เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเจอเงิน 3 บาท รีบเก็บส่งตำรวจ แม่ภูมิใจโพสต์เฟซบุ๊กบอก หนุ่มน้อยสอบผ่านเรื่องความซื่อสัตย์

เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเจอเงิน 3 บาท รีบเก็บส่งตำรวจ แม่ภูมิใจโพสต์เฟซบุ๊กบอก "หนุ่มน้อยสอบผ่านเรื่องความซื่อสัตย์"

Publish 2018-12-10 11:33:18



การปลูกฝังเด็กให้มีความซื่อสัตย์ตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นที่ดีงามมาก เพื่อที่วันหนึ่งในอนาคตเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม เหมือนกับเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเด็กชาย ชั้น ป.3 เป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่เมืองโตเกียว แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาคุณแม่ที่บ้าน เพราะลูกชายเก็บเงินที่มีคนทำตกไว้ได้ และนำไปส่งที่สถานีตำรวจ 



โดยเพจเฟซบุ๊ก ผมไม่ใช่เด็กโตเกียว よろしくお願いしますได้เล่าบรรยายเรื่องราวทั้งหมด ระบุว่า " นี่ๆ ตำรวจมาบ้านเรา เพราะเงินแค่ 3 บาทละ

 

แม่ๆ เดี๋ยวเซะมานะ ไปไหน? 
ไปป้อมตำรวจ เซะเจอเงินที่สนามเด็กเล่น

 

เราคุยกันก่อนที่พี่เซะจะปั่นจักรยานไปป้อมตำรวจ ที่อยู่ห่างจากบ้านไปราว 500 เมตร ช่วงนี้พี่เซะ ป.3 โตพอควรแล้ว แม่เลยอนุญาตให้ปั่นจักรยานออกไปไกลจากบ้านได้พอควร แต่ต้องมาขอก่อน แม่คะเนว่า เหรียญในกำมือที่พี่เซะเจอที่สวน ไม่น่าจะเกิน 100เยน (30 บาท) แต่เอาเถอะ การจะสอนลูกว่า “เงินแค่นี้ ไม่ต้องทำอะไรหรอก เสียเวลา หรือเก็บไว้ก็ได้” เป็นเรื่องที่กล่าวออกมาไม่ได้จริงๆ
 

เสียงพี่เซะเปิดประตูเรียกแม่จากหน้าบ้าน“แม่ๆ มานี่หน่อย ตำรวจมาปล่าวนะ เซะไม่ได้ทำเรื่องไม่ดี” มีการออกตัวด้วย

“ขออภัยครับ พอจะมีเวลาไหมครับ ขอรบกวนหน่อยครับ”เป็นคำกล่าวของคุณตำรวจค่ะ

 



หลังจากนั้นคุณตำรวจก็อธิบายรายละเอียด ขอรายละเอียดกรอกในเอกสาร อย่างสถานที่บ้าน เบอร์โทรศัพท์ และสถานที่พบเงิน แล้วรับเงินที่พี่เซะพบใส่ซองกระดาษปิดผนึก

พี่เซะคลี่มือที่กำออกมา 9 เยน
เงินที่พี่เซะพบคือ 9 เยน มีมูลค่าราว 3 บาทนั่นเอง

 

คุณตำรวจให้พี่เซะลงลายมือชื่อ ก็เป็นอันเรียบร้อย และสาเหตุที่ตำรวจต้องมาถึงบ้านเพราะพี่เซะเอาเงินไปแจ้งแต่จำสถานที่บ้าน และเบอร์โทรให้ติดต่อไม่ได้ เลยต้องตามมาบ้านขอให้แม่กรอกให้

 

 

สรุปขั้นตอนหลังจากนี้ที่คุณตำรวจให้รายละเอียดไว้
1. คุณตำรวจจะสอบถามตามหาเจ้าของเงินเป็นเวลา 3 เดือน
2. ถ้าไม่เจอเจ้าของเงิน เราสามารถเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับเงิน อันนี้แม่ให้พี่เซะเลือกเอง พี่เซะเลือกจะรับเงิน
3. ถ้าเจอเจ้าของเงิน เราสามารถเลือกขอรับหรือไม่รับการตอบแทน ในอัตรา 5-20% ได้ ข้อนี้พี่เซะก็เลือกเองเช่นกัน โดยการไม่ขอรับ 


อืม..แม่เห็นด้วยนะอย่าไปขอแบ่งเขาเลย ตั้ง 9 เยน

ในข้อ 2-3 เนี่ยเมื่อถึงเวลาหลัง 3 เดือน ถ้ามีเงินที่เราขอรับไว้ ทางสถานีตำรวจจะมีไปรษณียบัตรส่งมาที่บ้านให้ไปรับภายใน 2 เดือนค่ะ

คุณตำรวจจากไปด้วยรอยยิ้ม โบกมือบ้ายบ่ายพี่เซะ
พ่อหนุ่ม 3 บาท

 

ตำรวจจากไป แม่ถามพี่เซะเบาๆว่า พบเงินทำไมถึงรู้ว่าต้องไปแจ้งตำรวจล่ะ ที่ต้องถามเบาๆไม่มีอะไรหรอก เจ็บคอมาก ไม่มีเสียงเลย
“รู้ซิแม่ ก็ต้องรู้ซิ” เป็นคำตอบของพี่เซะ

แม่กะว่าเดี๋ยวไปรษณียบัตรให้ไปรับเงินต้องมาแน่ๆ ก็จะพาพี่เซะไปรับนั่นแหละ สร้างความภูมิใจให้คนทำดีเสียหน่อย งานนี้เรียกว่าลงทุนแพงกว่า 9 เยนมาก แต่เราอาจคุ้มค่าที่จะได้ความซื่อสัตย์ของคนมา สำหรับคนเป็นแม่ ในตอนนี้คงไม่ต้องสอนเรื่องความซื่อสัตย์เพิ่มให้อีกแล้วเพราะถือว่าพี่เซะสอบผ่านฉลุย

ส่วนคิริ ยิ้มละมุนมาหาแม่ แม่ตอนเราล้างรถ ด้วยกันวันนี้อ่ะ คิริก็เจอตัง 13 เยนข้างรถนะ
อ่อ คิรินั่นตังแม่ ไม่ต้องแจ้งความ ไม้งั้นอาจมีปัญหาเพราะคิริเม้มมันมาครึ่งวันละ 
อืม..คนนี้ต้องสอนอีกเยอะ สอบตกตั้งแต่เริ่มอ้าปากเลย

 

เราล่ะ ซื่อสัตย์ได้แค่ไหน
คนมีอำนาจในมือล่ะ คลี่มือออกมาจะเจออะไร

 

#ผมไม่ใช่เด็กโตเกียว ปั่นจักรยานเล่นวนไป
#พี่เซะ เด็กชาย ป.3 ครับ"

 

 

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไป ทำให้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมเป็นจำนวนมาก ว่า "พี่แซะ" เป็นเด็ก 9 ขวบ ที่ฉลาดมากๆ ภูมิใจแทนคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ปลูกฝังเรื่องเล็กน้อยให้ลูก จนเขาสามารถคิดได้เองแล้วว่า

 

 

เมื่อเจอเงินที่ไม่ใช่ของเรา จะไม่หยิบกลับมา และยิ่งไปกว่านั้นคือกล้าตัดสินใจนำไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตามหาเจ้าของอีก สุดยอดจริงๆ 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ผมไม่ใช่เด็กโตเกียว よろしくお願いします


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล