บอกตรงๆ พวกนี้มันดัดจริต?"นพ.เหรียญ"แฉยับ!พวกนักสิทธิมนุษยชนจอมปลอม มีเบื้องหลังซ่อนเร้น ลั่น!!พวกผิดแผก ขนาดปกป้องพวกละเมิดสิทธิส่วนพระองค์

Publish 2018-06-22 19:42:15




จากกรณี พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย "ธีรศักดิ์ หลงจิ"  อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยนักโทษเด็ดขาดดังกล่าวได้ทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษายืนเป็นผลให้คดีถึงที่สุด

สำหรับการบังคับโทษประหารชีวิตดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 นับแต่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546 ซึ่งเปลี่ยนวิธีการบังคับโทษประหารชีวิตจากการยิงเสียให้ตายเป็นการฉีดสารพิษ

และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนถึงปัจจุบัน มีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว จำนวน 325 ราย โดยแบ่งเป็น การใช้อาวุธปืนยิงจำนวน 319 ราย (ยิงรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546) การฉีดยาสารพิษ จำนวน 6 ราย (ฉีดสารพิษครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552) ดังนั้นนักโทษรายนี้จึงถือเป็นนักโทษเด็ดขาดรายแรกในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา



ต่อมา กลุ่มแอมเนสตี้ได้เชิญชวนทุกคนที่มีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน มาร่วมไว้อาลัยแด่การตัดสินโทษประหารชีวิต โดยพร้อมกันในวันอังคารที่ 19 มิ.ย. นี้ เวลา 14.00-14.30 น. ณ หน้าเรือนจำกลางบางขวาง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด รวมทั้งงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม
 



โดยล่าสุดในวันนี้นั้น (22/06/2561) นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ได้ออกมาโพสต์ข้อความเรื่องราวดังกล่าวโดยระบุว่า 

มีการให้ร้ายว่าผมต่อต้านการประหารชีวิตนักโทษด้วยเหตุผลว่าผมเป็น ผอ.รพ.เอกชนเพียงแห่งเดียวที่ให้กรมราชทัณฑ์ส่งตัวนักโทษที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วนเกินขีดความสามารถของ รพ.เรือนจำมารักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ และด้วยเหตุผลว่าผมช่วยผู้ต้องหาที่เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผมช่วยนักโทษก็เพราะเห็นว่านักโทษที่เจ็บป่วยฉุกเฉินกำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายต่อการมีชีวิตรอดและต้องได้รับการรักษาตามสิทธิของความเป็นมนุษย์เท่านั้น เมื่อผ่าตัดจนพ้นอันตรายแล้วก็ส่งตัวคืน รพ.เรือนจำ ส่วนกรณีผู้ต้องหาเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวที่ DI นั้นก็เพราะผู้ต้องหาเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ...มันคนละเรื่องกันเลยครับกับกรณีนักโทษที่ต้องคำพิพากษาอันเป็นที่สุดแล้วให้ประหารชีวิต
ผมเห็นด้วยครับว่าต้องมีการประหารชีวิตนักโทษที่โหดเหี้ยมทารุณ อีกทั้งยังจะต้องประหารชีวิตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย...ไม่ใช่ประหารชีวิต 1 รายแล้วก็หยุดไปเกือบ 10 ปีจนสังคมลืมกรรมชั่วนั้นไปแล้ว

สำหรับความคิดเห็นของผมต่อกลุ่มแอมเนสตี้หรือสิทธิมนุษยชนจอมปลอม...ผมขอบอกตรงๆว่าพวกนี้มันดัดจริตครับ มันรู้จักพวกฝรั่งไม่กี่ตัวแล้วมันก็บ้าพวกฝรั่งกันซะแล้ว พวกนี้มันเป็นแค่กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม(ANTISOCIAL) ซ่อนเร้นวัตถุประสงค์บางอย่างเท่านั้นแหละครับ เหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดกับประชาชน ไอ้พวกนี้กลับปกป้องฆาตกร...ผมออกมาปกป้องการละเมิดสิทธิส่วนพระองค์ ไอ้พวกนี้กลับปกป้องพวกละเมิดสิทธิส่วนพระองค์เสียอีก...ดูสิครับว่ามันกลับหัวกลับหาง ผิดแผกแตกต่างจากสังคมกันขนาดไหน
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
22 มิ.ย.61 เวลา 18.37 น.

 

ขอบคุณข้อความจาก เหรียญทอง แน่นหนา



เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี