ลุ้นต่อ..ฟอกเงินกรุงไทย “พานทองแท้” โอนเช็ค 26 ล. ยังไม่จบ..ตามต่อ DSI

Publish 2018-10-14 16:54:27


เกาะติดประเด็นร้อนประจำสัปดาห์ อย่าง คดีฟอกเงิน10 ล้าน ทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ที่ โอ๊ค นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยฯกับกฤษฎามหานคร

 

สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนคดีการฟอกเงินที่เกี่ยวกับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบของกลุ่มผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจเครือข่ายกฤษดามหานคร ที่มีรายชื่อ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวก รวม 4 คน อยู่ในกลุ่มผู้ร่วมกระทำผิดด้วยนั้น โดยคดีได้ถูกส่งยังพนักงานอัยการหลังทำการสรุปสำนวนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 ที่ผ่านมา



 

จนกระทั้ง เมื่อวันที่ 10 ต.ต. ที่ผ่าน  ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้มีคำสั่งฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ที่มีการรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งจะฟ้องเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 มาตรา 5 , 9 และ 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 ปี 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 ปี 2526 มาตรา 4  ความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุก 1 - 10 ปี ซึ่งมีอายุความไม่เกิน 15 ปี

 

และสำหรับกรณีเช็ค 26 ล้านบาท อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 และไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 จากนั้นทางอัยการก็ได้นำตัวนายพานทองแท้ ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรีทันที โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว นายพานทองแท้ จำเลยคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินกู้ธนาคารกรุงไทยฯ-กลุ่มกฤษดามหานคร โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ภายหลังจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลและศาลได้นัดสอบคำให้การนายพานทองแท้จำเลยว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ในวันที่ 5 พ.ย.นี้เวลา10.00 น.

 

แต่อย่างไรก็ตาม แม้อัยการจะไม่มีความเห็นสั่งฟ้อง “โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร” ในกรณีเช็ค  26 ล้านบาทเข้าบัญชีตัวเอง.. แต่ใช่ว่านายพานทองแท้  จะหลุดรอดจากคดีนี้แต่อย่างใด  เนื่องจากคดีนี้ยังไม่สะเด็ดน้ำ



ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ตอบคำถามถึงเหตุสั่งไม่ฟ้องและอายุความดำเนินคดีว่า เหตุผลการสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ในส่วนเช็ค 26 ล้านบาท ขณะนี้ไม่สามารถจะระบุรายละเอียดทั้งหมดได้ เนื่องจากกระบวนการสั่งคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอัยการยังจะต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวกลับไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่อย่างไร

 

 หากพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับความเห็นของอัยการคือสั่งไม่ฟ้อง คดีก็จะเป็นไปตามที่สั่งไว้ครั้งแรก แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้งยืนยันให้ฟ้อง จะต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย โดยในส่วนของนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 นั้น ตามสำนวนพนักงานสอบสวนก็มีความเห็นควรไม่ฟ้องมาอยู่แล้ว

 

 

แต่ในส่วนของนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 นั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้อง รับเช็คโอนเงินมาทั้ง 2 ฉบับ คือ 26 ล้านบาทและ 10 ล้านบาท ซึ่งอัยการได้เร่งส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้ว และคาดว่าดีเอสไอจะพิจารณาความเห็นโดยเร็วตามกรอบเวลาภายในอายุความ พร้อมส่งสำนวนและความเห็นเกี่ยวกับการสั่งคดีเช็คเงินจำนวน 26 ล้านบาท กลับมาให้อัยการได้ทันเวลาอายุความดังกล่าว ซึ่งความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุก 1-10 ปี อายุความไม่เกิน 15 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดในช่วงระหว่างปี 2547-2548 ก็จะเหลือเวลาดำเนินคดีอีกราวปีเศษ สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มรับโอนเงินอีก 159 คนนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากอัยการมีคำสั่งจะแถลงให้ทราบต่อไป

 

สุดท้ายก็ต้องจับตาไปยังที่ดีเอสไอ  ที่มี “พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง”  อธิบดีดีเอสไอ ว่าจะทำความเห็นแย้ง อัยการ เพื่อยืนยันการสั่งฟ้อง สำนวนคดี เช็ค  26ล้านบาทกลับไปที่อัยการหรือไม่... มันก็จะร้อนๆ หน่อย ..สำหรับ โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม