ญาติเหยื่อ โดนวัยรุ่นรุมยำย่านสายไหมลั่นมาได้ซะทีนะ หลังกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุเข้ามอบตัว (ภาพ)

ญาติเหยื่อ โดนวัยรุ่นรุมยำย่านสายไหมลั่น"มาได้ซะทีนะ" หลังกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุเข้ามอบตัว (ภาพ)

Publish 2018-11-27 21:24:03



จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-7 คน เข้าไปข่มขู่ชายวัยรุ่น 2 คน ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม ก่อนจะใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้ขึ้นรถเก๋ง ไปทำร้ายร่างกาย บริเวณถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) ก่อนจะกลับมาส่งที่บ้านเอื้ออาทรสายไหมอีกครั้ง และหลบหนีไป



 

วันนี้ 27 พ.ย. 61 ทางด้าน นางนรินทร์ แสงโชติ อายุ 39 ปี แม่ของผู้ต้องหา แม่ของนายทินกร แสงโชติ หรือ แบงค์ อายุ 18 ปี กำลังจะเข้ามอบตัว พร้อมด้วย นางสมหมาย ดำขำ อายุ 53 ปี บุลคลที่ให้ที่พักอาศัยกลุ่มผู้ก่อเหตุ และเพื่อนของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์ 

 

 

โดยนางนรินทร์ แสงโชติ อายุ 39 ปี แม่ของผู้ต้องหา แม่ของนายทินกร แสงโชติ หรือ แบงค์ อายุ 18 ปี กำลังจะเข้ามอบตัว ได้ออกมาเล่าว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือคนใหญ่ในบ้านเอื้ออาทร ออกมาสั่งให้เด็กทุกคนในหมู่บ้านจะต้องเคารพและก้มหัวให้ แต่ลูกชายของตนไม่ยอม เรื่องราวจึงบานปรายมาถึงรุ่นพี่ และลูกชายไปอยู่ในกลุ่มที่ไม่ถูกกับกลุ่มในหมู่บ้านจึงถูกข่มขู่ และสั่งห้ามกลับบ้านมาปีกว่าแล้ว และวันนี้ถือเป็นวันแรกที่จะได้เห็นหน้าลูก

 

 

ซึ่งลูกชายมีความขัดแย้งกับกลุ่มในหมู่บ้านได้ประมาณ 2 ปี หรือประมาณสงกรานต์ 2559 ล่าสุดกลุ่มลูกชายได้รับการท้าทายจากกลุ่มผู้บาดเจ็บ ว่ามีของเล่นใหม่ อยากให้มาลอง ส่วนกรณีที่ข่าวออกว่าทางฝั่งผู้ก่อเหตุมีอาวุธนั้น จริงๆแล้วไม่มีคนที่มีอาวุธครบมือคือฝั่งผู้บาดเจ็บ พูดง่ายๆว่าเป็นแก๊งยาเสพติด และที่ผ่านมาฝั่งคนเจ็บถูกจับไปหลายคนแล้ว และนายมอสที่กลุ่มผู้ก่อเหตุถามหาตั้งแต่เกิดเรื่องนั้น คือหัวโจก หรือหัวหน้าแก๊งหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม



 

นอกจากนี้ที่ผ่านมาคือลูกชายไปเรียนแถวซอยสุขาภิบาล5 และไปสนิทสนมกับกลุ่มวัยรุ่นแถวนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุ ซึ่งลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่ฝ่ายคนเจ็บกลับมาหาเรื่อง พูดจาข่มขู่ตลอด บางครั้งขู่ว่า"ถ้ามึ...กลับมาบ้าน(บ้านเอื้ออาทรสายไหม)จะถูกกระทืบ" ลูกชายจึงบอกว่าจะไม่กลับบ้านซักพัก เพราะกลับไม่ได้จากนั้นลูกชายก็จะโทรศัพท์มาหาตลอด และคอยโอนเงินให้ตนใช้ เพราะตนไม่มีสามี และจะต้องเลี้ยงลูกอีก 3 คน 

ทั้งนี้ตนก็ไม่เคยทราบเลยว่าไปอยู่ที่ไหน หรือทำอะไร แต่รู้เพียงว่าลูกชายอยู่แถวนี้ แต่ตนไม่รู้ว่าที่ไหน กระทั้งวันเกิดเหตุ ลูกชายจะเข้ามาหาตน และตรงกับวันเกิดของน้อง ลูกชายก็ตั้งใจจะเอาเงินมาให้ไปซื้อเค้ก แต่ไม่กล้ามาคนเดียว จึงชวนเพื่อนมาด้วย และไปเจอกับคนเจ็บ และมีกระทบกระทั่งกัน ก่อนจะพาขึ้นรถยนต์ไป และลูกชายบอกกับตนว่าไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร แค่ไปด้วยเท่านั้น

 

 

ด้านนางสมหมาย ดำขำ อายุ 53 ปี บุลคลที่ให้ที่พักอาศัยกลุ่มผู้ก่อเหตุ เล่าว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปพักอาศัยตามบ้านต่างๆประมาณ 4-5 เดือน จากนั้นก็มาพักอาศัยที่บ้านของตนประมาณปีกว่า อยากจะบอกว่าที่ออกข่าวไปก่อนหน้านี่ไม่เป็นความจริงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งจริงๆแล้วฝ่ายผู้บาดเจ็บเป็นคนไปกระทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นก่อนทุกครั้ง และสาเหตุหลักที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหากัน เนื่องจากฝ่ายคนเจ็บเคยบังคับให้ขายใบกระท่อม และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะข่มขู่ หากกลับบ้านโดนทำร้ายร่างกายแน่ 

ซึ่งครั้งแรกที่ตนเห็นเด็กกลุ่มนี้ยอมรับว่าสงสาร เนื่องจากนอนอยู่ในบ้านร้าง จึงสอบถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน ถึงทราบว่าเด็กพวกนี้กลับบ้านที่อยู่ในเอื้ออาทรสายไหมไม่ได้ เพราะถูกรุ่นใหญ่หรือคนมีอำนาจในหมู่บ้านขู่ไว้ ตนจึงให้มาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะเด็กพวกนี้ขยันทำมาหากิน และเคยบอกกับตนว่าให้ทำอะไรก็ได้ ขอแค่มีข้าวกิน

 

 

นอกจากนี้คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เคยมาเอาตัวฝั่งผู้ที่ก่อเหตุไปทำร้ายร่างกาย แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ จึงมีเรื่องกันตลอด จริงๆแล้วผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บมีปัญหากันส่วนตัว ไม่ได้เป็นตามที่ข่าวนำเสนอก่อนหน้านี้เลย  สำหรับด้านนางสาวฉัตรณภา จรูญทรัพย์ อายุ 18 ปี บุคคลที่นั่งในรถกระบะตามไปจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ตอนนั้นตนตามไปยังถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) เห็นว่า 1 ในผู้ก่อเหตุเข้าไปกอดกับผู้บาดเจ็บ และร้องไห้ พร้อมกับพูดว่า ผมไม่ได้ตั้งใจ เพราะผมไม่ได้เข้าบ้าน พี่ต้องเข้าใจผมนะ ผมคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ ขณะเดียวกันฝ่ายคนเจ็บตอบกลับว่าพี่ก็รักเอ็งนะ และร้องไห้กอดกันซึ่งต่างฝ่ายก็ต่างพูดคุยกันด้วยดี คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว 

ด้านเจ้าของรถกระบะ ที่ขับตามรถเก๋งไปยังถนนเลียบวงแหวนตะวันออก(หนองระแหง) เล่าว่า ความจริงแล้วตนจะตามไปห้ามน้อง(ฝั่งผู้ก่อเหตุ) และไม่ได้ไปกัน 10 คน จริงๆแล้วมีแค่ตน เพื่อนสาว และเพื่อนชายอีก 3 คน และบุคคลที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้ นายกิตติพรรดิ์ ทองยืน หรือ เอ็กซ์ อายุ 21 ปี พึ่งจะทราบเรื่องตอนที่กำลังไปวงแหวน และตั้งใจจะไปห้ามที่สำคัญไม่มีปืน หากมีฝั่งคนเจ็บคงอยู่โรงพยาบาลแล้ว คงไม่ได้มาพูดอย่างนี้

 

 

ล่าสุดเวลา 19.45 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้บาดเจ็บ นายธนภัทร สุขขัง หรือ ฟิล์ม อายุ 20 ปี พร้อมด้วย นายวรพัฒน์ เหมชะญาติ หรือ คาส อายุ 24 ปี  มาชี้ตัวผู้ต้องหา จำนวน 1 คน บริเวณห้องชี้ตัวของสน.สายไหม โดยใช้กระดาษปิดกั้นไม่ให้สื่อมวลชนเก็บภาพ

 

 

 

 

ต่อมาเวลา 19.55 น. นายจิราชัย มาสะอาด หรือ จิ อายุ 19 ปี , นายกิตติพรรดิ์ ทองยืน หรือ เอ็กซ์ อายุ 21 ปี , นายทินกร แสงโชติ หรือ แบงค์ อายุ 18 ปี หรือกลุ่มผู้ต้องหา เดินทางมาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อลงจากรถยนต์ก็วิ่งเข้าห้องสืบทันที โดยไม่หยุดให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น ขณะที่มีบรรดาญาติของผู้บาดเจ็บตะโกนมาว่า"มาได้ซะทีนะมึ..."

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรภัทร รวดเร็ว