แล้วฟ้ายังจะรักพ่ออยู่ไหม? สาวไส้ พรรคอนาคตใหม่ กับความฉาวในพรรค เฟะขนาดไหน? บัดนี้กระจ่างแล้ว!

แล้วฟ้ายังจะรักพ่ออยู่ไหม? สาวไส้ "พรรคอนาคตใหม่" กับความฉาวในพรรค เฟะขนาดไหน? บัดนี้กระจ่างแล้ว!

Publish 2019-02-13 15:59:25



ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อย กับงานฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 โดยผลการแข่งขันฟุตบอล "ทัพจามจุรี" เอาชนะ "ลูกแม่โดม" ไปได้ 2-1 ขณะที่ขบวนล้อการเมืองได้รับความสนใจเป็นมากเป็นพิเศษดังที่ผ่านมา ... สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  ที่สนามศุภชลาศัย "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ "นายปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรค "น.ส.พรรณิการ์ วานิช" โฆษกพรรค "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ "พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์" ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ น.ส.นพมาศ การุญ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคอนาคตใหม่ ร่วมงานฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่73

 

บรรยากาศ รอบๆคึกคัก  ผู้ร่วมงานทั้งศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าให้การตอบรับสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างดี โดยผู้ที่ได้รับความสนใจจากน้องๆ นักศึกษาเป็นพิเศษคือนายธนาธร ที่มีเข้ามาขอถ่ายรูปและจับมือ พร้อมพูดประโยคฮิตในโซเชียลมีเดียว่า "ฟ้ารักพ่อ"  นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานดังกล่าว นอกจากจากสาวๆ ทั้ง 2 สถาบันที่เข้ามารุมขอถ่ายรูปกับนายธนาธร สีสันการโพสต์ท่าถ่ายภาพไม่ยอมแพ้กันเลยทีเดียว ส่วนนักศึกษาหนุ่มๆก็ส่งเสียงให้แก่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตะโกนว่า ยกเลิกเกณฑ์ทหารให้ได้ยินเป็นระยะๆ

 

ทั้งนี้ เมื่อเข้าไปยังแสตนกองเชียร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ได้รับเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ นายธนาธร เป็นศิษย์เก่าของทั้ง 2 สถาบัน คือ วิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ "นายปิยบุตร" "นายพิธา" ศิษย์เก่า มธ. ส่วนทางด้านของ "น.ส.พรรณิการ์ พ.ต.ต.ชวลิต และ น.ส.นพมาศ เป็น ศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จากกรณีดังกล่าว ดูเหมือนว่าพรรคอนาคตใหม่กลับคืนสู่สังเวียนและเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากที่ฟอร์มตกไปช่วงหนึ่ง และการกลับมาของเขาในครั้งนี้ ก็ถือเอาใจวัยรุ่น หรือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ (ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่) ไปเต็มๆ ทั้งนี้ อาจจะด้วยภาพลักษณ์ภายนอก หล่อ รวย เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญ คือ วาทกรรมชั้นเอกของเขา ที่เวลาพูดออกไปแล้ว หลายๆคนถึงกับคล้อยตามได้เลยทีเดียวเชียว

 

 

ก่อนหน้านี้ การหายเงียบไปของพรรคอนาคตใหม่น่าจะเกิดจากรอยร้าวและความขัดแย้งกันเองภายในพรรค ภายหลัง "ประกาศปลดล็อคพรรคการเมือง" ได้ชั่วไก่กระพือปีก ก็ปรากฏว่าตัวผู้นำพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้สลัดคราบนักอุดมการณ์ที่เคยถือมั่นไว้แต่ต้นไปในทันใด เพราะหากย้อนไปแต่แรกเริ่มเดิมที การปรากฏตัวของพรรคอนาคตใหม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้มากพอควร เนื่องด้วยเป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลที่เสมือนว่าเป็นตัวแทนของ "คนรุ่นใหม่" รวมถึงดีกรีของหัวหน้าพรรคที่ประหนึ่งนักอุดมการณ์ตัวย

 

 

ที่ผู้นำคือนายธนาธรอวดอ้างสรรพคุณ ภายหลังจากที่มีคลิปวิดิโอว่าเขาคลุกวงในเป็นหนึ่งในมวลชนเสื้อแดงว่า ตนนั้นเข้าร่วมการชุมนุมเกือบทุกการชุมนุม ไม่เว้นแม้แต่การชุมนุมของ  "พันธมิตร" เมื่อปี 2551 ประกอบกับสภาพการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยอาวุโสชนขึ้นมานั่งบริหารประเทศ ทำให้คอการเมืองหลายคนหลงติดกับจากคำฟุ้งของนายธนาธร จับจ้องรอเข้าคูหากากบาทเทใจให้พรรคอนาคตใหม่ชนิดตาเป็นมัน 

 


 



อีกประการหนึ่งคือจุดยืนและอุดมการณ์ที่นายธนาธรและพลพรรค หยิบยกมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนความชอบธรรมในการแสดงออกเพื่อโต้ตอบฝั่งตรงข้าม คือ การหยิบยกวาทกรรม "เผด็จการ" และ "อำนาจนิยม" มาโพนทนาป้ายสีแก่ รัฐบาล คสช. แต่กลับให้พรรคของตนรับบท พรรคการเมืองที่ยืนอยู่ฟากฝั่งประชาธิปไตย หากทว่าแท้จริงแล้วชวนให้น่าสมเพชไม่น้อย เมื่อการรวมตัวของ พรรคอนาคตใหม่ เต็มไปด้วยการผสมปนเปทางทัศนะซึ่งมาจากชุดความคิดแบบ "เสรีนิยม" สุดขั้ว ถือดีว่าตนนั้นเหนือกว่าไม่เปิดรับความเห็นต่างจนกลายเป็นความแตกแยกขั้นรุนแรง 

 

 


โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพฤติการณ์การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของนายธนาธร ที่สวนทางกับครรลองของประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง ครั้งแรกกับคำสั่งฟ้าผ่าให้กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่ประหนึ่งเป็นฟันเฟืองของพรรค ยุติการดำเนินกิจกรรมด้วยพยายามให้เหตุผลว่าพบความไม่โปร่งใส ทำให้ตัวแทนกลุ่มดังกล่าวคือ "นานา" วิภาพรรณ วงษ์สว่าง ในตำแหน่ง  กรรมการสัดส่วนเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่  ถึงกับขอลาจากพรรคเป็นการถาวร  นำมาซึ่งความคลางแคลงใจว่าแท้จริงมี "ลับลมคมใน" อันใดหรือไม่ ซึ่งหากว่ากันไปตามกระบวนการตรวจสอบที่มีความชอบธรรม ควรจะมีการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาให้คนภายนอกได้รับรู้ มิใช่สักเพียงแต่ "ปัดสวะให้พ้นหน้าบ้าน" ด้วยการเฉดหัวกันแบบไร้หลักฐานหรือรายละเอียด เพราะสิ่งที่ปรากฏกลับมีเพียงแต่การพยายามกลบเกลื่อนทำนองว่าเป็นเรื่องภายในพรรคเท่านั้น 

 

 
แต่กลับมีเสียงลือแว่วจากคนในว่าแท้จริงเป็นเรื่องแตกแยกด้านความคิด เพราะตัวนายธนาธรเริ่มมีลักษณาการลดท่าทีปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล คสช. ตรงข้ามกับพฤติการณ์ของกลุ่มเคลื่อนไหวในพรรคที่ยังยืนกรานแสดงออกต่อต้านอย่างรุนแรงและสุดโต่งแบบไม่ลดละ   สะท้อนการบริหารงานของพรรคได้เป็นอย่างดีว่า นอกจากด้อยประสบการณ์แล้ว ตัวผู้นำพรรคเองขาดความสามารถในการจัดการด้านทรัพยากรบุคคลในพรรค เห็นฉะนี้แล้วหลายคนถึงกับเลิกคาดหวังกับการบริหารงานในระดับประเทศภายหน้า เพราะจะออกมาในรูปไหนไม่ต้องถึงกับปราดเปรื่องนัก ก็พอจะคาดเดาได้ 

 

 
กับอีกหนึ่งกรณี ที่อาจทำให้เสถียรภาพและภาพลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ต้องสั่นคลอนเมื่อ กลุ่มตัวแทนผู้สมัคร สส.ของพรรคฝั่งธนบุรี แสดงความไม่พอใจออกมาสาวไส้จนแทบไม่เหลือชิ้นดีว่า กระบวนการสรรหาผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่นั้นส่อแววทุจริต มีการเตะตัดขาผู้ที่สมัครออกจากการแข่งขัน ซ้ำร้ายยังอิงแอบ "ระบบอุปถัมภ์" ด้วยการนำกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับผู้บริหารมาลงสมัครแทน   จนหนึ่งในสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และว่าที่ผู้ประสงค์สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อสัดส่วนภาคใต้ ของพรรคถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟสบุ๊ก ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าการท้วงถามถึงการยกเลิกการเลือกตั้งไพรมารี่โหวต สส.ระบบบัญชีรายชื่อ อันเป็นกลไกที่จะได้มาซึ่งผู้แทนอย่างชอบธรรม เพื่อเป็นการสะท้อนถึงความเป็นประชาธิปไตยในพรรค

 

แต่ทางพรรคกลับเลือกที่จะ "ฉีก" และ "ทำลาย" ให้อันตธานหาย ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกภายในพรรค มอบอำนาจให้แต่เพียงคนใกล้ชิดแบบ "อภิสิทธิ์ชน" ที่นายธนาธรเคยกรานว่าจงเกลียดจงชังนักหนา จากสองครั้งสองคราก็เพียงพอที่จะประจักษ์ชัดว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ สวนทางกับ "ลมปาก" ที่นายธนาธรเคยฟุ้งเป็นคุ้งเป็นแควอย่างสิ้นเชิง  ซ้ำร้ายกลับกลายเป็นการ "ขว้างงูไม่พ้นคอ" เมื่อทุกคำกล่าวที่ให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามของนายธนาธรกลับย้อนเข้าหาตัว เพราะการกระทำของเขาเองนั้น เป็นการใช้อำนาจอย่างไร้ความชอบธรรมแบบ "อำนาจนิยม" เล่นพรรคเล่นพวกอย่าง "ระบบอุปถัมภ์" เปิดโอกาสให้แต่เพียงคนใกล้ชิดประหนึ่ง "อภิสิทธิ์ชน" 

 


 



ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีกรณีที่ขัดแย้งกันเองภายในพรรค "นางสาวพรรณิการ์ วาณิช" โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงกรณีคำสั่ง กก.บห. พรรคอนาคตใหม่มีมติยุติการปฏิบัติหน้าที่ของรักษาการคณะกรรมการเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือ New Gen Network (NGN) ว่า
1.มติดังกล่าวเป็นประกาศภายในของพรรคอนาคตใหม่ จึงไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการปกติที่จะมีประกาศแต่งตั้งหรือยุติการทำงานของผู้ดำรงตำแหน่งภายในพรรค อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวไม่ถือเป็นความลับ

 


2.ก่อนหน้านี้ได้มีการมอบหมายให้แผนกกฎหมายและแผนกบัญชีตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการบริหารจัดการและใช้จ่ายงบประมาณไม่เหมาะสมของรักษาการกรรมการ New Gen Network (NGN) และได้มีการนำผลการตรวจสอบพร้อมหลักฐานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค หลังจากการอภิปรายตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วคณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของรักษาการกรรมการเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่หรือ New Gen Network (NGN) ของส่วนกลางโดยทันที


3.อย่างไรก็ตามกิจกรรมต่างๆ ของเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่หรือ New Gen Network (NGN) ทั่วประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติ โดยมีสำนักเลขาธิการเป็นผู้ดูแลตามข้อบังคับพรรค
4.คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติไม่ระบุรายละเอียดพฤติกรรมการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อปัจเจกบุคคลในระยะยาว อย่างไรก็ตามเมื่อมีการนำเรื่องดังกล่าวออกไปวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ พรรคก็จำเป็นจะต้องเปิดเผยรายละเอียดและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับการยินยอมจากอดีตรักษาการกรรมการเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่หรือ New Gen Network (NGN) ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพื่อแสดงความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

 


5.พรรคขอยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเพิกเฉยต่อการใช้งบประมาณไม่เหมาะสม หรือการทุจริตในทางใดๆ ได้ เนื่องจากงบประมาณของพรรคทุกบาททุกสตางค์ล้วนมาจากค่าบำรุงสมาชิกและเงินบริจาคจากผู้สนับสนุนที่ต้องการเห็นพรรคเป็นสถาบันการเมืองที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณชนนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่อกรณีดังกล่าวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์  หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กโจมตีแถลงการณ์นี้ โดยระบุว่านายกาณฑ์ โพสต์ว่า "ไม่รู้ทำไมพออ่านแถลงการณ์ของ "ช่อ" เสร็จอยู่ดีๆ ก็อุทานว่า "ค...ย" ออกมา"  แกนนำอยากเลือกตั้ง โพสต์อีกว่า "สนับสนุนให้ เด็กๆ NGN ที่โดนธนาธรปลด เขียนหนังสือให้ กกต.มาตรวจสอบการทำงานของพรรคนะคะ"

 

เขา โพสต์ ด้วยว่า "พรรคส้มหวานควรแก้ปัญหาภายใน การไล่คนออกจากองค์กรมันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นพรรคประชาธิปไตย คุณก็ต้องมีความโปร่งใสสิ อนุญาตให้ตรวจสอบได้ ผิดอะไรก็เน้นไปที่กระบวนการตรวจสอบ ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ยิ่งโฆษกแถลงว่า พรรคจำเป็นเปิดเผยหลักฐานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยมาสิ ว่าหลักฐานที่บอกเด็ก "ใช้เงินไม่เหมาะสม" มันคืออะไร ธนาธรมาไล่เด็กออกแบบนี้ มันเหมือนเด็กปัญญา 10 ขวบอ่ะ สะท้อนอย่างตรงๆว่าไอ้นักการเมืองฝึกงานอย่างธนาธรมันความสามารถพิการตั้งแต่แรก ปราศจากความเป็นมืออาชีพอย่างสิ้นเชิง อนาคตใหม่มันจะหมดไหม้ก็เพราะมีหัวหน้าเฮงซวยแบบนี้แหละ"

 

ยิ่งไปกว่านั้น กรณีล่าสุดตอกชัดที่สุดเมื่อ "นายกาณฑ์" ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะลบโพสต์ออกไปแล้ว  ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าว คล้ายการแฝงนัยตรงถึงพรรคสีส้มโดยที่ไม่ระบุชื่อ มีเนื้อหาว่า ถ้าพูดเรื่องหลักการประชาธิปไตย มีนักการเมือง 2 ใน 7 เท่านั้นมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยจริงๆ จะเอาเรื่องหลักการประชาธิปไตยไปดีเบตกับนักการเมืองจากพรรคฝ่ายเผด็จการหรอ >>> เอาเด็กม.1 ไปนั่งดีเบตกับนักการเมืองฝ่ายเผด็จการ เด็กม.1ก็ชนะค่ะ

 


 


นักการเมืองฝึกงานสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง การไปโจมตีอุตตมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น เพราะตัวเขาเอง เป็นฝ่ายเล่นใต้เข็มขัด ใช้เด็กๆกลุ่มหนึ่งไปติดคุกแทน โดยมีเขาเป็นผู้วางแผนเบื้องหลัง และที่สำคัญคือการเป็นนายทุนหน้าเลือด จ่ายค่ากิจกรรมให้กับเด็กนักศึกษากลุ่มนั้น ประชาชนคงยังไม่รู้สินะ นายทุนคนนั้น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ในการทำกิจกรรมรณรงค์ประชามติปี2559ในครั้งนั้น เขาออกเงินค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ นายทุนคนนี้คือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเพียงคนเดียว ก่อนกิจกรรมบางอย่างจะถูก launch out  แผนงานที่เด็กๆนักศึกษาได้ทำไว้ แผนดีๆบางงานก็ต้องพับเก็บเพราะไม่เป็นที่ถูกใจของนายทุน ผลปรากฏว่ากิจกรรมการรณรงค์ครั้งนั้น ไม่ประสบผลสำเร็จ และมีนักศึกษาติดคุกเป็นจำนวนมาก และรัฐธรรมนูญโจร นั้นก็ได้คลอดออกมา ในปี2560 ส่วนหนึ่งก็เพราะเขานั่นแหละ

 

แต่ถามว่าเงินค่าประกันตัว ค่าเสียอนาคตของนักศึกษาบางคน เขารับผิดชอบหรือไหมคำตอบคือไม่  มีนักกิจกรรมหลายสิบชีวิตมาก ที่ทำงานฟรี ไม่ได้รับค่าจ่าง โดนหลอก โดนเอารัดเอาเปรียบ จากนายทุนสีส้ม ที่เลือดเย็น ไม่ให้ค่าจ้างการทำงาน แม้กลุ่มกิจกรรมของปัญญาชนกลุ่มนั้น ได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นพรรคการเมือง ยังมีลูกจ้างในนั้น หลายคนยังไม่ได้เงินค่าตอบแทนด้วยซ้ำไป ตัวเขาเอง เคยออกมาสู้ไหม >>> ไม่   ... มีแต่ใช้ให้คนไปติดคุกแทน  นี้เแหละค่ะ อีกด้านหนึ่งของพ่อของบรรดานีโอสลิ่ม พ่อมันชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่น เป็นนายทุนหน้าเลือดที่แฝงอยู่กับคำว่า "ประชาธิปไตย" เอาไปใช้กับผลประโยชน์ของตัวเอง

 

 

ทั้งนี้ ปูมหลังของตัว "นายธนาธร" เอง มีพฤติกรรมต้องสงสัยอันหมิ่นเหม่เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง?  โดยเขา เป็นนายทุนสื่อล้มเจ้า? อย่าง "นิตยสารฟ้าเดียวกัน" หรือไม่? ซึ่งเป็นนิตยสารรายเดือนที่มีเนื้อหาเชิงต่อต้านสถาบันฯ ขณะเดียวกัน เนื้อหาในหนังสือก็เป็นการสนับสนุนรัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นที่ชัดเจนว่านิตยสารฉบับนี้เป็นนิตยสารที่ได้แสดงอาการการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  ที่เป็นกระบอกเสียงการเผยแพร่ บทความโจมตีสถาบันฯ หลายต่อหลายบทความอย่างไม่น่าให้อภัย เรื่องนี้เป็นความจริงเชิงประจักษ์ที่ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองต่างรับทราบกันดี เพียงเท่านี้ก็น่าจะรู้เจตนาที่แท้จริง โดยไม่ต้องอธิบายใดๆเพิ่มเติม หนำซ้ำยังมีการเปิดพื้นที่สนับสนุน บุคคลอย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  นายธงชัย วินิจจะกูล 

 

 

กวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดดิสันสหรัฐอเมริกา เป็นต้น และอีกหลายคน ให้โจมตีสถาบันอย่างหนักหน่วง รวมไปถึง การโจมตีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การโจมตีว่า พิธพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ใช้เงินมากเกินไป กรณีดังกล่าวทำให้เว็บไซต์ฟ้าเดียวกันถูกปิดกั้นให้เข้าถึงไม่ได้เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2551 โดยเจ้าของระบุว่า"เป็นเพราะเอกชนผู้ให้บริการพื้นที่บนอินเทอร์เน็ตยกเลิกการให้บริการหลังจากผู้ให้บริการรับฝากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ปิดเครื่องเซิร์ฟเวอร์เพราะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสั่งการ"

 

 


อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริง ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้น พฤติการณ์ของ "นายธนาธรแห่งพรรคอนาคตใหม่" ก็คงมีน้ำหนักที่เพียงพอแล้วที่ทำให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มองข้ามบุคลิกลักษณะ ที่เขาปรุงสร้าง ในฐานะนักการเมือง เพราะแท้จริงแล้ว เรื่องฉาวบางอย่างที่เขาพยายามปกปิดไว้ ได้ผุดพายออกมาให้เห็นแล้วในแทบจะทุกครั้ง  ทั้งนี้ ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ตาสว่างเสียที ... 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัดกันแล้ว ! "ชัชชาติ" ว่าไง?..."อนาคตใหม่" ปลุกกระแส นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. ค้านนายกฯคนนอกหัวชนฝา

สองกรณีในเรื่องเดียวกัน "เพื่อชาติ-อนาคตใหม่" ความเหมือนที่ไม่ต่าง

ทำลายหรือสร้างสรรค์? "พรรคอนาคตใหม่" กร้าวหากเป็นรัฐบาลจะยกเลิก "โครงการประชารัฐ" "กิตติธัช" จวก หาเสียงแบบนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา!

ปากว่าตาขยิบ! "ธนาธร" กล่าว "เลื่อนเลือกตั้ง" อนาคตใหม่ได้เปรียบแน่...แต่ไม่เอา?

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์