เอาจริงขนส่งทางบก ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้ รถตู้10 ปี ห้ามวิ่งฝ่าฝืนปรับสูงสุด 200,000 บาท เช็กด่วนหลายเส้นทางมีปัญหา

Publish 2018-09-25 10:40:27



 

      จัดเตรียมการรับมือกันอย่างเต็มที่หลังมีกฎหมายด้านความปลอดภัยออกมาให้รถตู้ที่มีอายุงานการวิ่งรับ - ส่ง ผู้โดยสารนาน 10 ปี ขึ้นไป ให้ทำการหยุดวิ่งในวันที่ 1 ต.ค. 2561 สืบเนื่องมาจากกรณีความไม่เหมาะสมทางกายภาพของรถตู้ อายุใช้งาน 10 ปี จากแผนมาตรการต่อเนื่องการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้รถตู้ที่มีอายุ 10 ปี จะไม่ได้รับการประกันภัยเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง จากอัตราการวิ่งอย่างยาวนาน และสร้างมลภาวะทางอากาศมากกว่า รถอายุงาน 4 - 7 ปี 

 

      ในกรณีนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการหารือแก้ไขปัญหาโดยมีผู้บริหารกรมการขนส่งทางบกร่วมกับ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ และบริษัท ขนส่ง จำกัด  บขส.ถึงระบบการจัดการปัญหาทางออกเมื่อรถตู้ต้องหยุดวิ่งในเส้นทางที่ไม่มีรถเมล์ผ่าน โดย นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ และบริษัท ขนส่ง จำกัด บขส. เพื่อเตรียมมาตรการรองรับกรณีที่รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะประกาศหยุดวิ่ง ในวันที่ 1 ต.ค. 2561 นี้ 

 

 

       จากการตรวจสอบพบว่า ในปี 2561 จะมีรถตู้โดยสารหมดอายุรวมทั้งหมด 1,333 คัน ไม่ถึง 1,800 คัน แบ่งเป็นรถตู้หมวด 1 ให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะหมดอายุรวมทั้งสิ้น 954 คัน และรถตู้โดยสารหมวด 2 ที่ให้บริการระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด จะหมดอายุ 379 คัน

 



 

     สำหรับปี 2562 หมดอายุ 892 คัน ปี 2563 หมดอายุ 1,441 คัน ปี 2564 หมดอายุ 385 คัน ปี 2565 หมดอายุ 115 คัน ปี 2566 หมดอายุ 62 คัน ปี 2567 หมดอายุ 43 คัน ปี 2568 หมดอายุ 51 คัน ปี 2569 หมดอายุ 48 คัน ปี 2570 หมดอายุ 18 คัน และปี 2571 หมดอายุ 12 คัน ซึ่งรถตู้จะทยอยหมดอายุไปแต่ละปีจนถึงปี 2571 รวมทั้งสิ้น 4,183 คัน

 

     ในส่วนเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเบื้องต้นหลังรถตู้โดยสารอายุ 10 ปี หยุดวิ่ง จะเป็นช่วงซานเมืองขาเข้ามาในเมือง คือ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ จะมีรถจำนวน 11 เส้นทาง รถตู้กว่า 260 คัน บริเวณมีนบุรี จะมีรถ 7 เส้นทาง หมดอายุ 191 คัน และบริเวณรังสิต 1 เส้นทางมีรถหมดอายุ 28 คัน ที่จะมีปัญหามากที่สุด ซึ่งทาง ขสมก. จะจัดรถเมล์เข้าให้บริการเสริมในเส้นทางดังกล่าว ในกรณีที่มีรถตู้อายุ 10 ปีวิ่งต่อจะถูกจับเพราะถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 - 200,000 บาท

 

       แต่ทั้งนี้ นายเชิดชัย  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มั่นใจว่าในวันที่ 1 ตุลาคม หากมีการหยุดวิ่งประชาขนจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากทางกรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับ ขสมก. และ บขส. ในการนำรถเมล์เข้ามารองรับในการใช้บริการของประชาชนโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะเดียวกันรถตู้ที่อายุการใช้งานครบ 10 ปี ยืนยันจะต้องเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก หรือ มินิบัส มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง โดยทางกรมการขนส่งทางบก ธนาคารกรุงไทย บขส. และบริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ทำ MOU ร่วมกันในโครงการ "เปลี่ยนรถตู้โดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร" มีวงเงินกู้ต่อราย 20 ล้านบาท ในอัตตราดอกเบี้ยต่ำ และประกันชีวิต วงเงินกู้โครงการรวม 2,000 ล้านบาท

 

 



 

 

       อย่างไรก็ตามล่าสุดในส่วนของผู้ประกอบการรถเมล์ ขสมก.ได้ยื่นความจำนงขอเปลี่ยนรถแล้ว 500 กว่ารายซึ่งได้ดำเนินการเปลี่ยนไปแล้วกว่า 100 ราย ในส่วนของการให้รถตู้ที่มีอายุงาน 10 ปี หยุดวิ่งนั้นเป็นมาตรการต่อเนื่องของการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกันในตอนนั้น


   
      ส่วนประเด็นของรถเมล์ที่ให้บริการประชาชนแต่อยู่ในสภาพที่เก่ามากแล้วนั้น ทางกรมการขนส่งทางบกได้จ้างให้มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษาเพื่อปฏิรูปการให้บริการใหม่โดยจะมีการให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการและจะให้นำรถใหม่มาให้บริการเท่านั้น 

 

      หลังจากมีการประกาศให้รถตู้อายุงาน 10 ปี หยุดวิ่งให้บริการประชาชนคาดว่าจะส่งผลกระทบให้คนขับต้องตกงานมากกว่า 2,000 คน และผู้ประกอบการกว่าครึ่งต้องเปลี่ยนอาชีพแทนเนื่องจากมีโครงการของรถไฟฟ้าเข้ามาหลายสายในพื้นที่บริการทำให้อาจไม่คุ้มเสี่ยงลงทุนซื้อรถใหม่

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย