ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาพายุ เซินติญ ฉบับที่ 12(รายละเอียด)

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา"พายุ เซินติญ" ฉบับที่ 12(รายละเอียด)

Publish 2018-07-20 13:43:02



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาพายุ เซินติญ ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2561

เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (20 ก.ค. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชัน “เซินติญ” (SON-TINH) ปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน แต่ยังส่งผลให้ภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร และตาก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย



สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2561

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย
(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 



ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อน “เซินติญ” (SON - TINH) จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 18 – 22 กรกฎาคม 2561 อาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2 -3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 67 จังหวัด แยกเป็น

ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และมหาสารคาม

ภาคกลาง 24 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี

ภาคใต้ 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ศูนย์เขต จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งได้กำชับให้ประสานหน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภทให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและงดการเดินเรือ หากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง อีกทั้งตรวจสอบให้มีอุปกรณ์ชูชีพประจำเรืออย่างเพียงพอ สำหรับประชาชนที่อาศัย อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย