ด่วนๆ รวบแล้ว 3 โจ๋นักเลงโจร ยิงหัวนศ.เทคนิคมีนฯทะลุหมวกกันน็อค เล่าชีวิตสุดเถื่อนพกปืนตลอดเวลา

Publish 2018-09-03 12:36:29

เป็นคดีอุกอาจที่ต้องเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด จากกรณีนายนพเก้า หรือ แบงค์ สุคนธรัตน์ อายุ 19 ปี ชั้นปี 3 แผนกช่างยนต์ โรงเรียนย่านมีนบุรี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ บริเวณซอยราษฎร์อุทิศ 23 แขวงทรายกองดินเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

 

 

 

 


สอบสวนผู้ต้องหา

 

 

 

ทั้งนี้ พยานให้การว่า มีคนร้าย 2 คนขี่จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ขี่ไล่รถผู้ตายที่มากับเพื่อนอีก 1 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุผู้ตายเลี้ยวรถเข้ามาในซอยเพื่อไปหาเพื่อน โดยรถคนร้ายได้ขี่เลยไปจอดห่างจากปากซอยมา 10 เมตร ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงใส่ผู้ตายจนรถล้ม ส่วนเพื่อนผู้ตายวิ่งหลบหนีเข้าร้านคาร์แคร์ในซอย รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดแล้ว

 

 

 

พ่อผู้ตาย สัมภาษณ์

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.3 และฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี ร่วมกันจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว หลังสืบสวนทราบเบาะแสคนร้ายว่ามีผู้ร่วมกันก่อเหตุ 4 คน  ขณะนี้สามารถจับกุมได้ 3 คน คือนายวิรัตน์ รัสมี หรือบุก อายุ 19 ปี,นายเขมชาติ สำนองคำ หรืออาเมน อายุ 18 ปี และ นายจิรัฐติกาล เปรื่องการงาน หรือเบน อายุ 19 ปี และอีก 1 คนที่ยังหลบหนี คือนายวีระศักดิ์ บุญเพ็ง หรือนายจู้ ล่าสุด ทางผู้ปกครองของนายจู้ได้ติดต่อว่าจะพาเข้ามอบตัวมาแล้ว 

 

 

 

โดย พลตํารวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงข่าวจับกุม เปิดเผยว่า คนร้ายทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านพัก พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธปืนกล็อก 1 กระบอก, ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ของผู้ตาย 1 กระบอก, หมวกนิรภัย 2 ใบ, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ  สีแดง 1 คัน, รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สีเทาดำทะเบียน  6กร2148 กทม.1คัน และชุดสีรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินที่ถูกเผาทำลาย 1 ชุด

 

 

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างสถาบัน แต่กลุ่มผู้ต้องหาและกลุ่มผู้เสียชีวิตเคยมีปัญหากันมาก่อน ต่างคนต่างระแวงกัน ทั้ง 2 กลุ่มมีการพกปืนติดตัวเพื่อป้องกันตัวเองมาตลอด จนกระทั่งวันเกิดเหตุนายบุกและนายจู้ พบนายแบงค์ ขับรถจักรยานยนต์อยู่ จึงขับไล่ตาม มาถึงบริเวณปากซอยราษฎร์อุทิศ 23 นายบุกและนายโจ้ได้ยิงนายแบงก์จนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีและโทรหา นายเบนและนายเหยิน ให้ขับรถฮอนด้าซิตี้มาจอดไว้ที่ซอย มิตรไมตรี 30  จากนั้นได้เปลี่ยนเสื้อผ้า สลับรถ และแยกย้ายกันไป จนมาทราบข่าวภายหลัง จึงได้นำเสื้อผ้าและชุดสีรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในวันก่อเหตุไปเผาทิ้ง โดยวันนี้ (3 ก.ย.) จะไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่สมัครใจ ยืนยันไม่กระทบต่อรูปคดี 

 

 

 

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สุคนธรัตน์ พ่อของผู้เสียชีวิต และครอบครัวได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีด้วย โดยนายสมบูรณ์ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีคนรู้จัก วิ่งมาบอกว่าลูกชายถูกยิง ตอนนั้นตกใจและรีบวิ่งไปดู ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาได้คอยเตือนลูกบอกให้ลูกระวังตัวทุกครั้งที่ไปเรียน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกว่ารุนแรงเกินไป แค่ตีกันเฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องฆ่ากัน พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกกันหมด ซึ่งหลังจับคนร้ายได้ ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ตำรวจใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการทำงาน พร้อมฝากไปถึงวัยรุ่นให้ต่างคนต่างเรียน เลิกเรียนแล้วก็กลับบ้าน ส่วนทางสถาบันอยากให้ดูแลเด็กๆ อย่าให้มาทะเลาะวิวาท ทั้งรุ่นพี่และอาจารย์ ทั้งนี้ ยังไม่ได้คุยกับผู้ร้าย แต่หากอยากจะเข้ามาขอขมาก็พร้อมที่จะให้อภัย 

 

ด้านนางพรพรรณ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา แม่ของผู้เสียชีวิต เชื่อว่ามูลเหตุไม่น่าเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว แต่เชื่อว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างสถาบัน เนื่องจากที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าปัญหาใดให้ฟัง ส่วนที่ระบุว่า ลูกชายก็พกปืนเหมือนกันนั้น ตนเองก็ต้องไปถามตัวคนร้ายก่อน และอยากถามว่าเพราะเหตุใดอาวุธปืนถึงหาง่าย พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมบทลงโทษการพกอาวุธปืนถึงมีอัตราโทษเบา.

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ