ออเดอร์พุ่งแรง!! เศรษฐกิจดีต่อเนื่อง 6 สินค้าส่งออกดาวเด่น ยอดสั่งซื้อยาวครึ่งปีหลัง

Publish 2018-05-16 13:50:02



   สภาผู้ส่งออกยก 6 กลุ่มสินค้าดาวเด่น! "อิเล็กทรอนิกส์-รถยนต์-เคมีภัณฑ์-ข้าว-ผลไม้-ไก่" คำสั่งซื้อครึ่งหลังโตต่อเนื่อง ... "ยางพารา-น้ำตาล-มันสำปะหลัง" ยังต้องลุ้น กลุ่มรถยนต์มั่นใจ! ปีนี้ส่งออกได้ 1.1 ล้านคัน ข้าวไม่ต่ำ 10 ล้านตัน ... ตลาดอินโดฯ ฟิลิปปินส์ จีนสดใส

    การส่งออกของไทยช่วง 3 เดือนแรก ปี 2561 ยังขยายตัวได้ดี ส่งออกแล้ว 6.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 6.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 16.2% ส่งผลให้ไทยยังเกินดุลการค้า 1,956 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือในรูปเงินบาท 3.60 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ทิศทางคำสั่งซื้อในไตรมาส 2 และครึ่งหลังของปีนี้ ภาพรวมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง
 



   น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การส่งออกในครึ่งหลังของปีนี้ มี 6 กลุ่มสินค้าดาวรุ่ง ที่จะยังมีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง แยกเป็น สินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, กลุ่มรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และกลุ่มเคมีภัณฑ์ และสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว, ผัก, ผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป

   สำหรับสินค้าคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ที่คาดจะยังขยายได้ดี จากโลกยุคปัจจุบันได้ก้าวสู่ยุค IoT (Internet of Things) ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยสามารถปรับตัวรองรับการผลิตสินค้าตามกระแส IoT ได้เป็นอย่างดี ในสินค้ารถยนต์ ผู้ประกอบการในไทยคลายกังวล กรณีชาติอาหรับบอยคอตกาตาร์ ที่ถูกกล่าวหาสนับสนุนกลุ่มไอซิส เมื่อสถานการณ์ได้คลี่คลาย ทำให้ไทยสามารถส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางได้ดีขึ้น และกรณีเวียดนามออกกฎระเบียบนำเข้ารถยนต์ ก็ได้ผ่อนคลายกฎลงเช่นกัน รวมถึงตลาดออสเตรเลีย ที่หลายค่ายได้ปิดโรงงานประกอบรถยนต์ ส่งผลให้ไทยส่งออกรถยนต์ไป 3 ตลาดข้างต้น ได้เพิ่ม
 

   ส่วนสินค้าเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากน้ำมัน เวลานี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน รวมถึงสินค้าเกษตร เช่น ยางพารามีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้นตามยางสังเคราะห์ที่เป็นผลได้จากน้ำมัน ในกลุ่มสินค้าเกษตร ข้าวยังมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาต่อเนื่อง และราคาข้าวไทยสูงขึ้นตามกลไกตลาด ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวชนิดอื่น ๆ คาดปีนี้ ไทยจะส่งออกข้าวได้มากกว่า 10 ล้าน จากเดิมกระทรวงพาณิชย์คาดจะส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน ส่วนสินค้าผักและผลไม้แช่แข็งและแปรรูปยังมีทิศทางการส่งออกที่ดีไปตลอดทั้งปี และส่วนหนึ่งจากที่รัฐบาลไทยมีความร่วมมือกับอาลีบาบากรุ๊ปจากจีน ในการค้าออนไลน์สินค้าเกษตรใน 2 โครงการแรก คือ ทุเรียน และ Thai Rice Flagship Store จะช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสการจำหน่ายสินค้าเกษตรไทยเพิ่มขึ้น และสินค้าไก่สดแช่แข็งและแปรรูปยังเป็นที่ต้องการของตลาด



"ส่วนสินค้าเกษตรอื่น เช่น ยางพารา น้ำตาล ราคาในตลาดโลกยังไม่ดี ต้องลุ้นให้ดีขึ้น ส่วนมันสำปะหลังส่งออกได้ดี แต่ขาดแคลนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สรท. หรือ สภาผู้ส่งออกฯ ได้ปรับคาดการณ์ส่งออกไทยปีนี้จากเดิมตั้งไว้ 6% เพิ่ม เป็น 8% มีความเป็นไปได้สูง บนสมมติฐานค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.50 บาท บวกลบ 0.5% ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากค่าเงินบาทที่เวลานี้อ่อนค่าลง หากมาอยู่ที่ระดับ 32.50-33 บาทต่อดอลลาร์ และมูลค่าการส่งออกยางพาราที่ปีนี้ เราคาดการณ์ไว้เบื้องต้นจะขยายตัวที่ 0% แต่หากขยายตัวได้เกิน 2% โอกาสการส่งออกไทยขยายตัวได้เกิน 8% ก็มีความเป็นไปได้"

สอดคล้องกับ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่กล่าวว่า การส่งออกรถยนต์ของไทยช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกแล้ว 3.7 แสนคัน โดยหลายตลาดแนวโน้มการส่งออกในครึ่งปีหลังดีขึ้น เช่น ออสเตรเลีย เวียดนาม เอเชีย อื่น ๆ คาดทั้งปีนี้เป้าหมายส่งออกรถยนต์ที่ 1.1 ล้านคัน มีความเป็นไปได้สูง โดยไทยจะส่งออกรถ PPV (รถกระบะดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งเอนกประสงค์) ที่กำลังได้รับความนิยมได้เพิ่มขึ้น และเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจะช่วยให้ยอดส่งออกในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น (ปี 60 ไทยส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 9.14 แสนล้านบาท)

ขณะที่ นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า คาดปีนี้ ไทยจะส่งออกข้าวได้ที่ 10 ล้านตัน จากเวลานี้มีคำสั่งซื้อจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เข้ามามากขึ้น จากปีที่แล้วซื้อน้อย และยังมีตลาดมาเลเซีย แอฟริกา ที่ยังต้องซื้อต่อเนื่อง รวมถึงข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไทย-จีนที่ยังต้องซื้ออีก 5 แสนตัน ตามสัญญา จะช่วยให้เป้าหมายส่งออก 10 ล้านตัน มีความเป็นไปได้สูง

 

 

ขอบคุณ http://www.thansettakij.com


เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์


Recommend News