บรรยากาศเศร้ารับศพ "น้องเล็ก" ลุงเล่าชีวิตหลานนักสู้กตัญญู เงินชกมวยเก็บออมเป็นทุนเรียน

Publish 2018-11-13 17:24:43



จากกรณีที่นายเพชรมงคล ป.พีณภัทร นักมวยที่ต้องสังเวยบนสังเวียน เนื่องมาจากเกิดเลือดคั่งในสมอง โดยเพชรมงคล ส.วิไลทอง หรือ น้องเล็ก อายุ 13 ปี ขึ้นชกกับ ฟ้าใหม่ ว.สุดประเสริฐ (พุฒ ลูกร่มเกล้า) และแพ้น็อกในยกที่ 3 เพราะโดนต่อยจนรัวร่วงกลางอากาศ 


บรรยากาศเศร้ารับศพ "น้องเล็ก" ลุงเล่าชีวิตหลานนักสู้กตัญญู เงินชกมวยเก็บออมเป็นทุนเรียน

ทั้งนี้พบว่าน้องเล็ก นั้นหมดสติคาเวที ก่อนจะถูกหามส่งโรงพยาบาลบางจากพระประแดง ก่อนจะพบว่าศีรษะของเด็กได้รับแรงกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จึงถูกนำตัวส่งต่อการรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

 

 

โดยในคลิปดังกล่าวจะเห็นว่าเพชรมงคลถูกต่อยจนหลับกลางอากาศหลายครั้ง ก่อนที่จะโดนซ้ำรัวๆอี กหลายหมัด ทำให้หัวฟาดพื้นอย่างจนเลือดคั่งในสมองเสียชีวิต ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเพราะกรรมการไม่ทันเกมส์  เห็นว่านักมวยไม่ไหวก็ไม่ยอมนับ  ขณะที่คู่ชกก็ชี้ให้กรรมการดูแล้วด้วยว่าเพชรมงคล ยืนแทบไม่ไหว แต่กรรมการก็ยังให้ชกต่อจนล้มทั้งยืน

 

 


ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 10 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ที่เวทีมวยชั่วคราวโรงเรียนวัดคลองมอญ  ตำบลบ้านคลองสวน  อำเภอพระสมุทรเจดีย์  จังหวัดสมุทรปราการ  ซึ่งเป็นการแข่งขันชกมวยการกุศลโครงการต้านภัยยาเสพติดครั้งที่ 1  โดยเพชรมงคล ป.พีณภัทร หรือเด็กชายอนุชา  ทาสะโก  หรือน้องเล็ก อายุ 13 ปี เป็นนักเรียนชั้นม.1 โรงเรียนมัธยมวัดใหม่พระสมุทรกิจวิทยาคม ขึ้นชกมวยตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบฝึกซ้อมอยู่ที่สนามกีฬาสวนธารณะเทศบาลเมืองลัดหลวง ประวัติการชกมากกว่า 170 ครั้ง

 

 

ซึ่งการชกครั้งล่าสุดที่ทำให้น้องต้องเสียชีวิต ครั้งนี้น้องเล็กได้คัดเลือกเป็นคู่รองคู่เอกซึ่งขึ้นชกกับ ฟ้าใหม่ พุธลูกร่มเกล้า ว.สุขประเสริฐ ในพิกัด 41 ปอนด์ และถูกน็อคยกที่ 3 ตัวลงนอนกับพื้นหมดสติได้สนามต้องนำตัวไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลบางจาก จากนั้นได้เคลื่อนย้ายต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ จนมาเสียชีวิตดังกล่าว

 

 

 


ด้านนายดำรงค์ ทาสะโก อายุ 48 ปี ลุง เปิดเผยว่าน้องเล็กต้องชกมวยเพื่อหาเลี้ยงตนเอง นำเงินที่ได้จากการขึ้นชกแต่ละครั้งไว้เป็นทุนการศึกษาเนื่องจากฐานะทางบ้านที่พ่อและแม่หย่าร้างกัน น้องเล็กอยู่กับตายาย และพี่อีก  2 คน โดยมีพี่น้อง 3 คน  น้องเล็กเป็นน้องคนสุดท้อง ที่บ้านปลูกฝังเรื่องการชกมวยตั้งแต่เด็กเพราะมีลุงเป็นผู้จัดการค่ายมวยแห่งหนึ่ง และใช้ชีวิตอยู่ในค่ายมวยมาโดยตลอด ทำให้น้องเล็กรักในการต่อยมวย  ซึ่งบุคลิกทั่วไปของน้องเล็กเป็นเด็กนิสัยดี กตัญญู รักพี่น้องเป็นคนร่าเริง    ลุงของน้องเล็กยังบอกด้วยว่า การขึ้นชกของน้องเล็กแต่ละครั้งรายได้ที่ได้รับไม่แน่นอนแล้วแต่ผู้จัด  แต่เคยได้สูงสุดคือ 4,000 บาทน้องเล็กก็จะเก็บเงินที่ได้ทุกบาททุกสตางค์มาใช้เป็นทุนการศึกษาและใช้ในชีวิตประจำวัน  

 

 


 



ส่วนการเสียชีวิตของน้องเล็กหรือ เพชรมงคล ป.พีณภัทร  ครั้งนี้คุณลุงของน้องเล็กมองว่าเป็นเพราะกรรมการไม่สั่งให้หยุดชก และไม่เข้าเซฟนักมวยเมื่อรู้ว่าจะล้มเนื่องจากสามารถทำได้ รวมถึงยังเห็นว่าขนาดคู่ชกชี้ให้กรรมการดูแล้วว่าน้องเล็กชกต่อไม่ไหว  แต่กรรมการก็ยังคงสั่งให้ชกต่อ  ทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าสลดใจครั้งนี้ขึ้น ซึ่งทางญาติได้เดินทางมารับศพน้องเล็ก ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเตรียมกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา 

 

จากเหตุการครั้งนี้อาจทำให้กระแสการห้ามนักมวยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นชกมวยกระพือขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเห็นว่ายิ่งเริ่มชกตอนอายุยังน้อยทำให้ไฟต์การชกมากกว่าเริ่มชกตอนอายุมากกว่า 15 ปี  ส่งผลต่อสมองมากยิ่งขึ้น ซึ่งการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆในการชกซ้ำๆกันหลายครั้งส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสมองในระยะยาวได้

 

 


ขณะที่ทางด้านฟ้าใหม่ ว.สุดประเสริฐ หรือน้องพุฒ อายุ 14 ปี คู่ชกมวยในครั้งนี้ ได้เปิดใจบอกว่า เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันไม่มีเจตนาชกถึงขั้นเอาชีวิต หลังจากนี้จะหารือกับผู้ใหญ่เพื่อบวชอุทิศส่วนกุศลให้น้องเล็ก รวมทั้งจะนำกางเกงมวยที่ใส่ขึ้นชกในเวทีราชดำเนินออกประมูล นำรายได้มอบให้ครอบครัวของน้องเล็กด้วย

 

 

 


ส่วนทางด้านนายโอภาส เฉียบสันเทียะ หัวหน้าค่าย ว.สุดประเสริฐ บอกว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และระหว่างที่น้องเล็กรักษาตัวได้ไปเยี่ยมและติดตามอาการตลอด พร้อมขอให้โซเชียลหยุดโจมตีน้องพุฒ วันนี้ทางค่ายจะไปร่วมพิธีรดน้ำศพ และเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมคืนแรกที่วัดใหม่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอาจมีผู้นำเหตุการณ์นี้ไปสนับสนุนการออก พ.ร.บ.มวย ซึ่งจะทำให้เด็กต่ำกว่า 12 ปี ชกมวยไม่ได้ ทั้งนี้เห็นว่านักมวยที่ได้แชมป์ส่วนใหญ่ชกมวยตั้งแต่ยังเด็ก บางคนยากจนต้องชกมวยเพื่อส่งตัวเองเรียน และเลี้ยงครอบครัว 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Ramita Pooserid


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล