เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2026 ฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ2017-2018

Publish 2018-02-13 20:06:09



    ฟุตบอลยูธลีก ลีกเยาวชนแห่งชาติ ฤดูกาล 2017-2018 สร้างสถิติใหม่ ตั้งเป้าเฟ้นนักเตะทีมชาติไทยเข้าร่วมฟุตบอลโลกในปี คศ. 2026

     นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า สำหรับการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ฤดูกาล  2017-2018 หรือยูธลีก นั้น ถือเป็นสถิติใหม่ สำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยในรอบเพลย์อออฟ ฤดูกาลนี้ มีทีมที่เป็นเยาวชนจากสโมสรต่างๆ สมัครเข้าร่วมแข่งขัน 4 รุ่นอายุ รวมแล้ว 39 ทีม  มากกว่าฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา ที่มี 308 ทีม และปีนี้ จาก 394 ทีม มีนักกีฬารวมกัน 9,212 คน

     ทั้งนี้  มีการสำรวจความพึงพอใจในการจัดการแข่งขันจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ นักฟุตบอลเยาวชน ประธานสโมสรต้นสังกัด ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน ผู้ชม โดยได้ผลตอบรับออกมาดีมาก ทั้ง 100% เห็นว่า รูปแบบการจัดแข่งขันมีความเหมาะสม โดยการแบ่งโซนในแต่ละภูมิภาค ทำให้แต่ละทีมได้รับความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

     การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะจัดเป็น “งานมหกรรมชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติชาติ" (ยูธลีก)  2017-2018 ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทั้ง 4  รุ่น อายุ คือรุ่นอายุ 13, 15, 17 และ19 ปีแล้ว  โดยรอบ 16ทีมสุดท้ายกำหนดแข่งขันวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ โดยจัดแข่งขันที่สนามกลาง ประกอบด้วย

รุ่นอายุ 13 ปี แข่งขันที่สนาม มหาวิทยาลัยธนบุรี

รุ่นอายุ 15 ปี แข่งขัน ที่สนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

รุ่นอายุ 17 ปี แข่งขันที่สนามสถาบันพระจอมเกล้า(เจ้าคุณทหาร) ลาดกระบัง

รุ่นอายุ 19 ปี แข่งขันที่ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี   



 

 โดยรอบ 16 ทีมจนถึงรอบรองชนะเลิศจะแข่งขันแบบน็อคเอาท์ แพ้ตกรอบ แยกแข่งขันเป็นรุ่นอายุ 15 และ 17 ปี แข่งขันรอบ 16 ทีม วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2561 , รุ่นอายุ 13 และ 19 ปี แข่งขันรอบ 16 ทีมวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์2561  ส่วนการแข่งขันในรอบ 8 ทีม และ 16 ทีม ก็จะแข่งขันสนามกลางที่เดิม รอบ 8 ทีม รุ่นอายุ 15 และ 17 ปี แข่งขันวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561, รุ่น อายุ 13และ 19 ปี แข่งขันวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 และรอบ 4 ทีม (รองชนะเลิศ)รุ่นอายุ 15 และ 17 ปี แข่งขันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561, รุ่นอายุ 13และ 19 ปี แข่งขันวันที่ 1 มีนาคม 2561

     ส่วนรอบชิงชนะเลิศ “โรดทู ราชมังคลา” แข่งขันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก แยกเป็นรุ่นอายุ 15 และ 17 ปี ชิงชนะเลิศวันที่  2 มีนาคม และ รุ่นอายุ 13 และ 19 ปี ชิงชนะเลิศวันที่ 3 มีนาคม 2561

    ใน “งานมหกรรมชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ 2017-2018”  นอกจากจะแข่งขันหาทีมชนะเลิศแล้ว ยังจะมีการคัดเลือกและมอบรางวัลนักกีฬาเยาวชนดาวรุ่ง 11 ตำแหน่ง ทั้ง 4 รุ่น และการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนทีมที่ร่วมแข่งขัน โดยให้สิทธิแก่สโมสรที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายก่อน

    เรียกว่าจะเป็นงานมหกรรมฟุตบอลที่สร้างความตื่นตัวกับการกีฬาฟุตบอลเต็มที่ และเชื่อว่าเกมการแข่งขันจะสนุกเร้าใจมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ทีมเยาวชนของแต่ละสโมสรนั้น ฝีเท้าดีๆ ทั้งนั้น พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเล่นเป็นนักเตะชุดสำรอง, ชุดใหญ่ และเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นอายุต่างๆ ด้วย 



    ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหน่วยงานที่จะต้องขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติซึ่งหนึ่งในภารกิจหลักจะต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุนโยบายที่กำหนด คือการพัฒนาฟุตบอลอาชีพด้วย การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาองค์ประกอบของฟุตบอลอาชีพ โดยสนับสนุนให้มีระบบบริหารจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล

       และจากการที่ฟุตบอลไทยมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 4-5  ปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเวทีระดับชาติ และเวทีระดับเอเชีย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของวงการฟุตบอลอาชีพยังขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน นั่นคือการพัฒนาในระดับเยาวชนที่มีระบบแบบแผนและมีความต่อเนื่อง ซึ่งผลจากการขาดการพัฒนาที่ครบทุกมิติ จะส่งแรงกระทบถึงประสิทธิผลของทีมฟุตบอลทั้งประสิทธิผลของสโมสรฟุตบอลอาชีพ และทีมชาติรุ่นต่างๆ โดยสะท้อนจากการประเมินของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC)  และจัดอันดับ FIFA Ranking หรือผลการแข่งขันในระดับที่ใหญ่ขึ้น อาทิ การแข่งขัน ระดับเอเชีย และระดับโลกของทีมชาติไทย  

     อย่างไรก็ตามนโยบายการพัฒนาฟุตบอลของประเทศไทยนั้น มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนคือการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 2026 ซึ่งมีแนวคิดจากการพัฒนานักฟุตบอลอาชีพอย่างต่อเนื่อง

    การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงได้ดำเนินโครงการสานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก โดยได้ตระหนักถึงแนวทางการพัฒนาฟุตบอลที่ยั่งยืน เป็นระบบแบบแผนและมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยเล็งเห็นแนวทางที่สอดคล้องกับข้อบังคับของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (Asian Football Confederation) และพัฒนาทีมฟุตบอลชาติไทยไปฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ. 2026อันเป็นการวางรากฐานฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบในอนาคต ที่มุ่งพัฒนาองค์ประกอบทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย  ด้านการแข่งขัน ,ด้านพัฒนาบุคลากร ,ด้านผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอน ,ด้านศูนย์พัฒนาฟุตบอลเพื่อความเป็นเลิศ ,ด้านการชมการเชียร์ และด้านการตรวจสอบการล็อคผลการแข่งขัน เพื่อให้ฟุตบอลของประเทศไทยไปถึงเป้าหมายที่วางไว้



Suggess News