ดุษฎี เผยประชุมเคาะตามรวบทีมทวงหนี้(หมวกกันน็อค) 4 พันนายพรุ่งนี้ ก่อนเหยื่อแก๊งปล่อยเงินกู้ถูกรังแก

"ดุษฎี" เผยประชุมเคาะตามรวบทีมทวงหนี้(หมวกกันน็อค) 4 พันนายพรุ่งนี้ ก่อนเหยื่อแก๊งปล่อยเงินกู้ถูกรังแก

Publish 2016-12-28 17:17:25

 

วันนี้ ( 28 ธ.ค.)    ที่กระทรวงยุติธรรม   พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงกรณีที่ นายวิชัย ปั้นงาม นายทุนเงินกู้นอกระบบรายใหญ่  ส่งทนายยื่นหนังสือ ขอเลื่อนวันเข้ามอบตัวจากวันที่ 28 ธ.ค. นี้ ไปเป็นช่วงหลังปีใหม่ 2560 โดยอ้างว่าติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน ว่า  ไม่รู้สาเหตุที่ต้องเลื่อนมอบตัวออกไปว่าเพราะอะไร แต่จากการวิเคราะห์ตนและทีมพนักงานสอบสวนมั่นใจว่าต้องมีคนที่อยู่เหนือกว่านายวิชัย  เนื่องจากกลัวว่าถ้ามอบตัวแล้วจะมีการสอบสวนเพื่อโยงไปถึงตัวบุคคลเหล่านั้น

" เป็นการดีเพราะระหว่างที่เราติดต่อกับนายวิชัย และติดตามดูการเคลื่อนไหวของเขา  ก็จะทำให้รู้ว่ามีผู้ใหญ่คนไหนที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ  ซึ่งขณะนี้มีหลักฐานคนระดับเหนือกว่านายวิชัย  ส่วนเรื่องที่นายวิชัย อาจจะถูกอุ้มตัวเพื่อตัดตอนนั้น  คงต้องไปถามนายวิชัยเอง แต่คิดว่านายวิชัย มีคนรักเยอะ คงไม่มีใครคิดที่จะอุ้มหรอก" พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า  คนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีความผิดอั้งยี่  ตามหลักฐานในเซิฟเวอร์ว่าใครมีตำแหน่งอะไร  แต่กลุ่มคนที่สำคัญ คือกลุ่มที่ฟอกเงินซึ่งมีการติดตามเส้นทางการเงินมาก่อนหน้าวันที่ 19 ธ.ค. ที่จะเข้าตรวจค้นบ้านนายวิชัย และเครือข่าย  โดยมีข้อมูลย้อนไปถึงปี 2554  ซึ่งจะโยงไปถึงตัวบุคคลอีกวงหนึ่ง และจะทำให้เห็นว่าเขาเอาเงินมาจากไหน  และเอาเงินไปให้ใคร  ทำให้ใครเห็นว่าใครใหญ่กว่าใคร  จึงได้กำชับอธิบดีดีเอสไอให้รีบรับคดีฟอกเงินโดยเร็วที่สุด  เพราะทรัพย์สินที่บุคคลอื่นถือแทนนั้น เป็นความผิดด้วยและจะได้มีอำนาจหน้าที่เข้าไปตรวจยึดได้

 



 

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า  ตอนนี้เราทราบว่านายวิชัย  มีธุรกิจอีกตัวหนึ่งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา  คือธุรกิจลิสซิ่ง  ซึ่งคล้ายๆ ที่ทำอยู่ในประเทศไทย  ส่วนกรณีทำธุรกิจลิสซิ่งของนายวิชัย  อาจจะนำรถของลูกหนี้เงินกู้ในประเทศไทยไปทำธุรกิจที่กัมพูชาหรือไม่นั้น  ก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้  เพราะว่ารถจักรยานยนต์บ้านเราราคาถูกกว่ากัมพูชา ซึ่งทำให้เห็นว่านอกจากจะเป็นการเอาเปรียบคนในประเทศแล้ว ยังไปเอาเปรียบคนในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

รายงานล่าสุด  พบว่านายวิชัย ยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งตามกำหนดเดิมจะเดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. 2560 แต่ตอนนี้ทำเป็นเปิดโอเพ่น (open)  ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวิชัย ได้ขอทำวีซ่านักท่องเที่ยว  ซึ่งมีระยะเวลาอยู่ได้ 15 วัน  และจะหมดอายุประมาณวันที่ 3 ม.ค.  ซึ่งหากจะอยู่ประเทศญี่ปุ่นต่อหรือเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องดำเนินการทำเรื่องให้ถูกต้อง  ดังนั้น จะสามารถตรวจสอบและรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ จากญี่ปุ่นได้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่มีหลักใหญ่ 2 เรื่อง คือ 1.ต้องพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการรังแกประชาชนที่เป็นเหยื่อแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ  จึงได้สั่งการให้อธิบดีดีเอสไอ  บังคับใช้กฏหมายตามไปจับกุมตัวระดับกลางลงมาจนถึงกลุ่มหมวกกันน๊อคของขบวนการนี้จำนวน 4,000 คน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกหมวกกันน๊อค (คนติดตามทวงหนี้) ไปรังแกลูกหนี้ที่เป็นเหยื่อกว่า 200,000 ราย ให้ได้รับความปลอดภัยในช่วงเวลาที่ระดับหัวเครือข่ายไม่อยู่   โดยดีเอสไอจะประชุมในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) ซึ่งมีหน่วยงานบังคับใช้กฏหมายที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน ซึ่งจะได้รายชื่อเครือข่ายและรายชื่อของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

 


 

2.ส่วนขั้นตอนการดำเนินการระหว่างนี้คือ  ติดตามหาทรัพย์สินของเครือข่ายนี้และเส้นทางข้อมูลฟอกเงินเพื่อนำมารวมในสำนวนคดีฟอกเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันการขยายตัวไปยังอิทธิพลอื่น  ซึ่งประชาชนและผู้หวังดีจากหลายหน่วยงานเป็นจำนวนมากได้แจ้งข้อมูลมา  ขณะนี้ทรัพย์สินที่ยึดได้จากการเข้าตรวจค้นยังอยู่ระหว่างประเมินมูลค่า และยังมีตู้เซฟอีกหลายตู้ที่ยังเปิดไม่หมด  รวมทั้งที่ดินในหลายต่างจังหวัดอีกหลายแห่ง และหุ้น ฯลฯ  ซึ่งต้องตรวจสอบและยึดเพิ่มเติมหลังจากนี้มีอีกจำนวนมาก โดยหากพบใครถือครองทรัพย์สินดังกล่าวก็จะต้องติดร่างแหรับโทษความผิดด้วยทุกคน  ซึ่งมีข้อมูลอยู่แล้ว    ส่วนการติดตามทรัพย์สินคาดว่าจะสามารถติดตามทรัพย์สินได้เกือบทั้งหมด เพราะการทำธุรกรรมที่จดทะเบียนกับเจ้าพนักงานจะไม่ได้เตรียมตัวโยกย้ายและไม่สามารถโยกย้าย แม้ว่าตอนนี้ถ้าจะโอนไปให้ใครก็จะมีความผิดเรื่องการฟอกเงินทั้งสิ้น ซึ่งต้องตามยึดคืนมาให้ได้ทั้งหมดและใครรับโอนต้องมีความผิดติดคุก

เมื่อถามเรื่องความคืบหน้าการตรวจสอบกรณที่มีรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเครือข่ายนี้ 1,000 ราย    พ.ต.อ.ดุษฎี  กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับการรายงานทางวาจาว่าคัดกรองรายชื่อ 165 ราย เรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ทุกคนคงรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเกี่ยวข้อง  ส่วนรายชื่อที่เหลือในจำนวนพันรายกำลังจะส่งตามมาอีก เนื่องจากขณะเข้าตรวจค้นมีหลายหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย

 


วิทย์ณเมธา    สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน