สุดสยองคาตา..!! เหยื่อรอดชีวิต เผยวินาทีระทึก จยย.พุ่งชนกัน ก่อนมีแท็กซี่-ปิคอัพ ชนหนุ่มวัย25 ซ้ำดับสยองคาที่ โดยขับหนีไปแบบไม่ใยดี!?

Publish 2018-01-13 10:32:14



เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 61   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นี่คือภาพเหตุการณ์วินาทีที่เกิดเหตุรถ จยย. 2 ชนกันที่บริเวณสี่แยก ธกส.อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ  โดยมีรถ จยย.คันหนึ่งมีชายสวมเสื้อสีเขียวเป็นคนขับได้ขับรถออกมาจากถนนคูเมือง 3 เพื่อจะเลี้ยวข้ามไปยังถนนคูเมือง 1 ที่อยู่ตรงข้ามกันและรถ จยย.ได้จอดอยู่กลางถนน  ทันใดนั้น ได้มีรถ จยย.คันหนึ่งมีชาย 2 คนซ้อนกันมา ได้พุ่งชนรถ จยย.ที่รอเลี้ยวอย่างจัง ทำให้รถ จยย.พุ่งเข้าไปในเลนขวามือและมีรถแท็กซี่วิ่งสวนมา จึงได้ชนรถ จยย.ที่กำลังพี่งไถลไปตามถนนอย่างจังทำให้รถ จยย.ถูกชนกระเด็นกลับมาทางชายคนที่สวมเสื้อสีเขียวที่ถูกชนนอนอยู่กลางถนน รถ จยย.ที่ถูกแท็กซี่ชนได้กระเด็นไปชนรถ จยย.ที่ล้มคว่ำอยู่  ขณะที่ชายวัยรุ่นที่นั่งซ้อนรถ จยย.มาด้วย ได้รับบาดเจ็บเล้กน้อยได้เข้าไปดูอาการของคนขับรถ จยย.ที่ถูกรถแท๊กซี่ชน โดยได้ทำการปั้มหัวใจ   แต่ปรากฏว่าได้รถยนต์ปิคอัพสีแดงคันหนึ่งขับมาตรงที่คนเจ็บนอนอยู่และกำลังมีการปั้มหัวใจ  ชายวัยรุ่ยพยายามยกมือโบกเตือนให้ทราบว่ามีคนเจ็บนอนอยู่  แต่รถปิคอัพได้เหยียบซ้ำและลากคนเจ็บไปไกลประมาณ 5 เมตร ชายวัยรุ่นได้กระโดดหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด  โดยคนขับรถปิคอัพได้ลงมาจากรถมาดูเมื่อพบว่า มีศพติดอยู่ใต้รถ ได้ขับรถถอยหลังเพื่อให้ศพหลุดออกจากใต้ท้องรถ จากนั้น ได้ขับรถหลบหนีไปทันที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.45 น.วันที่ 11 ม.ค. 61  มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน คือนายอนุชิต หรือแบ็งค์  บาลิศรี อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. อยู่หมู่ 3 ต.ศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ซึ่งมาทำงานที่ร้านร้อยแก้วหมูกระทะ      มี นายพันธวัช  หรือคิม  นามโคตร อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.5 บ้านสาวแล  ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาด้วย  ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และชายสวมเสื้อสีเขียว ที่ต่อมาฟื้นขึ้นมาแล้วแต่จำความไม่ได้  เนื่องจากศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนได้รับบาดเจ็บสาหัส  



ต่อมา  ร.ต.อ.บุญลักษณ์   เหลี่ยมแก้ว  พนักงานสอบสวน สภ.ขุขันธ์ ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้นำผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่งไปยัง รพ.ขุขันธ์  และจากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของร้านเอกอ้อดาวเทียม ที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุทำให้พบภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน  ซึ่งได้มีการนำเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาประกอบในการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  โดยมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์นี้ ในเฟซบุ๊ก คนขุขันธ์ มีผู้สนใจเข้าไปชมภาพเหตุการณ์จำนวนมาก  

 

ทางด้าน นายพันธวัช หรือคิม  นามโคตร อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.5 บ้านสาวแล  ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ที่นั่งซ้อยท้ายรถ จยย.มาด้วยและรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด  กล่าวด้วยอาการที่ยังไม่หายจากอาการตื่นเต้นว่า ขณะเกิดเหตุ หลังจากเลิกงานที่ร้านร้อยแก้วเนื้อย่างเกาหลีแล้ว ตนได้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ของนายแบ็งค์ เพื่อที่จะพากันเข้าไปหากินข้าวในตลาดโต้รุ่ง และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถ จยย.ขับออกจากข้างทางและจอดรอเลี้ยวอยู่กลางถนนอย่างกระทันหัน  ทำให้รถของ นายแบ็งค์ ที่ตนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย หลบไม่พ้นทำให้เกิดการชนกันอย่างจัง และนายแบ็งค์กับรถได้ถูกรถแท็กซี่ที่วิ่งสวนทางมาชนอย่างจัง นอนฟุบกลางถนน ตนได้เข้าไปช่วยปั้มหัวใจ  แต่ปรากฏว่าได้มีรถปิคอัพสีแดงขับมาเหยียบนายแบ็งค์ซ้ำอีกและลากร่างนายแบ็งค์ไปตามถนน  จากนั้น คนขับรถปิคอัพ ได้ลงมาดูร่างนายแบ็งค์ที่ติดอยู่ใต้ท้องรถแล้วขึ้นรถขับถอยหลังเพื่อให้ร่างนายแบ็งค์หลุดออก จากนั้น ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว  ตนได้รีบยืมรถ จยย.ของคนที่เห็นเหตุการณ์รีบมาบอกน้าชายที่เป็นเจ้าของร้านร้อยแก้วเนื้อย่างเกาหลีที่อยู่ไม่ไกลที่เกิดเหตุให้ไปช่วยเหลือ




ทางด้าน  นายวีรพงษ์   คำใบ  อายุ  40 ปี เจ้าของร้านร้อยแก้วเนื้อย่างเกาหลี กล่าวว่า  ขณะนี้ตนและญาติพี่น้องได้ส่งศพของนายอนุชิต หรือแบ็งค์  บาลิศรี กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคายแล้ว  โดยตนได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายส่งศพจำนวน 10,000  บาท และเงินช่วยทำศพเบื้องต้น จำนวน  10,000  บาทช่วยเหลือญาติของนายแบ็งค์  เนื่องจากว่า  นายแบ็งค์เป็นลูกหลานของตนที่มาทำงานด้วยกว่า 4 ปีแล้ว ตนขอให้เจ้าหน้าที่ ตร.ได้ให้ความเป็นธรรมกับนายแบ็งค์ที่เสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย

 

ชยงค์   มณีพันธุ์เจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ

 

 ขอบคุณภาพเหตุการณ์จาก  เอกอ้อ ร้านดาวเทียม อ.ขุขันธ์ ด้วยครับ