วิญญาณ น้องฟอส สิงร่างอาสาฯทวงเศร้า ยิงผมทำไม รับข่าว เสี่ยอ้วน จ่ายพ่อแม่สปาย7ล้าน

วิญญาณ "น้องฟอส" สิงร่างอาสาฯทวงเศร้า "ยิงผมทำไม" รับข่าว "เสี่ยอ้วน" จ่ายพ่อแม่สปาย7ล้าน

Publish 2018-08-23 18:16:12

จากกรณีคดีสะเทือนขวัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ หลังจากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี พร้อมพวกวางแผนร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปี ที่เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี

 

โดยภายหลังก่อเหตุเสี่ยอ้วนได้หลบหนีออกนอกประเทศ แต่ในที่สุดก็ถูกจับกุมได้หลังจากที่ ทางการไทยได้ดำเนินการประสานงานกับประเทศกัมพูชา ซึ่งทางเสี่ยอ้วนสารภาพว่าลงมือก่อเหตุฆ่าทั้งสอง คือ น.ส.ปวีณา และนายอนันตชัยจริง โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเสี่ยอ้วนไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดต่าง ๆ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น



 

 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายปัญญา หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 332/2561 ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่เขตเมืองพัทยา และสัตหีบ รวม 5 จุด

 

โดยเสี่ยอ้วนได้สารภาพด้วยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น "ทำไปเพราะความแค้นที่น้องสปายไม่รับรัก หลังทุ่มเทให้ทั้งเงินและความรัก จึงตัดสินใจก่อเหตุ โดยเสี่ยอ้วนเปิดเผยว่า ยอมเสียเงิน 7 ล้าน ที่โอนไปให้น้องสปายกับพ่อ เพื่อหวังใช้เป็นเงินสินสอดแต่งงาน แต่กลับมาถูกหลอกหักหลัง จึงไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี และไม่ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน จึงขอใช้ความตาย ตัดสินปัญหาปมรักปมแค้น"

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ความจริงหรือบิดคดี "เสี่ยอ้วน" เปิดปากจ่าย 7 ล้านให้พ่อแม่สปาย แรงแค้นชนวนฆ่า2ชีวิต
 


ล่าสุดก็มีเรื่องราวจากคำบอกเล่าในแวดวงของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นาจอมเทียน ที่ทำคดีดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีร่วมสังหารยิงฆ่าโหด 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัยจริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี เสียชีวิตหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

 

 

 

ทั้งนี้ปรากฏว่าในช่วงก่อนทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสี่ยอ้วน มีอาสาสมัครตำรวจสภ.นาจอมเทียน คือ นายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี รองประธานอาสาสมัคร ตำรวจป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ได้เกิดอาการแปลกประหลาดขณะคุ้มกันการทำแผน สร้างความแตกตื่นต่อประชาชนนับร้อยที่มาดูการทำแผนอย่างมาก


จากการสอบถามนายอภินันท์ภูศิต ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ได้เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังยืนรักษาความปลอดภัย ระวังแนวป้องกันโดยรอบที่เกิดเหตุก่อนถึงเวลาทำแผนเพียงไม่ถึง 10 นาที ได้เกิดมีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติรับรู้อีกเลย เมื่อส่งถึงมือหมอ สติก็กลับคืนมา และผลตรวจก็ออกมาว่าปกติ ตรวจหาสาเหตุไม่พบ และตนก็ไม่เคยมีอาการเช่นนี้ เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี


ทั้งนี้บรรดาเพื่อนตำรวจที่เข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ฉี่ราดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า “ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด”และขับร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน ทั้งๆ ที่เป็นคนภาคกลางพูดภาษาอีสานไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณ 10 นาที รวมถึงมีการฟ้อนรำ ซึ่งตนและคนอื่นๆ ต่างมีความเชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณของน้องฟอส ที่มาเฝ้ารอเสี่ยอ้วน และคงมีสบายใจที่เห็น เสี่ยอ้วนถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ได้รับความเป็นธรรม


โดยนายอภินันท์ อาสาคนดังกล่าวยังบอกด้วยว่า “ผมไม่เคยเป็นเป็นโรคลมชัก หรือเป็นลมแบบนี้ ร่างกายแข็งแรงมาตลอด และไม่เคยเกิดอาการแบบนี้ และไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรพอไปถึงโรงพยาบาล อาการก็หายเป็นปกติ หมอก็ตรวจร่างกาย ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีไข้ แต่ให้นอนโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อรอดูอาการ แต่ก็ไม่เป็นอะไรอีก จนเช้าหมอมาตรวจอีกรอบก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนเรื่องความเชื่อว่าวิญญาณผู้ตายมาเข้าสิง เชื่อว่าอาจเป็นไปได้ แต่ส่วนตัวก็ยืนยันไม่เคยเป็นแบบนี้ จิตแข็ง แต่คิดว่าวิญญาณน้องทั้งสองอาจมารับรู้ ว่าจับคนร้ายได้แล้ว”

 

 

 

 

 

 


และนอกจากนี้ขณะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึงที่โรงพยาบาล ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนได้กลิ่นเน่าเหม็นตลอดเวลา จนสร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก หลายคนเชื่อว่าเป็นความอาฆาตของวิญญาณน้องฟอสที่มีต่อการกระทำของเสี่ยอ้วน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล