งามใส้อีกแล้ว!! พบจนท.รัฐฯกว่า 1000 รายเอี่ยวแก๊งเงินกู้นอกระบบทวงหนี้โหด หลังดีเอสไอสนธิกำลังบุกทลายรายใหญ่

งามใส้อีกแล้ว!! พบจนท.รัฐฯกว่า 1000 รายเอี่ยวแก๊งเงินกู้นอกระบบทวงหนี้โหด หลังดีเอสไอสนธิกำลังบุกทลายรายใหญ่

Publish 2016-12-23 14:32:05


วันนี้ ( 23 ธ.ค.)  ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้กำกับดูแล  ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมพิเศษ และ ผู้แทนจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 3, 4, 5, 9 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ร่วมกันแถลงข่าว  การบุกค้นจับกุมกลุ่มขบวนการปล่อยหนี้นอกระบบ หรือแก๊งหมวกกันน๊อค รายใหญ๋ที่สุดในประเทศ  มีเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการการกระทำความผิดมากกว่า 2,000 ราย และมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้ประมาณ 170,000 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดกว่า 150 ล้านบาท
         

พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า  การจู่โจมตรวจค้นเป้าหมายสถานที่และการเข้าจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 26 จุด ทั้งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จ.เชียงใหม่ จ.สงขลา และ จ.ขอนแก่น สามารถยึดทรัพย์ที่ได้มาหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่ รถยนต์ จำนวน 26 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 86 คัน ตู้นิรภัย จำนวน 14 ตู้ ธนบัตรไทยและเงินสกุลต่างประเทศ คอมพิวเตอร์อุปกรณ์การสื่อสารและของมีค่าจำนวนหลายรายการ เช่น ทองรูปพรรณสร้อยคอ แหวนเพชร และพระเครื่องนอกจากนี้ได้ดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝากจำนวน 28 เล่ม อาวุธปืนจำนวน 4 กระบอกและลูกกระสุนปืน จำนวน 309 นัด โฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 5 แปลง รวมทั้งสิ้นมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท
         

โดยเจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวิชัย ปั้นงาม และ นายไชยวุฒิ วิวัฒนอารีกุล ก่อนสามารถจับกุม นายไชยวุฒิ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านไอที ดูแลระบบการจัดเก็บเงินกู้ที่เชื่อมโยงทั้งส่วนกลางและภูมิภาค

 


         

พ.ต.อ.ดุษฎี  ว่า จากการจับกุมผู้ต้องรายนี้เชื่อว่าจะสามารถสอบขยายผลไปยังตัวการสำคัญอีกหลายราย  ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายวิชัย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระดับบนสุดของเครือข่ายได้เดินทางไปเที่ยวกับครอบครัวยังต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะเตรียมขยายผลติดตามตัวและดำเนินการออกหมายจับไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ กว่า 1,000 หมายจับ และส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.อุทัยธานี เพราะมีรถยนต์กว่า 100 คัน รถจักรยานยนต์อีก 1,600 คัน ป้ายทะเบียนมาจาก จ.อุทัยธานี เบื้องต้น ทางการข่าวตรวจสอบพบว่าขยายการดังกล่าวได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2554  มีเครือข่ายสาขาย่อย 86 สาขาทั่วประเทศ และมีเงินหมุนเวียนในเครือข่าย กว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. ดำเนินการวางมาตรการกดดันกลุ่มผู้ต้องหา และเยียวยากลุ่มลูกหนี้       



 

"สำหรับขบวนการปล่อยหนี้นอกระบบดังกล่าวจะเก็บเรียกเก็บ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อ 25 วัน หากคิดเป็นระยะเวลา 1 ปีเท่ากับ 300 เปอร์เซ็นต์  ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถออกจากวงจรดังกล่าวได้  และหากมีร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดก็จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง  ซึ่งได้ตรวจสอบพบว่ามีกว่า 1,000 คนร่วมในการกระทำผิดครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหนี้นอกระบบอีกหลายคดี" พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

 


         

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ ได้มีมติในที่ประชุมครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 31 ส.ค.59 เห็นชอบให้กรณีขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เป็นคดีพิเศษที่ 99/2559 ซึ่งกลุ่มขบวนการดังกล่าวมีลักษณะการกระทำความผิดโดยจัดตั้งบริษัทบังหน้ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จ.ปทุมธานีและสาขาทั่วประเทศมากกว่า 86 สาขามีเครือข่ายผู้กระทำความผิดมากกว่า 2,000 ราย และมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้กว่า 170,000 รายปรากฏเงินหมุนเวียนในระบบมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท


 

ทางด้าน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า คดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งได้ร่วมบูรณาการหลายฝ่ายจึงสามารถจับกุมได้  จากการติดตามมากว่า 2 ปี ทั้งจากทางการข่าว และการใช้กฎหมายพิเศษของดีเอสไอในการหาข้อมูล  ซึ่งพบว่าเป็นรายใหญ่ของประเทศ มีการปกปิด แอบเปิดบริษัทย่อย และปิดเพื่อพรางตา โดยมีองค์กรต่างๆ ในการสนับสนุน ทั้งกลุ่มไอที กฎหมาย และผู้มีอิทธิพล 

 


คดีนี้จะดำเนินการภาพรวมทั้งหมดเพื่อบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด โดยหวังว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้เสียหายหรือลูกหนี้แจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดีเอสไอจะได้นำข้อมูลมาเชื่อมโยงเอาผิดได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขอเตือนไปยังผู้ที่ได้รับฝากทรัพย์จากเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่รับฝากทรัพย์ไว้ในชื่อของตัวเอง คาดว่ายังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมาก ควรแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวน เพราะดีเอสไอจะยึดและอายัดทรัพย์ทั้งหมด

 

 


วิทย์ณเมธา สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน