เป็นใครก็ทรุด! เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ทำใจแล้ว ถามหนุ่มขี้เมาซิ่งรถ ชนวอดสูญ 80 ล้าน จะชดใช้ยังไง รับสภาพคงได้คืนยาก! (คลิป)

Publish 2019-02-19 13:41:59



จากกรณี อุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนร้านบางกอกลิฟวิ่งมอล ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวนิช ขาออกตัวเมืองหาดใหญ่ก่อนถึงสี่แยกคลองหวะ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงตี3วานนี้ทำให้ไฟลุกไหม้รถเก๋งและลุกลามไปติดร้านเฟอร์เจอร์และสินค้าเสียหายเหลือเพียงเถ้าถ่าน เจ้าของประเมินความเสียหายราว80 ล้านบาท

ในทางคดีทางพนักงานสอบสวนสภ.คอหงส์ กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปยอดรวบความเสียหายทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี คนขับเก๋ง ใน 2 ข้อหาที่ตั้งไว้คือ ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และขับรถขณะเมาสุรา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืบหน้าคดีเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ไฟไหม้วอด จนท.เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับคนขับ

เศร้าทั้งหัวใจของเจ้าของร้าน ดูภาพกันชัดๆ วินาทีเก๋งเมาซิ่งมิดไมล์พุ่งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ ไฟไหม้วอดวายจนหมดสิ้น

"เก๋งเมาซิ่ง" ชนร้านเฟอร์นิเจอร์ไฟลุกท่วม วอดวายทั้งรถทั้งร้าน เสียหายราว80ล้าน(คลิป)



สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น 

นายอัชอารีย์ วันอับดุลเลาะห์ หรือ บังฉ่ำ อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน  นำสำรวจร้านดังกล่าวซึ่งปลูกบนพื้นที่เช่าขนาด 2 ไร่ ขนาดอาคารกว้าง 30 เมตร ยาว 200 เมตร อยู่ในสภาพไหม้เกือบทั้งหมด โดยเทศบาลคอหงส์ได้ประกาศให้เป็นเขตเพลิงไหม้ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยห้ามผู้ใดเข้าใกล้พื้นที่แล้ว อีกทั้งโดนรอบอาคารไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่เลย

นายอัชอารีย์ ยอมรับว่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก ซึ่งเมื่อคืนตนก็นอนอยู่ห้องพักหลังร้านกับลูกน้อง พอรู้ตัวอีกทีประมาณตี 2 กว่า ก็มีทหารที่มารักษาการณ์อยู่ใกล้ร้านวิ่งมาปลุก พอออกมาก็พบว่าไฟเริ่มไหม้และลุกลามเร็วมาก เพราะมุมที่รถยนต์พุ่งเข้าชนเป็นโซนที่นอนกับโซฟา จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งทหารเองก็รีบดึงตัวคนขับออกจากรถยนต์เพราะกลัวได้รับอันตราย ตอนนั้นเท่าที่เห็นคนขับยังมีสติ แต่ยังอยู่ในอาการเจ็บพอสมควร จึงไม่ได้พูดคุยหรือสอบถามอะไร ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจทำอะไรไม่ได้ พอได้สติก็รีบขับรถที่จอดอยู่ด้านหลังประมาณ 10 คันออกนอกร้านไปก่อน ส่วนทหารเป็นคนแจ้งตำรวจ และประสานดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำสกัด ประมาณ 2 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบลง

 



โดย บังฉ่ำยังคุยด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มแล้วบอกด้วยว่า คงต้องยอมรับสภาพมูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท โดยแยกเป็นตัวอาคาร 40 ล้าน และสินค้าอีก 40 ล้านบาท จากนี้ไปก็ยังคงดำเนินธุรกิจต่อ โดยวางแผนไว้ว่าจะรื้ออาคารทิ้งแล้วสร้างใหม่ คาดว่าใช้เวลาปีกว่าคงกลับมาเหมือนเดิม
 

โดย บังฉ่ำ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า  อยากเตือนไปยังผู้ที่เมาแล้วขับว่าให้ระวังมากกว่านี้ เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเองบาดเจ็บแล้วยังทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายด้วย ซึ่งบางครั้งมูลค่าความเสียหายมากเกินกว่าที่จะชดใช้ได้ ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับพนักงานที่มีครอบครัวต้องดูแล

ด้าน ส่วนครอบครัวผู้ก่อเหตุยังไม่ได้มีการติดต่อมา มีแต่คุยผ่านตำรวจเท่านั้น โดยทางคดีความก็ได้มีการปรึกษาทนายความไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียดว่าจะเรียกร้องอะไรได้มากน้อยแค่ไหนต้องรอตำรวจทำคดีก่อน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์