รับความอบอุ่นไม่เกิดการทอดทิ้ง โดยในวันพรุ้งนี้เหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์จะนำสิ่งของมาให้การช่วยเหลือสมทบเพิ่มอีก

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.อุตรดิตถ์



Suggess News

Recommend News