ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงขลิบผมไฟพระราชทานตามประเพณีโบราณแก่ "ด.ช.มีค่า เนื้อนวล"

Publish 2017-12-27 15:56:06



เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ที่ผ่านมาในเฟซบุ๊กของ ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเพชรบูรณ์  ได้โพสต์ข้อความพร้อมทั้งภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งมีพ่อแม่และพี่สาว ซึ่งทราบต่อมาว่า เด็กชายคนดังกล่าวชื่อ ด.ช.มีค่า เนื้อนวล เป็นบุตรของ ขันทอง เนื้อนวล นักการทูตแห่งสถานกงสุลใหญ่ เมืองฮ่องกง กับปุณฑริกา เนื้อนวล โดยในภาพเห็นได้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระเกษมสำราญ ดังนั้นอยากนำมาเผยแพร่ต่อให้เห็นถึงเจ้าฟ้าของแผ่นดินที่ประชาชนรักและเทิดทูนพระองค์ และบ่อยครั้งที่เป็นภาพชินตาของคนไทยในการเสด็จพระราชกรณียกิจต่างๆ และเมื่อมีภาพและเรื่องราวที่ทำให้ปลาบปลื้มรับรู้ถึงความสุขของพระองค์ก็อยากแบ่งปันนำมาเสนอกัน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงขลิบผมไฟพระราชทานแก่ ด.ช.มีค่า เนื้อนวล บุตรคุณขันทอง-ปุณฑริกา เนื้อนวล



ประเพณีโกนผมไฟ แบบไทยโบราณ
การโกนผมไฟนั้น ต้องรอให้เด็กมีอายุครบ ๑ เดือนเสียก่อน จึงใช้คำเรียกกันว่า “ทำขวัญเดือน” เพราะเวลาก่อนระยะนี้นั้น กระหม่อมของเด็กยังบางอยู่ หากล่าช้าไปก็ไม่ควรเกินกว่า ๖ เดือน ควรเลือกวันฤกษ์งามยามดีอย่างทำการมงคลต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เด็ก ถ้าจะทำพิธีโกนผม เวลาเช้าของฤกษ์ ก็นิมนต์พระมาสวดมนต์เย็นก่อนวันฤกษ์ ๑ วัน โดยในพิธีมีการเตรียม และกระทำขั้นตอนดังนี้ 
๑)ของที่ใช้ในพิธี คือ ข้าวตอก ๑ ถุง, ข้าวเปลือก ๑ ถุง, ถั่วเขียวหรือถั่วทอง ๑ ถุง, งา ๑ ถุง, เมล็ดฝ้าย ๑ ถุง, ฟักเขียวทาแป้งหรือดินสอพองให้ขาว ๑ ผล, มะพร้าวนาฬิเกที่กำลังงอก ๑ คู่ ปิดด้วยกระดาษเงินผลหนึ่ง กระดาษทองผลหนึ่ง(เรียกว่ามะพร้าวเงินมะพร้าวทอง) ใบมะตูม ที่น้ำมนต์ ถาดล้างหน้า มีของใส่ในถาด คือ ครอบสำริด  เครื่องเจิม ขันสำหรับใส่ผม กรรบิดกรรไกร ๑ ชุด(กรรบิดนั้น ได้แก่ มีดด้ามทอง ๑ เล่ม มีดด้ามเงิน ๑ เล่ม มีดด้ามแก้ว ๑ เล่ม กรรไกนั้นใช้อย่างกรรไกรโบราณด้ามคร่ำเงินคร่ำทอง) ถ้าเป็นเด็กชายต้องมีมีด ๑ เล่ม ปืน ๑ กระบอก ดาบ ๑ เล่ม เครื่องอาวุธต่างๆ ตำราเรียน กระดาษดินสอ ฯลฯ ถ้าเป็นเด็กหญิง มีแก้วแหวนเงินทอง และเครื่องเย็บปักถักร้อย กับตำราเรียนพอควร ของเหล่านี้จัดวางไว้ในที่บูชา หรือจะมีม้ารองปูผ้าขาวจัดวางของไว้ และต้องวงด้ายสายสิญจน์ด้วยก่อน แล้วจึงวงที่บาตรน้ำมนต์ ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จนตลอด เมื่อเสร็จงานแล้วให้ใส่ไว้ในอู่หรือเปล ๓ วันก่อนจึงเก็บได้ แต่มะพร้าวคู่หนึ่งนั้น ให้นำไปปลูกไว้ ณ ตำบลที่ฝังรก ดังจะกล่าวถึงวิธีฝังรกต่อไป

๒)พิธีโกนผม เมื่อได้เจริญพระพุทธมนต์ตอนเย็นแล้ว ครั้นวันรุ่งขึ้นตอนเช้า จัดแจงแต่งกายกุมาร กุมารี เตรียมไว้รอเวลาฤกษ์ เมื่อได้ฤกษ์อันอุดม นางนมก็นำเด็กมาวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์ หันศีรษะเด็กสู่ทิศอันเป็นสิริมงคลของวันงาน(ทิศศรี) โหรลั่นฆ้องชัย แล้วท่านผู้เจริญด้วยศักดิ์ด้วยชนมายุซึ่งเป็นประธาน ณ ที่นั้น จะได้หลั่งน้ำพะพุทธมนต์ ประสิทธิ์ประสาทพรชัย และจรดกรรบิดกรรไกรบนกระหม่อมเด็กพอเป็นพิธี พระสงฆ์สวดชยันโต พราหมณ์เป่าสังข์และดีดบัณเฑาะว์ ชาวพิณพาทย์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์อวยชัยให้พร ครั้นบิดามารดาและบรรดาญาติผู้ใหญ่ผลัดกันโกนผมให้เด็กต่อจากผู้เป็นประธานพอเป็นพิธีเสร็จแล้ว จึงให้ช่างโกนผมให้แก่เด็กจนหมด

๓) อาบน้ำเด็ก ครั้นช่างโกนผมเด็กเรียบร้อยแล้ว จึงนำอ่างใส่น้ำพออุ่นๆมาเอาน้ำพระพุทธมนต์เจือปนลงไป นำเด็กลงอาบน้ำ ในอ่างน้ำนี้ใส่เครื่องพิธี คือปลาเงิน ปลาทอง กุ้งทอง ซึ่งทำด้วยไม้ระกำ ปิดกระดาษทองหรือทาด้วยบรอนซ์  กับมะพร้าวเงินมะพร้าวทอง คือ มะพร้าวนาฬิเกที่ทำเตรียมไว้ ครั้นอาบน้ำให้เด็กเรียบร้อยแล้วนำไปแต่งตัว แล้วนำมาวางไว้บนเบาะข้างบายศรี ผู้ที่อุ้มเด็กมักเป็นย่ายายหรือญาติผู้ใหญ่ที่มีอายุ

๔)เลี้ยงพระ ครั้นได้เวลาพระฉัน จัดอาหารถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ พระฉันเสร็จแล้ว เจ้าภาพถวายเครื่องไทยธรรม พระท่านอนุโมทนา แล้วอำลากลับ นับว่ายุติพิธีโกนผมไฟ



สมัยนี้ พิธีโกนผมไฟเกือบไม่ใคร่ได้กระทำกันแล้ว ถือว่าผมที่ติดมาแต่กำเนิดนั้นเป็นมงคลดีอยู่แล้ว จึงเลยไว้ผมกันต่อไปจนเจริญวัย แม้จะโกนบ้างตัดบาง ก็ทำกันอย่างธรรมดา เพื่อรักษาความสะอาดให้เด็ก ก็นับว่าเป็นการตัดกังวลและประหยัดทรัพย์ได้ส่วนหนึ่ง เว้นแต่ชั้นเจ้านายและพิธีหลวง ซึ่งยังต้องปฏิบัติกันอยู่ ตามเกียรติประเพณีราชนิยม.
ที่มา FB:เพจชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเพชรบูรณ์  และ ขอบคุณภาพจาก : IG_คุณคิ้ม @kympuntharika 
และข้อมูลประเพณีโกนผมไฟจากเวปมงคลพิธีไทย
 



เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม