งามหน้าอีกแล้ว!! ส่องชัดๆ บัญชีจ่ายส่วยนักข่าว-เจ้าหน้าที่รัฐ หลังบุกทลายแก๊งเงินกู้นอกระบบ พบมีเงินหมุนกว่า20ล.

งามหน้าอีกแล้ว!! ส่องชัดๆ บัญชีจ่ายส่วย"นักข่าว-เจ้าหน้าที่รัฐ" หลังบุกทลายแก๊งเงินกู้นอกระบบ พบมีเงินหมุนกว่า20ล.

Publish 2016-10-23 17:55:47

วันนี้ ( 23 ต.ค.)   พล.ต.อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผบ.มทบ.44 ชุมพร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 21.00 น.วานนี้ (22 ต.ค.59)  พ.ต.เอกพล ธำรงโชติ นายทหารฝ่ายการข่าว ร.ท.เสน่ห์ นุ่มพรมทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย ร.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว อัยการผู้ช่วยศาล มทบ.44 ใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 13/2559 เรื่อง  การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยได้เชิญตัว นายชาตรี หวีเกศ หรือ ไอ้แต อายุ 31 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ หัวหน้าแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ พร้อมลูกน้องในสายงานปล่อยเงินกู้นอกระบบ ประกอบด้วย นายนิว อายุ 19 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายสาธิตย์ เส็งแดง หรือ ไอ้รุ่ง อายุ 24 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายสมรักษ์ วิชัยรัมย์ หรือ ไอ้รักษ์ อายุ 32 ปี ชาว จ.พิษณุโลก นายสุวิทย์ เหมือนการ หรือ ไอ้โจ๊ก อายุ 27 ปี ชาว จ.อ่างทอง มาสอบสวนหลังจากชาวบ้านจำนวนมากร้องเรียนว่าออกข่มขู่คุกคามทำร้ายชาวบ้าน
        

สืบเนื่องจากการขยายผลควบคุมตัว น.ส.อมรา แซ่ตั้ง อายุ 30 ปี ฝ่ายเก็บรวบรวมเงินและทำบัญชี  ที่ห้องพักเขตเทศบาลเมืองชุมพร  จึงนำตัวไปตรวจค้นสำนักงานซึ่งเป็นบ้านเช่าอยู่ในกรมหลวงซอย 12 ถนนปรมินทรมรรคา เขตเทศบาลเมืองชุมพร  โดยทั้ง 2 จุดเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารโพยรายชื่อลูกค้า คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 2 เครื่อง เงินสดจากแก๊งค์เงินกู้รวม 672,548 บาท ทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง  สมุดคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ขนาด 150 ซีซี จำนวน 20 เล่ม และโพยรายชื่อจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักข่าวรวม 10 รายชื่อ เป็นเงินเดือนละกว่า 5 หมื่นบาท

 



อย่างไรก็ตาม ระหว่างการสอบปากคำ ได้มีลูกหนี้เงินกู้นอกระบบกว่า 10 ราย มาชี้ตัวยืนยันว่าต้องเสียดอกเบี้ยเป็นรายวันร้อยละ 20 บาท หากจ่ายเงินไม่ตรงเวลาจะไม่สามารถผ่อนผันได้ก็จะถูกแก๊งดังกล่าวมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามจะทำร้ายจนต้องอยู่อย่างหลบซ่อน
         

จากการสอบสวนหลายชั่วโมงกระทั่งถึงเวลา 05.00 น. ของวันนี้ ( 23 ต.ค.59)  จนได้ข้อมูลว่ามีแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มกว่า 100 คน  แต่ละกลุ่มจะมีทีมงานชุดละ 10-20 คน ได้กระจายกันปล่อยเงินกู้อยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายทุนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ใช้เงินหมุนเวียน 10-20 ล้านบาท  มีการแบ่งสายงานกันทำแบบระบบบริษัท  มีระดับหัวหน้าสายงาน ผู้ควบคุมตรวจสอบชุดปฏิบัติงาน หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งแต่ละคนที่เป็นระดับหัวหน้าตามสายงานจะมีเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 -100,000 บาท และแต่ละกลุ่มจะต้องจ่ายส่วยให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยจึงจะสามารถปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ได้  โดยจะนัดจ่ายส่วยกันทุกวันที่ 3 ของเดือน
         

ทั้งนี้แก๊งปล่อยเงินกู้ทั้งหมดยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันปล่อยเงินกู้นอกระบบจริงในอัตราร้อยละ 30 บาท  แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามทำร้ายลูกหนี้ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
         

พล.ต.อุดมวิทย์ กล่าวว่าหลังสอบปากคำจะใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ควบคุมตัวไว้ที่ มทบ.44 เพื่อขยายผลในเชิงลึก  เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดก็จะส่งต่อให้ทาง คสช.ส่วนกลางดำเนินการกับตัวการใหญ่ที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพฯ ต่อไป  ส่วนแก๊งเงินกู้ทั้งหมดหลังรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเสร็จแล้วก็จะนำตัวไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับแจ้งผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดเข้ามารับทราบข้อมูลและปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้มีการกวดขันปราบปรามจับกุมให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและคสช. ส่วนบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีผลประโยชน์ก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและเรียกตัวมาสอบสวนหากเกี่ยวข้องจริงก็ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด