หดหู่!! "ผู้เห็นเหตุการณ์" เผยสาเหตุแท้จริง? "น้องพิ้ง" ถูกไฟคลอกดับคาบ้าน ไม่ใช่เพราะจุดธูป !! (คลิป)

Publish 2018-09-25 02:04:22



จากกรณีที่ เมื่อเวลา 09.00น. ของวันนี้ 24กันยายน 2561 เกิดไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพหลโยธิน 24 คลอก นศ.หอการค้า เสียชีวิต 1 ราย โดย ร้อยเวรสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2  เป็นบ้านเช่า ลักษณะ กึ่งไม้กึ่งปูน 2 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา  เพลิงได้ลุกไหม้จากบ้านต้นเพลิง ไปยังบ้านใกล้เคียงเสียหายรวม 4 หลังคาเรือน

 



    ภายหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1  ราย เป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง จากการสอบถาม ป้าของผู้เสียชีวิตระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 4 คน จะมี พ่อ แม่ ของน้องพิงค์ ที่เสียชีวิต อยู่ด้วยกัน

   โดยเช่าย้ายหลังดังกล่าวมาประมาณ 20 ปีแล้วเพราะเดินทางเข้าออกสะดวก โดยเมื่อช่วงเช้า น้องพิงค์ นอนอยู่บ้านคนเดียว เพราะมีเรียนช่วงบ่าย ส่วนแม่ ออกไปขายของที่ตลาด และได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ แถวที่พักอาศัย จึงรีบกลับมาดู ก็พบว่า เพลิงได้ลุกไหม้ บ้านเสียหายทั้งหลัง และหลานสาวก็มาเสียชีวิต ขณะที่มารดาของผู้เสียชีวิต ยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ และยังทำใจกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้ไม่ได้

 

 



ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว ระหว่างนั้นพบว่า แสงเพลิงได้ปะทุขึ้นมาอีกบริเวณหลังคาชั้น 2  จากตัวบ้านที่อยู่ติดกับบ้านต้นเพลิง เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำถังดับเพลิงเข้าไปดับไฟ ป้องกันการลุกลาม  อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานเขตจตุจักร   ได้แจ้งกับผู้เสียหาย ให้ไปแจ้งความ ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อนำใบแจ้งความ ไปขอทำบัตรประชนใหม่ และขอรับสิทธิ์ การช่วยเหลือต่อไป    เบื้องต้น จากการสอบสวน ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว มีผู้พักอาศัยอยู่รวมกัน 3 คน ขณะเกิดเหตุ แม่ และป้า ของ"นางสาวพนิดา โชคอวยพรชัย" หรือ "น้องพิงค์" ผู้เสียชีวิต ออกไปขายของ ส่วน น้องพิงค์ ซึ่งมีเรียนช่วงบ่าย ยังนอนอยู่ภายในบ้าน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

 

 

     ด้าน  พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงหอมหวน ผกก.สน.พหลโยธินกล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนป้าของผู้เสียชีวิตทราบว่า บ้านหลังนี้อยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คน มีป้า แม่ และผู้ตาย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ป้าและแม่จะออกไปทำงาน ป้าของผู้ตายได้จุดธูปไหว้พระทิ้งไว้ และจะต้องกลับเข้ามาปลุกผู้ตายที่นอนอยู่ที่ชั้น 2 ไปเรียนในเวลา 10.00 น. แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ด้านนางโสพรรณ พงษ์ไพฑูรย์  ผู้ดูแลบ้านเช่า กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานบ้าน ก็ได้ยินเสียงคนร้องโวยวายว่าไฟไหม้ จึงได้วิ่งออกมาดู ก็พบว่ามีแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากที่ชั้นล่างของบ้าน จึงได้เรียกให้สามีนำถังดับเพลิงมาช่วยฉีดแต่ไม่เป็นผล ตนและสามีจึงได้ตะโกนเรียกและตรวจสอบดูว่ามีใครติดอยู่ในบ้านหรือไม่ ก็พบว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน และได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยและเคาะผนังห้อง

 

สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าว นั้น วานนี้( 24/09/2561) รายการทุบโต๊ะข่าว ได้มีการไปสอบถามถึงสาเหตุแท้จริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย นางสมหมาย โพธิ์เตี้ย หรือ ป้านก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คนขับแท็กซี่ขับรถมาแล้วเห็นกลุ่มควัน แล้วลดกระจกถามตนว่า มีอะไรไหม้หรือเปล่า ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอะใจ คนขับแท็กซี่ก็มาถามอีกครั้งว่ามีอะไรไหม้หรือเปล่า จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดัง และไฟเกิดไหม้ขึ้น จึงได้รีบให้ลูกชายใช้เหล็กทุบประตูจนกระจกแตก แต่เนื่องจากประตูถูกล็อกจากด้านใน จึงได้ยินเพียงคนร้องให้ช่วย แล้วก็ได้ยินเสียงสำลักควันก่อนจะเงียบไป

นางสมหมาย เผยว่า ตนเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์และได้โทรแจ้งตำรวจ โดยคาดว่าสาเหตุต้นเพลิงไม่น่าจะเป็นการจุดธูปไหว้พระ เนื่องจากธูปอยู่บริเวณรั้วนอกบ้าน แต่เป็นเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะก่อนหน้านี้พ่อของผู้ตายได้บอกว่า พัดลมเสียแต่ก็ยังฝืนใช้ คาดว่าอาจจะมาจากสาเหตุพัดลมชำรุดแล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น

ขอบคุณคลิปจากราย ทุบโต๊ะข่าว 



เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี