น้ำตาท่วมรายการ!!! "แคนดี้" ปล่อยโฮกราบขอโทษ "แม่บานเย็น รากแก่น" หลังน้อยใจคิดว่าแม่ไม่รัก แถมถูกตราหน้ามารวัฒนธรรม!!?

น้ำตาท่วมรายการ!!! "แคนดี้" ปล่อยโฮกราบขอโทษ "แม่บานเย็น รากแก่น" หลังน้อยใจคิดว่าแม่ไม่รัก แถมถูกตราหน้ามารวัฒนธรรม!!?

Publish 2018-06-07 00:53:28


เป็นที่จับตามองของหลายคนก็ว่าได้ สำหรับ แคนดี้ รากแก่น ทายาทราชินีหมอลำ บานเย็น รากแก่น ถึงประเด็นเมื่อตอนแม่ขึ้นรับรางวัลศิลปินแห่งชาติ แต่กลับมีภาพหลุดลูกสาวว่อนเน็ต ทำให้คนในสังคมตราหน้าแรงว่าเป็นมารวัฒนธรรม ล่าสุด แคนดี้ รากแก่น ควงคุณแม่บานเย็น รากแก่น เคลียร์ประเด็นแรงในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี หนิง ปณิตา และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร พร้อมเปิดหมดเปลือกถึงชีวิตที่แยกทางกันของพ่อและแม่จนทำให้เกือบทำในสิ่งที่ผิดเพื่อหาเงินยังชีพตัวเองและน้อง ๆ

 

 

ตอนเด็ก ๆ ไม่ได้อยู่กับคุณแม่ ? 

         แคนดี้ : คุณพ่อ คุณแม่ แยกทางกันตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ประมาณ 3-4 ขวบ อยู่กับทางฝั่งคุณพ่อ คุณอา อยู่กัน 3 คนพี่น้องเลยค่ะ คุณพ่อ คุณอา เลี้ยงจนถึงก่อนไปออสเตรเลียประมาณอายุ  14 เพิ่งมาได้ติดต่อคุณแม่ตอนหลัง ๆ 
รู้สึกไม่อบอุ่นมั้ย ที่ต้องแยกกันอยู่กับแม่ ? 

         แคนดี้ : เด็ก ๆ ไม่รู้สึกค่ะ เราไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าต้องมี เราเด็กเกินกว่าจะรับรู้ว่าพ่อแม่เราแยกทางกัน เพราะนาน ๆ ทีพ่อมาหาที แม่มาหาที เราก็รู้สึกว่าเค้าเติมเต็มเราได้ ตอนที่อยู่บ้านกับคุณพ่อ พ่อก็ไม่ได้อยู่ด้วย อยู่กับคุณย่า คุณอา เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีแค่พ่อหรือแม่ พอเค้ามาก็ดีใจ 

ช่วงที่คุณแม่ไม่ได้ดูแลลูก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่างานยุ่งด้วย ? 

         แคนดี้ : กำลังดังเลยค่ะ ดังโดยที่ไม่รู้ว่าคุณแม่ดัง ไม่รู้ว่าคุณแม่เป็นศิลปิน 

         บานเย็น : ก็มีงานคอนเสิร์ตตลอดเลย ช่วงแต่งงานก็หยุดไป แล้วก็ท้อง แล้วก็เลี้ยงลูกตลอด แต่ละคนห่างกัน 2 ปี 
 



แสดงว่าตอนนั้นประชาชนรับรู้ว่าบานเย็นแต่งงานมีลูก ?

         บานเย็น : ตอนนั้นคนเค้าก็รับรู้ว่าเราแต่งงาน พอแต่งงานก็ประกาศเลิก หยุดเลย มาเข้าวงการอีกทีคือตอนเลิกกับพ่อเค้า ลูกก็อยู่กับทางพ่อ เค้าก็ไม่รู้ว่าแม่เป็นใคร

         แคนดี้ : เด็ก ๆ ก็มีคนมาทัก เพราะเราใช้นามสกุล รากแก่น เค้าก็ถามว่าเราเป็นอะไรกับบานเย็น เราก็บอกว่าไม่รู้จัก เรารู้จักแต่ว่าแม่เราชื่อนิตยา แม่เคยไปงานที่โรงเรียนเรา เราก็งงเหมือนกันว่าทำไมมีคนมามุงแม่เราเยอะขนาดนี้ 

ตอนที่เลิกกับคุณพ่อ ทำไมถึงไม่เลี้ยงลูกเอง ?

         บานเย็น : จริง ๆ ก็จะเลี้ยงเองนะ แต่เราอยู่ในวงการ ก็ไม่ได้อยากเอาไว้กับคุณพ่อหรอก แต่คุณย่าเค้ารักหลานมากแล้วดูแลดีกว่าเราอีก กะว่าให้อยู่กับเค้าสักปี สองปีก่อนค่อยมารับ เราก็ไปต่างประเทศบ่อยด้วย ไม่รู้จะฝากใครไว้ ตอนไปทำงานที่อเมริกาที่ใกล้ที่พักเรา เราได้ยินเสียงเด็กแถวนั้นร้อง เราก็คิดถึงลูกของเราเหมือนกัน เราก็มีนั่งร้องไห้นะ 

 

 

แคนดี้เคยรู้สึกน้อยใจมั้ยว่าที่แม่ไม่อยู่กับเรา เพราะเค้าไม่รักเรา ? 


  แคนดี้ :  ตอนเด็กไม่คิด มาคิดตอนโต ตอนโตเราเจอกันครั้งเดียวตอนที่มางานที่โรงเรียนหลังจากนั้นก็แยกกันอยู่ดี จนกระทั่งไปเมืองนอกตอนอายุ  14 ตอนนั้นถึงมาเริ่มคิด เพราะเราเริ่มโตเราคิดว่าทำไมชีวิตเราเป็นแบบนี้ เพราะตอนเราอยู่กับคุณย่า คุณอา ทุกอย่างจะอบอุ่น วันนึงพ่อพาเราไปอยู่เมืองนอกแล้วเจอวิกฤติของคุณพ่อ เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันพัง สุดท้ายพอมีปัญหาจริง ๆ เราก็พยายามติดต่อคุณแม่ โดยการโทร. ไปหาคุณน้า น้าบอกว่าแม่อยู่อเมริกา เราเลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันจบแล้ว ปรากฎว่าวันนั้นแม่โทร. มาหา เราก็เลยได้คุยกับแม่ เราก็เลยบอกแม่ว่าตอนนี้เราแย่ คือพ่อก็คงไม่ตั้งใจที่จะทำให้ชีวิตแย่ เค้าบังเอิญเจอวิกฤติชีวิตพอดี เราเลยบอกแม่ว่าเราต้องการเงิน แม่ก็เลยบอกว่าได้เดี๋ยวส่งมาให้ เราเลยรู้สึกว่าชีวิตเราไม่พังแล้ว เรามีแม่

         บานเย็น : จริง ๆ เราก็อยากจะติดต่อลูกตลอดเวลานะ แต่ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้จะติดต่อยังไง พ่อเค้าบอกว่าจะเอาลูกไป พอไปแล้วก็ติดต่อไม่ได้เลย เมื่อก่อนติดต่อผ่านคนนั้น คนนี้ตลอดเวลา

ตอนนั้นที่ชีวิตบอกว่าพัง พังขนาดไหน

         แคนดี้ : เราไปอยู่ที่โน่น เด็ก 3 คนอยู่ด้วยกัน ไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน ไม่มีเงินทำอะไรเลย มันก็มีคนมาชวนเราทำอะไรเพื่อให้ได้เงินในทางที่ผิด ถ้าเราไม่ไปทำ เราก็ไม่ได้เงิน แต่ถ้าแม่ไม่โทร. มาวันนั้น เราต้องไปทำสิ่งนั้นละ เพราะเราไม่มีจะกิน

 




         บานเย็น : นี่แม่ไม่รู้เรื่องเลยนะ หลังจากวันนั้นมาแม่ส่งเงินให้ตลอด รับผิดชอบเลยเราตั้งใจอยู่แล้ว 

คิดว่าเป็นเพราะความดังมั้ย ที่มาทำลายชีวิตครอบครัวเรา ? 


บานเย็น : ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะความดัง ตอนตกลงกับพ่อเค้าตอนแรกมันก็โอเค 

         แคนดี้ : มันก็น่าจะดีถ้าคุณพ่อไม่ได้เจอวิกฤติซะก่อน คุณแม่ก็ส่งเสียมาตลอด จนกระทั่งวันนึงคุณแม่บอกว่าส่งไม่ไหวแล้ว 3 คน 1 ใน 3 ต้องกลับมาไทย แคนดี้นอนจมน้ำตาเลยนะ เพราะแคนดี้ต้องเป็นคนที่กลับมาไทย แล้วแคนดี้เป็นคนไม่เคยอยู่กับแม่เลย เราก็คิดว่าเราจะใช้ชีวิตยังไง 

 

 

วันที่คุณแม่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ แต่แคนดี้มีภาพหลุดออกมา มันคือยังไง ?

         แคนดี้ : มันคือสิ่งที่แม่เตือนเรามาตลอดว่า หากอยากจะเข้ามาอยู่ในวงการ เพราะจากที่เรากลับมาจากเมืองนอกแล้วมีคนบอกว่าเราจะมาเป็นตัวแทนคุณแม่ เรารู้สึกกดดันเพราะคุณแม่ทำภาพไว้สวยมาก เราเลยตั้งกำแพงไว้เลยว่าไม่เข้าวงการเลย

แล้วกับคำที่มีคนด่าว่าเราเป็นมารวัฒนธรรมล่ะ ?

         แคนดี้ : นั่นคือสิ่งที่แม่กรอกหูเรามาตลอดว่าอยู่ในวงการเราต้องดีนะ ต้องทำตัวให้ดี นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่อยากให้เราเข้ามาอยู่ในวงการ เพราะเราเป็นคนไม่ระวังตัวไม่ว่าจะคำพูดหรือการแต่งตัว แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ มันเกิดขึ้นเพราะเราเข้ามาอยู่ในวงการ มันมีภาพหลุดซึ่งมันเป็นภาพที่ส่งไปในกรุ๊ปไลน์เพื่อน ถามว่ารูปมันรุนแรงไม่ เราว่าไม่รุนแรง แต่เพราะเราเป็นลูกแม่ แล้วมันเกิดขึ้นในวันที่แม่รับศิลปินแห่งชาติ

         บานเย็น : ก็เสียใจ เราก็สอนลูกมาตลอดว่าให้คิดดี ทำดี แคนดี้เค้าเป็นคนโผงผาง มั่นใจตัวเองสูง แล้วก็พลาด เราก็พูดว่าต่อไปให้เค้าระมัดระวัง 

 

 

มีสิ่งไหนที่อยากจะบอกแม่บ้าง ?

         แคนดี้ : ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน เวลาจะพูดอะไรกับคุณแม่นี่ยากมาก เพราะเรารู้สึกมาตลอดว่าคุณแม่ชอบจับผิดเรา จริง ๆ มันคือความเป็นห่วง เลยอยากจะบอกว่าคำพูดนี้ทุกคนพูดว่าแต่ทำไมแคนดี้พูดไม่ได้ (ร้องไห้) อยากจะบอกว่าขอโทษในสิ่งที่ผ่านมา เพราะเราไม่เคยอยู่กับแม่ พอวันนึงต้องมาอยู่กับแม่ เราเลยรู้สึกว่าแม่จับผิดเราตลอด อยากจะบอกว่าถึงเราจะดื้อด้วยคำพูด การกระทำ แต่เราทำตามตลอด 

 

 

 

 

ขอบคุณ  รายการคุยแซ่บ Show ช่อง ONE HD


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม