ป.ป.ช. เล่นใหญ่ !! สั่งพลเอกประวิตร แจงเพิ่มปมที่มาแหวนเพชร พร้อมเชิญ 4 เอกชน แจงกรณีนาฬิกา สัปดาห์หน้า

Publish 2018-01-05 13:38:18



นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรายการทรัพย์สินของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีกรณีไม่แจ้งรายการ นาฬิกาและแหวนเพชรต่อ ป.ป.ช. ว่าล่าสุดพบมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกา รวม4คนเป็นภาคเอกชนทั้งหมด ซึ่งป.ป.ช. ได้เรียกชี้แจงในสัปดาห์หน้า แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นนักธุรกิจชื่อดังหรือไม่



ส่วนการชี้แจงของพลเอกประวิตรนั้นไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้แต่เบื้องต้นได้มีการชี้แจงถึงที่มาของนาฬิกาทุกเรือนทั้ง 15 เรือนที่เป็นข่าว ยังมีบางเรือนที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมซึ่ง ป.ป.ช. ได้ส่งหนังสือถึงพลเอกประวิตรอีกฉบับเมื่อวานนี้ขอให้ชี้แจงเพิ่มภายใน15วัน โดยเฉพาะกรณีที่มาของแหวนเพชร ซึ่งยังไม่ชัดเจน

นอกจากนี้ ป.ป.ช.  จะเดินหน้าตรวจสอบรายได้ของพลเอกประวิตร หลังมีการพบว่าข้อมูลรายได้ที่แจ้ง ในรายการภาษีเงินได้ นั้นไม่ตรงกับรายการทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการเปรียบเทียบว่ามีรายการทรัพย์สินต่างกันอย่างไร ยืนยันว่าป.ป.ช.จะเร่งรัดคดีนี้เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชนคาดว่าเร็วๆนี้จะได้ข้อสรุป

ส่วนกรณีการปรับแก้ประกาศของ ป.ป.ช. เพื่อเพิ่มวงเงินการรับทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นยอมรับว่าเป็นแนวคิดของกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มหรือคงเดิมวงเงินดังกล่าวไว้เนื่องจากปัจจุบันกำหนดรับทรัพย์สินจากผู้อื่นได้ไม่เกิน3000 บาทซึ่งใช้มายาวนานตั้งแต่ปี2542 ทั้งที่สภาพเศรษฐกินนั้นเปลี่ยนไปมาก ยืนยันเป็นเพียงแนวคิดที่หารือกันไม่ได้แก้ไขเพื่อเอื้อกรณีการซื้อสุนัขของนายกรัฐมนตรี


 



นอกจากนี้ ป.ป.ช.ได้แถลงความคืบหน้าคดี สำคัญที่สังคมสนใจ อีก 5 คดี

-ได้แก่คดีทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งเลขา ป.ป.ช. ยอมรับว่ามีความล่าช้า เพราะมีการร้องเรียนกล่าวหา 133 วัด ใต่สวนแล้ว 12 วัด อีก120วัดยังแสวงหาข้อเท็จจริง ส่วนวัดที่ถูกชี้มูลว่ามีความผิดมี 2วัด ได้แก่การทุริตวัดพนัญเชิงวรวิหารและ วัดคงคาสวัสดิ์ อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งจะแถลงรายละเอียดในสัปดาห์หน้า

-ส่วนคดีโครงการจัดหา ที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซียจำนวน 5 โครงการของ บริษัท ปตท.กรีนเอ็นเนอร์ยี่จำกัด คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงและได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องจำนวน 47 รายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประสาน ความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา จากสาธารณรัฐ อินโดนีเซีย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

-คดีจ่ายสินบน บริษัทโรลส์รอยซ์ จำกัด ทั้งของกรณี บริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน และกรณีบริษัท ปตท.จำกัด มหาชน ที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องและประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศ

-คดีการเช่าเครื่องบินเหมาลำของบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชนไปที่ประชุมรัฐฮาวายประเทศสหรัฐอเมริกา ตรวจสอบไปแล้ว ไม่พบการกระทำความผิด

-คดีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนเข้าใช้ที่ดินสาธารณะป่าห้วยเม็ก  อยู่ระหว่างการแสดงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานว่าการดำเนินการของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยชอบหรือไม่

- ส่วนเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาที่ปรากฏเป็นข่าวจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้กล่าวหาร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว
 



เรียบเรียงโดย

ธารา มั่นฤทัย


Recommend News