เปิดมุมมอง‘เชิ้ตดำ’ศิวกร ภูอุดม สู่การพัฒนาฟุตบอลอาชีพของไทย

เปิดมุมมอง‘เชิ้ตดำ’ศิวกร ภูอุดม สู่การพัฒนาฟุตบอลอาชีพของไทย

Publish 2018-11-17 15:46:02


กีฬาฟุตบอลถือเป็นชนิดกีฬายอดนิยมขวัญใจมหาชนและเป็นชนิดกีฬาอาชีพอันดับ 1 ที่ได้รับกระแสความนิยมสูงสุดรวมทั้งสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวนักกีฬา และบุคลากรต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ประกอบเป็นอาชีพหลักหาเลี้ยงตัวเองได้ขณะที่ในส่วน พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556รับรองให้ฟุตบอลเป็น 1 ใน 13ชนิดกีฬาอาชีพที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจำนวน 6 รายการ คือไทยพรีเมียร์ลีก, ลีกดิวิชั่น 1, ลีกดิวิชั่น 2, เอฟเอ คัพ, ลีกคัพ และฟุตซอลไทยแลนด์ลีกซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านทำให้ฟุตบอลอาชีพไทยมีการพัฒนามาต่อเนื่อง

การพัฒนาฟุตบอลไปสู่การเป็นกีฬาอาชีพนั้นจะต้องพัฒนาให้ครบทุกมิติทั้งด้านการจัดการแข่งขัน นักกีฬา ผู้ฝึกสอนรวมทั้งผู้ตัดสินที่มีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับเกมการแข่งขันให้มีความยุติธรรมเพื่อช่วยให้เป็นกีฬาอาชีพที่มีความมั่นคงยั่งยืนด้วยระดับมาตรฐานของการตัดสินเกมการแข่งขันที่สูงขึ้น



“เปาโค้ช” ศิวกร ภูอุดม ผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีลิท 1 ใน 2คนของไทยได้ออกมาสะท้อนอีกหนึ่งมุมมองในการช่วยพัฒนาวงการลูกห
นังอาชีพเมืองไทย โดยเขามองว่าที่ผ่านมาฟุตบอลอาชีพมีการเปลี่ยนพัฒนาไปสู่กีฬาอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็จำเป็นที่จะต้องเพิ่มคุณภาพของผู้ตัดสินให้ทันเกมตามไปด้วย“ผมทำหน้าเป็นผู้ตัดสินมากว่า 18 ปีได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลอาชีพไทยเป็นรูปธรรมมากขึ้น

รวมทั้งเรื่องการพัฒนาผู้ตัดสินด้วย เมื่อก่อนการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จัดอบรมผู้ตัดสินไม่มากนักแต่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นมากเพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพผู้ตัดสินให้ก้าวทันการเป็นกีฬาอาชีพ”เปาโค้ชกล่าวอีกว่า การอบรมพัฒนาผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ สภาพร่างกาย, องค์ความรู้ และการนำไปใช้ ซึ่งภายหลังจากมีพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพฯ
ออกมาก็ได้มีการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยสนับสนุนบุคลากรกีฬาอาชีพ รวมทั้งผู้ตัดสินที่ได้รับสิทธิ์ในส่วนนี้ด้วย“การมี พ.ร.บ.กีฬาอาชีพฯ ถือเป็นกฎหมายที่ดีในการพัฒนาฟุตบอลชีพซึ่งในส่วนของการมีบทลงโทษสำหรับการล้มกีฬานั้นถือว่ามีส่วนสอดคล้องกับระบบฐานข้อมูลของเอเอฟซี และฟีฟ่าในการตรวจจับการล้มบอลเรียกว่าเป็นการมีกฏหมายไทยเข้ามาช่วยรองรับกับระบบตรวจจับการล้มบอล ทำให้เกมการแข่งขันมีความโปร่งใส และเป็นกีฬาอาชีพที่แท้จริง”ศิวกร กล่าวเพิ่มเติมว่า
สำหรับการมีบทลงโทษการล้มกีฬาจะทำให้เกมกีฬาที่เกิดขึ้นจะมีความเป็นอาชีพที่แท้จริง ซึ่งมองว่า กกท.และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
เดินมาถูกทางแล้วเพราะการพัฒนาฟุตบอลอาชีพให้ประสบความสำเร็จจะต้องพัฒนาทุกด้านทุกองคาพยพ และเรื่องการพัฒนาการตัดสินก็มีความสำคัญเช่นกัน
    “การพัฒนาด้านการตัดสินจะช่วยให้ฟุตบอลลีกอาชีพไทยได้รับการกระแสตอบบรับที่ดี และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งในปัจจุบันผมมองว่าเราเป็นลีกที่ค่อนข้างได้รับความนิยมลีกไทยอาจจะเป็นรองพวกลีกใหญ่อย่างเจลีก ของญี่ปุ่น, เคลีกของเกาหลีใต้ และไชนีส ซูเปอร์ลีก ของจีน แต่ลีกไทยก็ถือว่ามีการพัฒนาและก็ได้รับการติดตามจากแฟนบอลเอเชียเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน”

 



นอกจากนี้ เปาโค้ชยังแสดงความเห็นว่าฟุตบอลลีกอาชีพไทยมีโอกาสจะกลายเป็นฟองสบู่แตกและเข้าขั้นวิกฤตหรือไม่นั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยากเพราะหลายสโมสรไทยกำลังวางรากฐานทีมให้เกิดความมั่นคง และยั่งยรวมทั้งลีกไทยก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน
และไดรับความนิยมในระดับเอเชียมากพอสมควร“แม้ในปีที่ผ่านมาจำนวนแฟนบอลที่เข้าเกมสนามของฟุตบอลลีกไทยจะมียอดน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจไม่ดี คนก็เลยไม่จับจ่ายใช้สอนไม่มาดูเกมที่สนามแต่ผมคิดว่ามีหลายแนวทางที่จะทำให้ลีกไทยกลับมาได้กระแสนิยมอีกครั้งซึ่งเราก็อาจจะใช้แนวทางฟุตบอลเอนเตอร์เทนเพื่อดึงดูดแฟนบอลให้มาชมเกมในสนามมากขึ้น”อีกหนึ่งมุมมองจากผู้ตัดสินน้ำดีอันดับต้นของเมืองไทยที่ออกมาช่วยสะท้อนให้วงการฟุตบอลลีกอาชีพไทยได้เกิดการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกหนึ่งร
ะดับถือว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ฟุตบอลอาชีพไทยก้าวหน้าต่อไปอีกระดับ และไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
ในอนาคตหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแฟนบอลทุกคนร่วมมือกันจะช่วยผลักดันให้ฟุตบอลลีกอาชีพไทยก้าวไปสู่แถวหน้าของเอเชียได้อย่างแน่นอน...


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อนันต์ คนกาญจน์