"แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" !!! ม.จ.จุลเจิม ตอกแรงๆ ส.ศิวรักษ์ #คนใจสกปรก# อ้างพระบรมราชโองการ ร.5 # ค้านพิธีถวายบังคมฯ !?!!

Publish 2016-07-19 11:57:04

 

    สืบเนื่องจากการที่  นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ เจ้าของนามปากกา ส. ศิวรักษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Sulak Sivaraksa"  แสดงตัวตนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนความคิดของนายเนติวิทย์  โชติภัทร์ไพศาล นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ต่อการไม่ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ  ในรูปแบบที่เคยมีการประพฤติปฏิบัติมาตั้งแต่ปี  2540  แต่เลือกใช้ธรรมเนียมตะวันตก โดยการลุกจากพื้นที่เตรียมถวายบังคม ไปโค้งคำนับพระบรมราชานุสาวรีย์ 2  รัชกาล โดยการกล่าวอ้างถึงพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 5 ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งในหลายประเด็นว่าแท้จริงแล้วพระองค์มีพระราชประสงค์เพียงเพื่อไม่ต้องการให้ข้าราชบริพารถูกชาวตะวันตกประณามหยามเหยียด  แต่ส่วนตัวพระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความชมชอบวัฒนธรรม การเคารพบูชาผู้มีพระคุณตามมารยาทตามแบบอย่างประเพณีไทย  ฯลฯ

 

    จนกระทั่งต่อมาการแสดงความเห็นของ นาย  ส.ศิวรักษ์ เลยเถิดถึงไปถึงการก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์ทัศนะมุมมองของ  หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล  เพราะต้องการจะปกป้องความคิดเห็นของนายเนติวิทย์   ตามที่ปรากฎเป็นกระแสข่าวก่อนหน้า   ( ข้อมูลประกอบ : หมดสิ้นสงสัยทำไมอย่างกร่าง!!! “ส.ศิวรักษ์” ฟูมฟัก“เนติวิทย์” มากับมือ # ไม่ต้องเคารพธงชาติ ไม่ต้องถวายบังคม .. ล่าสุดออกโรงแทนจวกยับ"มจ.จุลเจิม" ??   http://deeps.tnews.co.th/contents/196787/ )

 

 



     ล่าสุด  ม.จ.จุลเจิม ยุคล  ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ค  แสดงมุมมองต่อเหตุกรณีดังกล่าว ปรากฎเป็นรายละเอียดดังนี้ 

 

      "การที่ นิสิตจุฬาเขาหมอบกราบ พระบรมรูป รัชกาลที่ ๕ (ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว) มันเป็นคนละเรื่องกันกับการหมอบกราบขณะที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่

 

     ถูกต้องครับ รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงมีรับสั่งไม่ให้มีการหมอบกราบต่อพระองค์ ซึ่งขณะนั้นพระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ และเป็นพระราชโองการเพื่อเป็นแบบธรรมเนียมการปฏิบัติต่อเจ้านายชั้นสูง และข้าราชการโดยทั่วไป ในการว่าราชการ และในพระราชพิธีต่างๆ และพระราชโองการนั้น ได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ และประเพณีสืบต่อๆ กันมา จวบจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน

 

     

     นาย ส. ศิวรักษ์ ไม่ต้องมากล่าวย้ำความจำกระผม แต่เรื่องการที่นิสิตจุฬาหมอบกราบเพื่อถวายบังคมพระบรมรูปนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ที่มีต่อสถาบัน ในขณะที่พระองค์ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เป็นการที่หมอบกราบกราน ขณะที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ มีแต่คนที่จิตใจสกปรกเท่านั้น ที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และอ้างพระบรมราชโองการแบบตะพึดตะพือ โดยไม่ได้ดูกาละเทศะและสถานที่ นี่ละที่เขาเรียกว่า นาย ส ศิวรักษ์ ที่เขียนด่าว่าผม ผิดในกาละเทศะ และสถานที่ไปแล้ว อาจจะแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน แก่เฒ่าแต่ไร้ประโยชน์อันใด กินข้าวจนแก่เฒ่า อายุมากเพราะอยู่นาน แต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย

 

    คนไทยเทอดทูน ดวงพระวิญญาณและความดีของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีให้กับชาติ บ้านเมือง เพราะในธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นประเพณีที่งดงามของสังคมไทยนั้น การกราบไหว้พระมหากษัตริย์ หรือบรรพบุรุษ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว คนไทยเขาถือเป็นจริยวัตร และเป็นความงดงามยิ่งของวัฒนธรรมไทย และในสามัญสำนึกของคนไทยทุกคน พร้อมที่จะรำลึก และเทิดทูนดวงพระวิญญาณของพระองค์โดยจิตอันบริสุทธิ์...