ยินดีร่วมตั้งรบ.พรรคอื่น!ไมตรีบิ๊กตู่ ทอดมือประชาธิปัตย์ สายตาของผู้บรรลุโสดาบันการเมือง?

ยินดีร่วมตั้งรบ.พรรคอื่น!ไมตรีบิ๊กตู่ ทอดมือประชาธิปัตย์ สายตาของผู้บรรลุโสดาบันการเมือง?

Publish 2019-03-15 13:17:21



เป็นความเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง เป็นการออกอาวุธที่เป็นจังหวะจะโคนหวังผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่แค่เซียนการเมืองเท่านั้นที่ดูรู้ มองหมากเกมนี้ออก กระทั่งคอการเมืองในร้านกาแฟยังถึงกับลุกขึ้นยกจอกน้อมคารวะ นี่คงไม่ใช่เรื่องเยินยอ ทั้งไม่ใช่อาการอวยแต่อย่างใดไม่??? ทั้งไม่ใช่สาวก แฟนคลับเชียร์ใคร แต่นี่ต้องเป็นเรื่องควรยอมรับหรือไม่ กับการเคลื่อนไหวในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่แคนดิเดตนายกฯคนที่30 ที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการออกมาพูดในสองวาระสองคราวติดต่อกันอย่างมีนัยยะสำคัญยิ่ง  ถามว่าสำคัญแค่ไหน !?! ตอบว่าก็แค่ทำให้สื่อแทบทุกแขนงจับไปพาดหัวขึ้นหน้าหนึ่งโดยมิได้นัดหมาย


บิ๊กตู่ขอกล้าเดินไปด้วยกัน

 

เริ่มกันที่เวลา 13.39 นาที ของวันที่ 14 มีนาคม ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ตอบคำถามสื่อต่างประเทศถึงกรณีที่ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้จะออกมาเป็นอย่างไร พร้อมที่จะยอมรับหรือไม่ ว่า ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับ เพราะในเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง

 

และเมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยินดี เพราะเป็นเรื่องของการเมือง รัฐบาลต้องมีการผสมผสานการทำงานโดยมาจากพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล

 

สุดท้ายเมื่อถามถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงว่าการหาเสียงในช่วงนี้มีการยกประเด็นไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะทำให้นักลงทุนเกิดความสับสนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นประเทศ  ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็เป็นห่วง ว่าวันนี้จะพูดอะไรก็ตามในเรื่องของการเลือกตั้ง หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของภายในประเทศก็ไม่อยากให้มีผลกระทบกับเรื่องความเชื่อมั่น การลงทุนที่มีความต่อเนื่องอยู่ สื่อมวลชนทุกคนต้องช่วยกันทำอย่างไรไม่ขยายสิ่งเหล่านี้ออกไปยังต่างประเทศ เพราะทุกคนต้องการความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ต้องการเสถียรภาพของการลงทุน ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี  ช่วยกันอย่าเพิ่งมีความขัดแย้งกันตอนนี้  หลายเรื่องค่อยไปเริ่มกันหลังจัดตั้งรัฐบาล

 

 



 

 

เห็นแล้วหรือไม่ว่า พลเอกประยุทธ์ ฉลาดหลักแหลมแค่ไหน เป็นความหลักแหลมที่ชาญฉลาดทางการเมือง การประกาศยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร?!?  ด้านหนึ่งคือการแสดงออกทางวิถีแห่งประชาธิปไตยที่ยอมรับความเห็นของคนส่วนใหญ่ พูดให้ชัดก็คือ ยอมรับกับผลการลงคะแนนของประชาชน ซึ่งนี่เท่ากับพลเอกประยุทธ์ เข้าใจ เข้าใจวิถีของประชาธิปไตย ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ยอมรับ เท่ากับยอมรับการตัดสินใจของประชาชน เท่ากับเป็นการแสดงออก ประกาศให้โลกได้รับรู้ว่าตนเองนั้นได้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เท่ากับเป็นการกดข่มห้ามปรามฝ่ายตรงกันข้าม ให้ต้องยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาด้วยเช่นกัน โดยไม่ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะทุกคนทุกพรรคต้องยอมรับในการตัดสินใจของประชาชน  ซึ่งนี่เท่ากับเป็นการบอกไว้ล่วงหน้าสำหรับฟากตรงข้ามที่หากผลการดเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่หวังจะออกอาการป่วนไม่ได้ เพราะจะเป็นการแสดงให้ประชาชนที่จับจ้องอยู่รู้ถึงกำพืดและกมลสันดานได้

 

ทั้งต้องไม่ลืมว่าการพูดของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกิดขึ้นระหว่างงานกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม CLSA อาเซียน ประจำปี 2562 ท่ามกลางนักลงทุนต่างชาติ สื่อมวลชนต่างชาติ ทั้งยังถือโอกาสอันดีและเหมาะสมนี้ บอกอีกว่า ประเทศไทยถือเป็น 1 ในคำตอบของการทำธุรกิจ เพราะเป็นประเทศที่มีทำเลอยู่ใจกลางอาเซียน ทุกประเทศต้องนำพาอาเซียนไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง แม้ประเทศไทยจะเป็นพื้นที่เล็กแต่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโลกด้วยเช่นกัน สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยประเทศสมาชิกจะได้รับประโยชน์ในด้านต่างๆ ที่สอดคล้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยจะผลักดันอาเซียนให้เจริญเติบโต

 

 

“ทุกวันนี้มีทูตและคณะต่างๆ มาเข้าพบตนเองเป็นเป็นจำนวนมาก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โดยทุกประเทศพูดถึงเรื่องของความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่ตนเองพยายามทำอยู่ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกรอบการดำเนินการในด้านต่างๆ ในเวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และวันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของรัฐบาลถัดไป ขณะเดียวกัน ตนเองยินดีแก้ไขการประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่รัฐ ประเทศไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกประเทศหนึ่งขอบคุณทุกคนที่มาลงทุนในประเทศไทย หากใครที่ยังไม่ได้ตัดสินใจขอให้ตัดสินใจเลย เพราะผมจะได้นอนหลับฝันดี จึงขอให้เชื่อมั่น ผมจะทำให้ดีที่สุด อย่างที่เคยได้ทำมาตลอด 5 ปี” พล.อ.ประยุทธ์  กล่าว

 

ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะตบท้ายด้วยลีล่าแบบนี้ ว่า การทำให้อาเซียนเข้มแข็งไปด้วยกัน  จึงต้องเริ่มจากความสงบ ความร่วมมือเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจ การเมืองต้องมีเสถียรภาพ ร่วมมือกันไม่ใช่แค่อาเซียนแต่รวมถึงทุกภูมิภาค โดยภาคธุรกิจจะเป็นผู้ลดความรุนแรงและจะเป็นแกนนำ ปลดล็อกเรื่องต่างๆ เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์เพื่อให้คนเกิดความสะดวก พร้อมขอให้ทุกคนเติบโตไปกับอาเซียน  วันนี้อดไม่ได้ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ตนเองสัญญาว่าจะจูงมือแต่ละประเทศไปข้างหน้าพร้อมกัน ส่วนเรื่องการเมืองก็ขอให้เป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปฉบับแรกของไทย ตามรัฐธรรมนูญ และในช่วง5ปีแรก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เช่นการลงพื้นที่ของตนจะไม่มีการจัดฉากโรยผักชี เพราะการเดินทางจะรวดเร็วและสะดวกขึ้น

 

 

คล้ายหลังผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง ที่สนามฟุตบอลทุ่งทะเลหลวง สโมสรสุโขทัย เอฟซี อ.เมือง จ.สุโขทัย เมื่อแกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วย ผู้สมัคร ส.ส. จ.สุโขทัยของพรรคหาเสียง  ประชาชนเข้าร่วม  3000 คน โดยระหว่างการปราศรัย ได้มีเซอร์ไพรส์ เปิดคลิป พลเอกประยุทธ์ มาพูดคุยกับประชาชนที่แรก ที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งจะขอหยิบมาบางช่วงตอนที่สำคัญดังนี้

 

 

“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่รัก ผมพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ผมดีใจ ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่บริหารประเทศขอขอบคุณคนไทย ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ในการแก้ปัญหาต่างๆของชาติกับผมมาอย่างยาวนาน จนบัดนี้สำเร็จลุล่วงไปในหลายๆด้าน ผมคนเดียวคงทำอะไรสำเร็จได้ยาก วันนี้ที่ประเทศเดินหน้าได้ และสิ่งต่างๆ สำเร็จได้นั้น ก็ต้องอาศัยคนไทยทั้งประเทศร่วมมือกัน จับมือกัน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจว่าเราจะเลือกเดินอย่างไรในเวลาที่สำคัญ ก่อนตัดสินใจผมอยากให้พี่น้องประชาชน ของพวกเรานำความรัก ความสามัคคี และรอยยิ้มที่สวยงามกลับมา ประเทศของเราต้องไม่ย้อนกลับไปในอดีต ที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง

 

เหตุผลที่ผมตัดสินใจ ตอบรับการเสนอชื่อ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัว แต่มองเห็นโอกาสของประเทศ ที่ต้องพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วยบุคคลที่หลากหลายทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ หลากหลายอุดมการณ์ หลากหลายความคิดแต่ทุกคน ต้องมาร่วมมือกันทำงาน ยึดหลักผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ทิ้งอดีตเอาไว้ข้างหลัง ทำอนาคตให้ดี...หากผมได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะสานต่องาน ให้มีการพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประชาชน ผมจะยึดหลักธรรมาภิบาลกฎหมายต่างๆเพื่อจะนำพาประเทศ ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่งคั่งยั่งยืน ขอให้คิดว่าการกระทำในวันนี้นั้น จะเป็นสิ่งบ่งบอกว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง ตัวพวกเราเอง แต่พวกเรากำลังทำเพื่ออนาคตของประเทศชาติ ของลูกหลาน ของเราทุกคน ที่จะเติบโตมีอนาคตสดใส ในวันหน้า อย่าลังเลใจ ขอให้คุณกล้าไปกับผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

นั่นคือความเคลื่อนไหวในช่วงวันเดียวกันของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งจะเห็นแล้วว่าสอดคล้อง เดินไปตามท่วงทำนองที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า50ล้านคนที่มีลีล่าที่น่าสนใจยิ่งในการก้าวเดินสู่นักการเมืองแบบเต็มตัว แม้นายอภิสิทธิ์ ออกปากจะไม่สนับสนุน แต่ต้องไม่ลืมว่า อภิสิทธิ์ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์ทั้งหมดไม่ใช่อภิสิทธิ์ ซึ่งหากว่าจับพลัดจับพลูอภิสิทธิ์ต้องลาออกไปด้วยคำสัญญาได้ต่ำ100 เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องเลือกหัวหน้าคนใหม่ ที่ไม่มีคำของอดีตหัวหน้าผูกมัด ดังนั้นอาจมีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะเห็นการจับมือของพลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์ค่อนข้างสูง เนื่องด้วยการทอดไมตรีเอาไว้แล้วจากบิ๊กตู่ ซึ่งนี่ใช่หรือไม่ว่า เป็นการอ่านขาดทางการเมือง เป็นความชาญฉลาดของลุงตู่ ผู้บรรลุโสดาบันทางการเมืองไปแล้ว???

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"บิ๊กตู่" เตือนสติ นกม. นโยบายกระหน่ำแจก ถามเอาเงินมาจากไหน? ชี้ นายกฯไม่ว่าจะเป็นใครต้องมีธรรมาภิบาล

"เสี่ยไก่" ลมออกหู หลังมติยัน "บิ๊กตู่" ไม่เป็น จนท.รัฐ .. ถาม แล้วมีเงินเดือนได้ไง?

ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ "บิ๊กตู่" ไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

ประชาชนแห่ต้อนรับ "บิ๊กตู่" เดินทางลงพื้นที่ ขอนแก่น-นครราชสีมา

"บิ๊กตู่" ซัด ปชต.ไม่ใช่เลือกตั้งอย่างเดียว ต้องมีรบ.ที่มีความชอบธรรม ลั่น ไม่ได้ สืบทอดอำนาจ แต่ สืบทอดเจตนา

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์