สหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออีกรอบ ในขณะที่เกาหลีเหนือ – เกาหลีใต้ กำลังชื่นมื่นในงานโอลิมปิกฤดูหนาว

Publish 2018-02-26 04:55:51

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อที่ประชุมสหภาพอนุรักษ์นิยมอเมริกัน ( ซีแพค ) ในรัฐแมริแลนด์ ของสหรัฐฯ ว่าสหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้เกาหลีเหนือยอมยุติโครงการนิวเคลียร์

 

 




ท่ามกลางวิกฤติของคาบสมุทรเกาหลี ที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่ากำลังจะนำไปสู่การใช้กำลังทหารระหว่างสหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ หลังจากนั้นสถานการณ์ค่อย ๆ คลี่คลายเนื่องจากทางเกาหลีใต้ ได้ทำการผูกสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีเหนือ จนกระทั่งมีการพูดคุยกันถึงการรวมชาติ ทั้งสองเข้าด้วยกันอีกครั้ง แต่ทว่าความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นนั้นสร้างความไม่พอใจให้สหรัฐฯ  ที่พยายามที่จะทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีนั้นระอุขึ้นมาอีกครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อที่ประชุมสหภาพอนุรักษ์นิยมอเมริกัน ( ซีแพค ) ในรัฐแมริแลนด์ ของสหรัฐฯ ว่าสหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้เกาหลีเหนือยอมยุติโครงการนิวเคลียร์ โดยอ้างด้วยว่ามาตรการครั้งนี้ยิ่งใหญ่และรุนแรงที่สุดพร้อมทั้งกล่าวเป็นนัยอีกว่า หากมาตรการคว่ำบาตรยังไม่ได้ผล สหรัฐฯจะดำเนินการขั้นต่อไป

 

 

 

ในขณะที่ทางด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศการขึ้นบัญชีดำนายจาง หยง หยวน สัญชาติไต้หวัน และบริษัทสองแห่งของนายจาง ซึ่งทำหน้าที่ประสานเรื่องการส่งออกถ่านหินของเกาหลีเหนือกับนายหน้าชาวเกาหลีเหนือรายหนึ่งซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ในรัสเซีย และความพยายามจัดทำข้อตกลงซื้อขายน้ำมันมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ   ระหว่างบริษัทของรัสเซียที่อยู่ในบัญชีดำของสหรัฐฯ กับผู้ประกอบการในเกาหลีเหนือ

 

 


นอกจากนั้นแล้วสหรัฐฯ ยังได้ห้ามพลเมืองสหรัฐฯ ทำธุรกรรมร่วมกับบริษัทชิปปิ้ง 19 แห่ง จากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และปานามา บริษัทชิปปิ้งสัญชาติเกาหลีเหนืออีก 16 แห่ง และการห้ามเรือบรรทุกสินค้า 28 ลำจอดเทียบท่า ในจำนวนนี้ 19 ลำเป็นเรือที่ติดธงชาติเกาหลีเหนือ

 

 

 

ขณะที่ทางด้านสำนักงานคณะผู้แทนถาวรของสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ยื่นหนังสือต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ให้มีการขึ้นบัญชีดำหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของเกาหลีเหนือ ซึ่งพัวพันกับกิจกรรมการเดินเรือผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม มติของยูเอ็นเอสซีว่าด้วยการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทั้ง 15 ประเทศ ที่รวมถึงจีนและรัสเซียอีกด้วย

 

 

ขณะที่ทางด้านเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือและใต้ร่วมมือร่วมใจกัน และโอลิมปิกประสบความสำเร็จด้วยดี แต่สหรัฐฯกลับคุกคามคาบสมุทรเกาหลีด้วยมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือก่อนพิธีปิดโอลิมปิก

 

 

 

 

 

 

 

 


ในขณะที่ทางด้านจีน ได้แสดงความไม่พอใจมาตรการลงโทษใหม่ของสหรัฐฯว่า เป็นการเล็งเป้าหมายฝ่ายเดียวที่บริษัทและคนจีน และบ่อนทำลายการร่วมมือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ซึ่งทางด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561  ว่ามาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อเกาหลีเหนือต้องเป็นไปตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เท่านั้น

 

 


มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่เป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียวจึงเป็นสิ่งที่จีนไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับการใช้อำนาจเพียงฝ่ายเดียวตามกฎหมายของตัวเอง ในการกดดันพลเมืองและหน่วยงานของจีนซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจทางกฎหมายของสหรัฐฯ จีนได้ดำเนินการตามขั้นตอนร้องเรียนต่อสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล