ตามรอยพ่อ!!!! นักเรียน.วังใหม่พัฒนาอ.เทพสถิต ปลูกเมล่อนแปลงเกษตรพอเพียงสร้างรายได้ดี

Publish 2017-09-06 14:52:32



ช่วงเวลาว่างระหว่างเรียนเห็นผล......ต้นแบบรั้วโรงเรียนตามรอยพ่อเกษตรพอเพียงต่อยอดอยู่แบบพอเพียงตามรอยพ่อได้อย่างยั่งยืนได้อีกทาง..

ขณะที่จ.ชัยภูมิ มีกิจกรรมตามรอยพ่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำการเกษตรพอเพียงภายในรั้วโรงเรียนวังใหม่พัฒนา ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ  ได้มีคณะครู เด็กนักเรียน โดยกลุ่มครูและนักเรียนได้พากันหันมานำแนวทางแปลงเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อฯ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยเสริมด้านการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับกลุ่มนักเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกล

ด้วยการเริ่มทำแปลงทดลองปลูกต้นเมล่อน ร่วมกันในช่วงเวลาว่างระหว่างมาโรงเรียน มาต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งผลไม้ประเภทเมล่อนถือเป็นพืชเศรษฐกิจและมีความต้องการของตลาดสูงในขณะนี้  ทางผู้บริหารสถานศึกษา  โดย นายทินกร  ตรีรัตน์    ผู้อำนวยการโรงเรียนวังใหม่พัฒนา  จึงได้มอบหมายให้ครูศรันยู อุ่นโคตร ครูประจำวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นครูรุ่นใหม่ไฟแรง เข้าไปศึกษาอบรมกับกลุ่มสมาชิกเกษตรไทย ถึงแนวทางการปลูกเมล่อน ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่ถ่ายทดผสมผสานตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง



ซึ่งนายทินกร  ตรีรัตน์    ผู้อำนวยการโรงเรียนวังใหม่พัฒนา กล่าวว่า   การปลูกเมล่อน  ภายในโรงเรียนได้มีการนำแนวทางพัฒนามาจากแนวทางขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9  เป็นหลักการในการปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน   ซึ่งโรงเรียนวังใหม่พัฒนาเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา  จึงได้หาวิธีการให้นักเรียนได้มีรายได้ในช่วงระหว่างเรียนให้ควบคู่ไปด้วย  

การริเริ่มโครงการการปลูกเมล่อน  จึงเริ่มขึ้นเป็นโครงการทดลองให้นักเรียนได้เรียนรู้และเกิดทักษะ ในกระบวนการผลิตเมล่อน  จึงได้ให้เด็กนักเรียนได้ฝึกทักษะการปลูกเมล่อน ในโรงเรือนทดลอง 

สำหรับอายุของการเก็บเกี่ยวลูกเมล่อน จะอยู่ระหว่าง 90 วัน   นอกจากการเรียนรู้แล้ว ส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างความพอเพียงตามมาได้อีกยังช่วยทำให้กลุ่มเด็กที่เข้ามาเรียนรู้และช่วยกันดูแลแปลงปลูกเมล่อนยังได้มีรายได้เสริมให้กับนักเรียน ที่จะมีพ่อค้าที่ทราบว่าโรงเรียนมีการปลูกเมล่อนมาติดต่อรับซื้อถึงที่มาต่อเนื่องไม่ขาดสายได้อย่างอีกด้วย 

 

ซึ่งการปลูกในช่วงนี้ทำให้เหมาะกับตลาด และผู้บริโภคมีความต้องการเมล่อนเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสานผสานมาใช้สอนเพิ่มการเรียนรู้ให้กับเด็กได้เห็นผลและยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับนักเรียนช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองได้อีกทางเป็นจำนวนมากด้วย 

พร้อมกันนี้ยังทำให้นักเรียนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นการสานต่อนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลา สู่การสร้างรายได้จริงที่เห็นผลให้กับกลุ่มนักเรียนขาดโอกาสของโรงเรียนวังใหม่พัฒนา ตามรอยเท้าพ่อ ร.9 ได้อย่างดีและยั่งยืนตามมาในอนาคตได้




ซึ่งด้าน นายศรันยู อุ่นโคตร ครูวิทยาศาสตร์ผู้ช่วยดูแลโครงการแปลงเกษตรพอเพียงในครั้งนี้ของโรงเรียนฯ กล่าวว่า จากการที่ได้ไปอบรมกับกลุ่มสมาชิกเกษตรไทย    หลังจากกลับมาที่โรงเรียนจึงได้วางแผนเสนอของบประมาณจากทางโรงเรียน  พร้อมกับปรับพื้นที่ให้โล่งเตียน เพื่อเตรียมสร้างโรงเรียน หลังจากนั้นได้ทำการถ่ายภาพแล้วได้ส่งภาพถ่ายไปให้กลุ่มสมาชิกเกษตรไทย ได้ดูเพื่อที่จะช่วยส่งเสริมคำแนะนำเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนให้เด็กมีส่วนเข้ามาเรียนรู้ได้โดยตรงจึงประสบความสำเร็จจากทุกฝ่ายในชุมชนเกิดการมีร่วมร่วมกับโรงเรียนได้มากขึ้นอีกทางด้วย

และทางโรงเรียนได้ทำการทดลองปลูกเมล่อน ไปเป็นจำนวนทั้งสิ้น 165 ต้น  คอยให้เด็กนักเรียนที่มีช่วงเวลาว่าง ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยกันดูแล มาให้น้ำ ในช่วงเช้า และช่วงเย็น   และจะต้องมีการจดบันทึกประวัน ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างกับต้นที่ตนเองปลูก เช่น มีใบเหี่ยว ใบเหลือง  เราก็จะต้องจดบันทึกไว้ เป็นการบูรณาการให้เข้ากับวิชาวิทยาศาสตร์ ที่จะเรียนรู้นอกห้องเรียนได้ควบคู่กันไปได้อีกด้วย   และจะเป็นการสร้างแนวทางให้นักเรียนได้เกิดการเรียนอย่างแท้จริง สามารถนำไปใช้จริงและถ่ายทอดสู่ชุมชนได้   หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทอลองปลูกเมล่อนในครั้งนี้  จะสามารถทำให้โรงเรือนเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน  สามารถไปขยายผลต่อยอดตามแนวเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ ร.9 ได้เป็นอย่างดีอย่างยั่งยืนอีกต่อไปด้วย

 

ขณะที่นายบุญยืน สิทธิ์ขุนทด นักเรียนชั้น ม.3  พูดถึงความรับผิดชอบของตนและเพื่อนๆกลุ่มปลูกเมล่อน ว่า  ในแต่ละวันตนกับเพื่อนๆจะเข้ามาดูแลต้นเมล่อนที่ปลูกไว้ ทั้งดูแลคอยเอาวัชพืชออก การให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด  โดยจะต้องไม่ให้น้ำหยดใส่ใบของเมล่อน  ซึ่งอาจจะทำให้ใบเหี่ยวและตายได้   ดังนั้นทุกคนจะต้องมีความรับผิดชอบใส่ใจสูงมากขึ้น สิ่งที่ได้ก็คือการทำเกษตรต้องใส่ใจและรู้แนวทางการผลิตก็จะได้ผลผลิตที่ออกมาตามความต้องการของตลาดได้ ซึ่งต้องมีทั้งการวางแผน การทดลอง ที่ชัดเจนก่อนลงมือ ไม่ใช่เห็นคนอื่นทำก็ตามไปหมดโดยไม่มีแนวทางหลักวิชาการขั้นตอนที่ถูกวิธีการดำเนินกิจการใดๆก็จะเดินหน้าไปได้ยากด้วย ซึ่งการทำการเกษตรที่ไม่ประสบผลสำเร็จในจุดนี้จึงยังเป็นปัญหาตามมาอยู่อีกมากด้วย/////

อนุชา ลูกพ่อแล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อนุชา มูลเทพ