สะเทือนใจสังคม..!! คนร้ายใจทราม ใช้ไม้ตีหัว สาว พนง.บริษัทฯ ก่อนลงมือข่มขืน-พยายามฆ่าปิดปาก สุดท้ายรอดมาได้ เพราะมันคิดว่า "ตาย" !?

Publish 2018-06-22 09:30:33



เมื่อช่วงเช้ามืด เวลาประมาณ 05.30 นาฬิกา ของวันที่ 21 มิถุนายน 2561 โดยจุดเกิดเหตุ เป็นคันนาห่างจากบ้านของนางสาววรารัตน์เพียง50เมตรเท่านั้น จากการสอบปากคำทำให้ทราบว่า คนร้ายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าและสวมถุงมือมิดชิด โดยคนร้ายใช้ไม้ตีเข้าที่ด้านหลังศรีษะผู้เสียหายขณะกำลังปั่นจักรยานออกจากบ้าน ทำให้ผู้เสียหายล้มลง จังหวะนั้น คนร้ายได้ตามลงไปใช้มือบีบคอของผู้เสียหายพร้อมลงมือข่มขืนผู้เสียหายด้วย แต่ผู้เสียหายพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่จนสามารถกัดเข้าที่มือและสามารถกระชากไอ้โม่งที่ปิดบังใบหน้าของคนร้ายออกมาได้สำเร็จ

 

 

 


คนร้ายก่อเหตุข่มขืนและพยายามฆ่าสาวพนักงานทำความสะอาด

  คนร้ายจึงตัดสินใจเพิ่มแรงบีบที่คอเพื่อหวังให้ผู้เสียหายขาดอากาศหายใจจนตาย ก่อนที่ผู้เสียหายจะสลบและคนร้ายคิดว่าผู้เสียหายเสียชีวิตแล้ว จึงทิ้งร่างของผู้เสียหายไว้และรีบหลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ หลังคนร้ายหลบหนีไปแล้ว ผู้เสียหายฟื้นขึ้นมาและรีบหยิบโทรศัพท์มือถือ โทรหาผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งและโทรหานางวนิดา แพ่งผล ซึ่งเป็นหัวหน้างาน พร้อมแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้นางวนิดาทราบ เพื่อให้ส่งคนมาช่วยเหลือ เนื่องจากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหลายแห่งจนไม่สามารถออกไปจากที่เกิดเหตุได้เอง กระทั่ง หัวหน้างานรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปค้นหาใกล้จุดเกิดเหตุ กระทั่งพบตัวผู้เสียหายและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ผลการตรวจในเบื้องต้น แพทย์พบว่ามีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง กระดูกซี่โครงหัก2ซี่ มีเลือดออกภายในร่างกายและกระดูกคอร้าวเนื่องจากถูกของแข็งฟาด หลังผู้เสียหายเริ่มมีสติ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบปากคำ กระทั่งทราบว่า ผู้เสียหายเห็นหน้าคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างชัดเจน คือ นายต้อม ซึ่งมีศักดิ์เป็นเครือญาติกับผู้เสียหาย โดยพันตำรวจเอกพงษ์ธรณ์ เอื้อประเสริฐ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหนองขาว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปติดตามจับกุมตัวนายต้อม กระทั่ง สามารถจับกุมนายต้อมได้ที่บ้านของนายต้อมเอง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ5กิโลเมตร ในเบื้องต้น นายต้อมยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ แต่เนื่องจากผู้เสียหายให้การยืนยันชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุคือนายต้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายต้อม ไปเก็บตัวอย่างขนเพชร เพื่อนำไปเปรียบเทียบดีเอ็นเอ กับน้ำอสุจิและขนเพชรที่พบในช่องคลอดของผู้เสียหาย ก่อนจะควบคุมตัวนายต้อมส่งดำเนินคดีในสองข้อหา คือ

 

 


 

คนร้ายก่อเหตุข่มขืนและพยายามฆ่าสาวพนักงานทำความสะอาด


  ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเองและข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีทันที ในส่วนของมูลเหตุในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธ แต่ในเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียหายกับบ้านของผู้ก่อเหตุมีปัญหากันมานาน เนื่องจากบ้านของผู้เสียหายอยู่ในที่ดินผืนเดียวกับบ้านของผู้ต้องสงสัย และบ้านของผู้ต้องสงสัยต้องการที่จะขายที่แต่บ้านของผู้เสียหายไม่ยินยอมจึงกลายเป็นปัญหาขัดแย้งเรื่อยมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป
ทั้งนี้ หลังควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเข้าไปดูบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งได้รับข้อมูลจากคนรู้จักของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายมีฐานะยากจนมาก โดยอาศัยอยู่กับพ่อ อายุ 80 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตเพียงลำพัง ส่วนแม่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ในทุกๆวัน ผู้เสียหายจะต้องปั่นจักรยานจากบ้านไปทำงานที่ศาลากลางจังหวัดซึ่งอยู่ห่างกันเกือบ30กิโลเมตร ทำให้ในแต่ละวันผู้เสียหายต้องปั่นจักรยานไปกลับเกือบหกสิบกิโล เพื่อจะกลับมาดูแลพ่อที่ป่วยในช่วงเย็น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของหัวหน้างานที่บอกว่า ผู้เสียหายเป็นคนขยันทำงาน จะออกจากบ้านมาทำงานตั้งแต่เช้า ผู้เสียหายเป็นคนขยันทำงานและมีนิสัยร่าเริงเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน โดยหลังจากนี้ ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจะประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำตัวพ่อของผู้เสียหายไปดูแล พร้อมแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดทราบ เพื่อดำเนินการให้การช่วยเหลือต่อไป

 

 

ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี