ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

Publish 2019-01-21 12:53:45



จนถึงตอนนี้น่าสนใจว่าภายหลังการแตกทัพของแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการถอยและลดบทบาทตัวเองด้วยหวั่นว่าจะนำมาซึ่งความรุนแรง แต่ปรากฏว่ามีนักเคลื่อนไหวบางคนที่ยังคงดันทุรังปลุกระดมมวลชนต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ ทั้งการวางกลยุทธ์ บุคลิคผู้นำที่น่าวิตกว่าจะบานปลายมากขึ้น จากพฤติกรรมของนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์  เจนตวนิชย์ หรือที่รู้จักกันในนามฟอร์ด เส้นทางสีแดง ในช่วงเวลานี้เป็นที่น่าจับตามองยิ่ง ว่าจะนำพาผู้ชุมนุมที่อยู่ภายใต้สังกัด หลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้งแตกกระจายเป็นกลุ่มก้อน ไปในทิศทางใด

 

จากกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุมปราศรัยคัดค้านการเลื่อนวันเลือกตั้ง โดย"น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์" หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รวมทั้งนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ได้อ่านคำแถลงยื่นคำขาดต่อรัฐบาล คสช. ภายในวันศุกร์ที่ 18 ม.ค. หากยังไม่มีการประกาศ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ในราชกิจจานุเบกษา จะยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 19 ม.ค. ต่อมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพระราชกฤษฎีกา น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมเคลื่อนไหว 19 ม.ค. เพื่อกดดันและขีดเส้นให้รัฐบาลประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้กดดันอะไร และไม่สามารถกดดันได้ เว้นแต่เขาตั้งใจจะกดดันคนอื่น

กระทั่งวันที่ 18 ม.ค. น.ส.ณัฏฐา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ถึงความคืบหน้าในการนัดชุมนุมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ว่า แถลงการณ์ส่วนตัวถึงพี่น้องคนอยากเลือกตั้ง โบว์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการชุมนุมวันเสาร์นี้นะคะ เพราะพิจารณาสถานการณ์ประกอบกับข้อมูล IO ที่ได้รับแล้ว ประเมินว่าตัวเองในฐานะหนึ่งในแกนนำอาจจะไม่มีศักยภาพพอจะรับรองความปลอดภัยของทุกคนได้ หากเกิดเหตุการณ์ "ม็อบชนม็อบ" ตามที่มีผู้ไม่หวังดีกำลังพยายามจัดการให้เกิดขึ้น

วานนี้ กกต.กับรัฐบาลแถลงสอดรับกันว่ามีแผนจะประกาศวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. และร่นวันประกาศผลให้ทัน 9 พ.ค.ได้ เพื่อกำจัดความเสี่ยงที่การเลือกตั้งจะขัดรธน.และกลายเป็นโมฆะ ตามที่เราและหลายภาคส่วนได้เคยสื่อสารข้อกังวลไปแล้ว เรามีเวลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่จะจับตากระบวนการต่างๆอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการประกาศ พรฎ. ที่จะเปิดทางให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้จริง



เมื่อวันเลือกตั้งประกาศแล้ว การรณรงค์เพื่อสนามเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรมและมีผลในทางปฏิบัติจะดำเนินต่อไป แต่หากมีการบิดพลิ้วเป็นครั้งที่หก ประชาชนทุกภาคส่วนคงหมดความอดทนต่อรัฐบาล คสช. และการเรียกร้องหลังจากนั้นคงไม่จำกัดเพียงการได้มาซึ่งวันเลือกตั้งที่เลื่อนลอยอีกต่อไป ในส่วนของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง วันนี้ทางกลุ่มคงจะได้มีการประกาศรายละเอียดและเหตุผลของการชุมนุมโดยสันติวิธีในครั้งนี้

การชุมนุมทางการเมืองโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในสังคมประชาธิปไตยในฐานะพื้นที่สำหรับทุกเสียง ไม่มีเวลาใดที่การชุมนุมจะรับใช้มวลชนได้มากเท่ายามที่บ้านเมืองถูกปกครองโดยเผด็จการ ที่สภาไม่มีฝ่ายค้านและเสรีภาพสื่อถูกคุกคาม แม้โบว์จะไม่ร่วมดำเนินการชุมนุมในครั้งนี้ ก็ขอร่วมยืนยันหลักการและให้กำลังใจทั้งเพื่อนผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความปลอดภัยค่ะ ลงชื่อ ณัฏฐา มหัทธนา

อย่างไรก็ตามวันที่ 19 ม.ค. 2562 มีรายงานว่า นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว  แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะมีการชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค.แน่นอน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากเดิม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์บริเวณ ลานหน้าหอประชุมใหญ่ เวลา 16:00 น. ทั้งนี้มีกระแสลือว่าในกลุ่มของแกนนำอยากเลือกตั้ง มีความเห็นออกเป็นสองฝ่ายโดยนายรังสิมันต์  โรม และโบว์ เห็นทำนองเดียวกันว่ามีความชัดเจนแล้ว การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. หากจัดชุมนุมอาจเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายอาจเป็นเงื่อนไขให้ยืดวันเลือกตั้งออกไปอีก

ขณะเดียวกันบนเฟสบุ๊ก Rangsiman Rome ซึ่งเป็นของรังสิมันต์ โรม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ขออภัยสำหรับทุกภารกิจครับ ตอนนี้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่คงต้องพักพอสมควร ส่วนสาเหตุอันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมลพิษในกรุงเทพด้วยไหมครับ

ล่าสุดผู้ชุมนุมและแกนนำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ได้ยืนกรานว่าจะยกระดับชุมนุมใหญ่เพื่อนต้านรัฐบาลต่อในวันที่ 26 ม.ค. ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามในขณะที่กลุ่มของสามประสาน "จ่านิว-โบว์-โรม" ที่คงภาพลักษณ์ของความเป็นปัญญาชน ดำเนินกลยุทธแบบสังติอหิงสาได้ลดท่าทีและบทบาทลง ด้วยพยายามอ้างว่าไม่อยากเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงแบบ "ม็อบชนม็อบ" เพราะจนถึงตอนนี้ได้ปรากฏว่าได้เกิดมีกลุ่มชุมนุมที่เห็นต่างแตกหน่อหลายกลุ่มก้อน อาทิว่า คนฝั่งธนรักสันติ ,สภานักศึกษารามคำแหง ที่เจตนาให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเสีย 

สุ่มเสียงที่จะเกิดเป็นความรุนแรงมากขึ้นจนทางจ่านิวเลือกที่จะนำผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมาตั้งหลักในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ขณะที่ทางด้านนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์  เจนตวนิชย์ สองนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่เป็นตัวตั้งตัวตี ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกเพิ่มดีกรีเคลื่อนไหวแสดงออกอย่างรุนแรงและตรงไปตรงมามากขึ้น ชี้ชัดมากขึ้นกับการระดมมวลชนยืดหยัดอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่าง ราวประหนึ่งว่าพร้อมปะทะกัน ดังคำกล่าวของโบว์ก่อนหน้าว่า "ม็อบชนม็อบ"

 



กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้น เมื่อเฟสบุ๊กของนายเอกชัย ได้โพสต์ว่าถูกรุมทำร้ายเมื่อช่วงค่ำระบุว่าถึงเหตุการณ์ภายหลังจากกลับจากชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วันนี้ (19 ม.ค. 2562) เวลา 19.15 น. ชาย 4 คนทำร้ายร่างกายผม โชคดีที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศประสบเหตุเข้าช่วยเหลือ 

และดูเหมือนว่านายเอกชัย ยังคงเชื่ออย่างถึงที่สุดว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุที่กระทำแก่ตนนั้นมีลักษณะการทำงานคล้ายทหารหรือบุคคลที่ถูกฝึกมาอย่างดี และยืนยันว่ามีอายุประมาณ 20-30 ปี ซึ่งลักษณะการก่อเหตุไม่คล้ายกับเยาวชนติดยาเสพติดอย่างที่เคยถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ พร้อมกล่าวว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ คสช. ส่วนสาเหตุเชื่อว่า ไม่เกี่ยวกับการที่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เกี่ยวกับการไปวิจารณ์ทหารว่าไม่ควรเข้ามายุ่งกับการเมือง และวิจารณ์ประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย จึงทำให้นายพลในกองทัพบกบางคนไม่พอใจ

ขณะที่ทางด้านฝากฝั่งของ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" อย่าง นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ ได้ออกมารับลูกต่อกรณีดังกล่าวด้วยการโพสเฟสบุ๊กระบุว่าขอประนามการทำร้ายร่างกายนักกิจกรรม คุณ เอกชัย หงส์กังวาน สิ่งที่คุณเอกชัยแสดงออกคือการต่อสู้ทางความคิด หากไม่เห็นด้วย อาวุธที่ควรใช้ตอบโต้คือความคิด ไม่ใช่กำลังค่ะ

น่าสนใจว่าภายหลังที่นายเอกชัย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิระเพื่อหาว่าได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดมาประกอบในสำนวนคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาตัวว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นใครเพื่อจะได้จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พบว่าบนเฟสบุ๊กฟอร์ด เส้นทางสีแดง ที่เป็นของนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ โพสต์ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์โดยเริ่มตั้งแต่การทำกิจกรรม จนกระทั่งเกิดเหตุทำร้ายนายเอกชัย ซึ่งตนเองได้อยู่เป็นเพื่อนกับนาย​เอกชัย ในการแจ้งความ​บนโรงพักพร้อมกับเดินทางไปโรงพยาบาลวชิระเพื่อตรวจร่างกาย​ อยู่รอเป็นเพื่อนคุณเอกชัยจนถึงตี​ 3 เพื่อรอผลเอกซเรย์และใบรับรองแพทย์​ โดยนายเอกชัย ได้ชำระเงินค่ารักษาด้วยตัวเองเป็นเงิน​ 440 บาท​

 

 

 "หากท่านใดที่มีความประสงค์​จะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล​ หรือให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนไหวเป็นการส่วนตัว​ ​สามารถให้การสนับสนุนได้ที่​ ธ.กรุงไทย​ ออมทรัพย์​ 256……​ ชื่อบัญชี​ เอกชัย​ หงส์​กังวาน​ น้ำใจคนละเล็กละจากท่านจะเป็นกำลังใจให้เขาได้พักรักษาตัวและกลับมาเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไต​ยต่อไป" นายอนุรักษ์ โพสต์ในเฟซบุ๊ก

สะท้อนเป็นอย่างดีว่านอกจากถือร่วมอุดมการณ์ร่วมกันแล้วความสัมพันธ์ระหว่างนายเอกชัย และนายอนุรักษ์ มีความแน่นแฟ้น ดังปรากฏให้เห็นจากความปรารถนาดีที่หยิบยื่นให้แก่กัน เหนืออื่นใดกับพฤติกรรมของทั้งคู่ที่พยายามเดินหน้าต่ออย่างไม่ลดละนั้น ก็เสมือนว่าพร้อมรับแรงปะทะจากกลุ่มเห็นต่าง ตรงข้ามกับโบว์และโรม ที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวอาจด้วยตระหนักดีว่าอาจนำมาซึ่งความรุนแรงอย่างหนีไม่พ้น เรียกได้ว่านับตามองยิ่งว่าหลังจากแกนนำที่เป็นเหมือนมันสมองได้ตีจาก สองนักเคลื่อนไหว เอกชัย-อนุรักษ์ ที่ยังดันทุรังยืนหยัด จะชักนำพาผู้ชุมนุมไปในทิศทางใด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย