อุ๊แม่เจ้า หุ้นเด่นเพียบ ปี61 ดัชนีร้อนปรอทแตก

Publish 2018-01-11 15:45:17



ชาวหุ้นอย่ารอช้า ไทยพาณิชย์ชี้ เศรษฐกิจฟื้นจริง

อิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปี 2561 คาดว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยนโยบายดังกล่าวจะรวมถึงโครงการรับจำนำยุ้งฉาง และการแจกสวัสดิการรอบที่ 2 สำหรับผู้ถือบัตรคนจน นอกจากนี้ การประกาศใช้ พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในช่วงเดียวกันนี้จะช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนใหม่ของภาคเอกชน ทั้งจากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ  ขณะที่ต่างประเทศนั้นกฎหมายปฏิรูป (ลด) ภาษีในสหรัฐฯ จะเป็นการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจซึ่งเศรษฐกิจที่ดีและการกู้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นด้วย



ปัจจัยที่นักลงทุนอาจจะไม่ค่อยกล่าวถึงมากนักสำหรับปี 2561 คือ ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก และนัยสำคัญต่อผลตอบแทนพันธบัตรโดยรวม เมื่ออิงกับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกล่าสุดโดย IMF พบว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการค่อยๆ ปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยระยะยาวในหลายๆ ตลาดสำคัญ ยกเว้นญี่ปุ่นซึ่งยังใช้นโยบายควบคุมผลตอบแทนพันธบัตร ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนจับตาดูความเป็นไปได้ที่จะเห็นอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในปี 2561 โดยปัจจัยระยะสั้นที่มากระตุ้น คือ การผ่านแผนปฏิรูปภาษีในสหรัฐฯ แผนดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 0.5-0.8% ต่อปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อรวมถึงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ภายใต้กรณีนี้ สินทรัพย์เสี่ยงมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้

“SCBS มองว่า จากปัจจัยสนับสนุนเกือบทุกด้านเปรียบได้กับเครื่องยนต์ที่ส่งกำลังขับเคลื่อนแบบ “เต็มสูบ” การใช้นโยบายการคลังกระตุ้นทั้งการบริโภคและการลงทุนในปีนี้ส่งผลดีต่อตลาดหุ้น เพราะนอกจากจะมีกฎหมายใหม่ พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนแล้ว ยังจะมีแรงส่งจากเศรษฐกิจโลกและไทยที่แข็งแกร่ง การใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ภาวะเงินฝืดหมดไปราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวขึ้น จะส่งผลดีต่อการลงทุน เมื่อรวมกับผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องที่ยังล้นเหลือ จะสนับสนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้า SET index ปลายปี 2561 ที่ 1900 จุด”

 



หุ้นเด่น Top Picks ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 ที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังจะประกาศใช้และวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของประเทศไทย ประกอบด้วยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มขนส่งที่ค่อยๆ ฟื้นตัวและสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวดีขึ้นและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

·   บมจ. กรุงเทพ (BBL) : มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่และการส่งออกที่ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง อัตราการเติบโตของสินเชื่อน่าจะเร่งขึ้นอีกเท่าตัว ส่วน credit cost น่าจะลดลงในปีหน้า

·  บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) : ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าอย่างมาก, ซื้อขายที่มูลค่า EV (ต่ำเกินไปเหมือนกับจะเลิกกิจการ) ผลตอบแทนพันธบัตรที่จะปรับตัวขึ้นจะช่วยสนับสนุนให้ราคาหุ้น BLA ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

·  บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) : ราคาหุ้นไม่ได้สะท้อนการเติบโตของระยะทางเดินรถและ EBITDA ที่จะเพิ่มขึ้น 4 เท่าภายในปี 2565

·  บมจ.กรุงไทย  (KTB) : เป็นหุ้น laggard ในกลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการลงทุนภาครัฐ

· บมจ. แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) : กำไรจะทำจุดต่ำสุดในปี 2560 และฟื้นตัวด้วยอัตราเติบโต 43% ในปี 2561 และ 18% ในปี 2562 เนื่องจากบริษัทหันมารุกตลาดระดับกลางมากขึ้น

·  บมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) : กำไรจะเติบโตที่ CAGR 11% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า และหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าเงินลงทุนถึง 19%


 


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง


Recommend News