พรรคอนาคตใหม่กับความหวังฮุบ​ 8 ล้าน​ คนรุ่นใหม่ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ?

"พรรคอนาคตใหม่"กับความหวังฮุบ​ 8 ล้าน​ "คนรุ่นใหม่" ไม่ง่ายอย่างที่คิด ?

Publish 2018-12-19 14:37:36



   ว่าด้วยเรื่องอุดมการณ์และนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ที่พยายามจะปลุกปั้นทำให้ตรงใจคนรุ่นใหม่ อาทิ นโยบายเรียนฟรี,นโยบายให้เงินอุดหนุนเยาวชน อายุ 18-22 ปี เดือนละ 2,000 บาท ,นโยบายลดชั่วโมงทำงาน จากสัปดาห์ละ 48 ชั่วโมง เหลือ 40 ชั่วโมง และนโยบายเพิ่มวันหยุดพักร้อนเป็น 10 วัน/ปี และอีกหลายๆนโยบายที่ถูกสร้างขึ้น ล่าสุด นโยบาย “ปฏิรูปกองทัพ”ให้เป็นกองทัพสมัยใหม่ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร 

 

 

 

นอกจากนี้ ว่าด้วยเรื่องของ วาทกรรมของเขา ที่เคยจรรโลงใจอย่าง "คนรุ่นใหม่" ที่พยายามหยิบยกมากล่าวอ้างในเชิงสร้างสรรค์ทำนองว่า”คนรุ่นใหม่”จะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต จนในเวลาถัดมากลายเป็นว่าถูกนำมาเป็นตัวชูโรงของหลายพรรคจนเกลื่อนกันไปหมด หากแต่ “คนรุ่นใหม่ “ ก็นับว่าเป็นความท้าทายอยู่ไม่น้อยที่เวลานี้สังคมไทย ตั้งความหวังกับ “ความตื่นตัวทางการเมือง” ของ “คนรุ่นใหม่” (หมายถึงผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในปี 2562)  ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า“พรรคอนาคตใหม่” วางกลยุทธ์เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย อย่างออกนอกหน้าด้วยหวังจะให้ประชากรกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้เป็นฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 

 




แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ กลยุทธ์ดังกล่าวดูจะเป็นเรื่องที่ตื้นเขิน โอกาสที่จะบรรลุเป้าประสงค์มีเพียงความหวังอันเลือนลาง เนื่องด้วยบริบทการรับรู้ของ "คนรุ่นใหม่" ในยุคนี้ ต่อสถานการณ์การเมืองถูกจำกัดอยู่เฉพาะการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน กปปส. ในช่วงต้นปี 2556 ถึง กลางปี 2557 เท่านั้น ช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาเหล่านี้ เป็นเพียงเด็กไม่รู้ประสีประสาทางการเมืองที่มีอายุเพียง 14-15 ปี แม้จะมีบ้างจากข้อเท็จจริงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า "คนรุ่นใหม่" นั้น ไม่ได้สลักสำคัญด้วยช่วงอายุแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นความคิดจากหลากหลายปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อความตื่นตัวทางการเมือง 

 

หากย้อนกลับไปดูสถิติของคนไทยในปี 2560 
กลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 18-26ปี แบ่งเป็นชาย4,300,918 คน และ หญิง 4,152,658 คน รวม 8,453,576 คน
กลุ่มคนอายุ 27ปี ถึง 35ปี แบ่งเป็นชาย 4,248,710 คน และ หญิง 4,665,070  รวม 8,913,780 คน 
กลุ่มคนอายุ 36 ถึง 50 ปีแบ่งเป็นชาย 7,625,194 คนและหญิง 7,968,394 คน รวม 15,593,588 คน

 


กลุ่มคนอายุ 51 ถึง 60 ห้าปีแบ่งเป็นชาย 5,632,389 คนและหญิง 6,073,507 คน รวม 11,705,896 คน
กลุ่มคนอายุ 66 ปีขึ้นไปแบ่งเป็นชาย 2,754,039 คนและหญิง 3,633,354 คน  รวม 6,387,393 คน
รวมทั้งหมดทั้งชายและหญิง จำนวน 51,054,233 คน
ซึ่งจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในปี 2554 มี 46,939,549 คน ซึ่งจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากปี 2554-2560 เพิ่มอีก 4,114,684 คน เป็นทั้งหมด 51,054,233 คน 

 



อย่างไรก็ดีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ที่จะถึงนี้ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็น “คนรุ่นใหม่” ที่ยังไม่เคยได้สัมผัสการเลือกตั้งระดับประเทศ และนี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิต จะมีจำนวนถึง 8,453,576 คน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่ง"นายธนาธร"เองที่จะหวังฮุบคะแนนเสียงของบุคคลเหล่านี้ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า "กลุ่มคนรุ่นใหม่"เหล่านี้จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะแต่ละคนก็มีความคิดและอุดมการณ์เป็นของตัวเองทั้งสิ้น ยากที่จะถูกดึงดูดนโยบายขายฝันที่จับต้องไม่ได้ยากที่จะเป็นจริง ..

 

เนื่องมาจากบริบทการรับรู้ของ "คนรุ่นใหม่"  โดยเฉพาะช่วงอายุ 24-26ปี ซึ่งมีประสบกับเหตุการณ์ตรงและรับรู้ถึงความขัดแยกในวิกฤตการเมือง เมื่อปี57 ทั้งการชุมนุมของกลุ่มมวลมหาประชาชน กปปส.  และกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. ที่ส่อเค้าจะบานปลายและอาจนำมาสู่ความสูญเสีย ที่เกินกว่าจะคาดคิด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องออกมายึดอำนาจ ยุติเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มเหล่านี้ทราบดีถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดว่าเพราะเหตุใด สรุปโดยกระชับพวกเขาแม้ไม่ได้ร่วมกิจกรรมทางการเมือง แต่ได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้างไม่มากก็น้อย เหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในอดีตจึงส่งผลต่อความตื่นตัวของกลุ่มคนดังกล่าวอย่างแน่นอน

 

ดังนั้นหากจะสรุปเหมาร่วมว่า "คนรุ่นใหม่" จะมีความคิดตรงกับแนวทางที่พรรคอนาคตใหม่ ได้ตั้งเป้าหมายไว้..เห็นที่คงไม่เสมอไป และการหวังที่จะครอบครองคะแนนเสียงทั้ง8ล้านเสียงนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ "ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่"

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา

ติดตามข่าวอื่นๆ