"สนธิญาน" ชี้ชัด !?!? แสดงจุดยืน สื่อถึงเวลาควรปฏิรูปแล้วหรือไม่? (มีคลิป)

Publish 2017-05-01 13:29:35

        เมื่อวันอาทิตย์ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่า ก่อนการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ..... ในวันที่ 1 พ.ค. จะหารือกับคณะกรรมาธิการฯ ให้เสนอตัดหลักการเกี่ยวกับการออกใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน รวมถึงบทลงโทษออกจากร่างกฎหมาย เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าอาจทำให้เกิดปัญหา และเป็นเรื่องหนึ่งที่สื่อมวลชนคัดค้าน

         ส่วนเรื่องการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ 15 คน โดยให้มีกรรมการที่มาจากภาครัฐโดยตำแหน่ง 2 คน พล.อ.อ.คณิตกล่าวว่า ยังคงยืนยันหลักการนี้ไว้ เพราะมองว่ายังมีความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การทำงานของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ

“ที่กังวลกันว่าจะเป็นการเปิดช่องให้รัฐเข้ามาแทรกแซงและขัดต่อความเป็นอิสระของสื่อมวลชนนั้น ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากการประชุมของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติต้องใช้มติที่ประชุม ซึ่งสัดส่วนของสื่อมวลชนก็มีมากกว่าสัดส่วนของภาครัฐอยู่แล้ว อีกทั้งผลการประชุมก็ต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบ พร้อมย้ำว่าการถอนหลักการเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก็ถือว่าเป็นการเจอกันครึ่งทางแล้ว” พล.อ.อ.คณิตกล่าว


          ขณะที่ทางด้าน คุณ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโดยมีความเห็นว่า 


๑.เห็นด้วย"จดทะเบียนสื่อ"เพราะ ต้องรู้ว่าใครมีอาชีพทำสื่อสารมวลชนและใครทำธุรกิจสื่อสารมวลชน ทุกวันนี้มี"สื่อปลอม"ทั้งในแง่ตัว"บุคคล"และในแง่"องค์กร" อย่างมากมาย เพราะมีทั้งตั้งขึ้นมาเพื่อ สนับสนุน"พรรคการเมือง" หรือ"องค์กรมวลชน"ที่สนับสนุนพรรคการเมืองโดยไม่เคยแยกถูกผิด!!!มีแต่พรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนหรือองค์กรที่ตัวเองสับสนุนเท่านั้นที่"ทำอะไรก็ถูก"ท่ีคนอื่นทำ"ผิดหมด"!!!! แล้วก็ทำการปลุกเร้ามอมเมาผู้คนด้วยข้อมูลข้างเดียวจนประเทศชาติเกิดความแตกแยกและเกิดปัญหาขึ้น!!!
หรือตั้งขึ้นมาเพื่อหาเงินอย่างเดียว!!!!
 

 ๒.ต้องมี"สภาวิชาชีพสื่อ"ที่มาจาก"การเลือกตั้ง"อย่างกว้างขวางจาก"สื่อที่ทำการจดทะเบียน"ทั้งตัว"บุคคล"และ"องค์กร" โดย"สภาวิชาชีพ"จะต้อง"ไม่มีภาครัฐ"เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเด็ดขาด!!!! เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าจะขอ"ตัวแทนสื่อ"เข้าไปอยู่ใน"คณะกรรมการ"ต่างๆของภาครัฐ"โดยตำแหน่ง"ด้วยเช่น "กตร."หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ  เพื่อปกป้องประชาชน  ก็ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันคือให้เกิดความโปร่งใสและเกิดการประสานงานที่ดีจะได้หรือไม่? ถ้าภาครัฐเห็นด้วยที่จะให้สื่อเข้าไปก็ไม่แปลกอะไรที่ภาครัฐจะเข้ามาใน"สภาวิชาชีพสื่อ"ได้

        ส่วนข้อเท็จจริงทาง"ด้านสื่อ"ที่ควรยอมรับคือ"ตัวแทนองค์กรสื่อ"หรือ"สภาวิชาชีพต่างๆในปัจจุบันนั้น ไม่ว่าจะเป็น"หนังสือพิมพ์" "วิทยุ"หรือ "โทรทัศน์"..."ไม่ได้เป็นตัวแทนของสื่อจริงๆ"...เป็นเพียงองค์กรของ"คนกลุ่มเดียว"ที่เคลื่อนไหวกันอยู่ในวงแคบๆ แทบจะนับตัวคนได้ แล้วใช้ฐานะดังกล่าวนั้นอวดเบ่ง วางก้าม คุยโต กับภาครัฐหน่วยงานราชการหรือกับบุคคลภายนอก!!!!
 
        แต่กับพวกตัวเอง"ไม่มีน้ำยา"ที่จะทำอะไรได้ ขนาดมี"สื่อทุจริต"ขี้โกง ศาลลงโทษพิพากษาแล้ว ยังได้แต่ชะเง้อคอมองทั้งตัวบุคคลที่ศาลพิพากษาและองค์กรที่ตัวบุคคลนั้นทำงานอยู่ก็"ไม่สามารถ"ไป "บังคับลงโทษ" อะไรได้  ต้องอาศัยมาตรการทางสังคมโน้น"คนทำผิด"และองค์กรดังกล่าวถึงยอมถอยไปบ้าง!!!

   ไม่ต้องนับกรณีอื่นๆอีกมากมายที่"องค์กรสื่อ"ในปัจจุบัน"ไม่มีน้ำยา"จะไปดำเนินการอะไรได้เพราะไม่มีบทลงโทษนั่นเอง

         ดังนั้น"การจดทะเบียน"จึงจำเป็นเพื่อจะทำให้ได้"มีสิทธิ์"ใน"การเลือกตั้ง"สภาวิชาชีพสื่อ!!!! ไม่ใช่ไปต่อต้าน"ไม่จดทะเบียน"แล้วก็มั่วๆกันอยู่ในแวดวงไม่กี่คน!!!
   
          เมื่อ"การเลือกตั้ง"เป็นไปอย่างกว้างขวาง มีการวางกฎระเบียบอย่างรัดกุม ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง"บริสุทธิ์ยุติธรรม"(ถ้าเลือกตั้งกันเองยังทำให้ยุติธรรมไม่ได้จะมาอวดอ้างถึงความวิเศษวิโสของอาชีพตนเองว่ามีจริยธรรมมีความรับผิดชอบเหนือกว่าอาชีพอื่นได้อย่างไร) ดังนั้น"บทลงโทษ"จึงต้องมี เพื่อให้"ยักษ์มีกระบอง"
   
๓.สื่อใน"นิวมีเดีย"วันนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและพลิกแพลงเป็นรูปแบบต่างๆ อย่างเหลือคณานับ จะต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดลึกซึ้งเพื่อจะต้องทำให้อยู่ในกรอบของ"กฎหมาย"และ"จริยธรรม" รวมทั้งจะต้องมีมาตรการ"ส่งเสริม"กระบวนการแห่งความรู้ให้กับ"ประชาชน"เพื่อจะทำให้เกิด"สื่อภาคประชาชน"อย่างกว้างขวาง เพื่อทำหน้าที่รายงานข่าวข้อเท็จจริงอันเกี่ยวข้องกับพื้นที่ ที่ตัวเองอยู่หรือวิชาชีพที่ตัวเองเกี่ยวข้องเพราะมีความเข้าใจเบื้องหน้าเบื้องหลังและความเป็นมา ของข่าวสาร นั้นๆอย่างลึกซึ้ง อย่างที่"สื่อโดยอาชีพ"ไม่สามารถทำได้!!!!!
 
         ดังนั้น พรบ.สื่อ ฯ ฉบับนี้จึงควรถอนออกมาเสียก่อนเพราะ"ผู้ที่ทำหน้าท่ีร่าง"ไม่เคยมีความเข้าใจเรื่องสื่อเลย ท่ีร่างขึ้นมาก็เพื่อ"เอาใจผู้ที่มีอำนาจรัฐ"อยู่ในขณะนี้เท่านั้น!!!!
 
         แต่ถอน!!!!ออกมาแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกหายไป ยังจะต้องผลักดันให้เกิด ร่าง พรบ.ฉบับใหม่ให้ได้ โดนมีกรอบเบื้องต้น ดังได้เสนอไปแล้ว
    เสนอให้ปฏิรูปคนอื่นเยอะแล้วสื่อก็ถึงเวลาปฏิรูปตัวเองเสียบ้าง!!!

     "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"
            ๓๐ เมษายน ๒๕๖๐




 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล