โอละพ่อ เพื่อนสนิทเผยแล้ว เหตุหนุ่มขายโจ๊กถูกกระหน่ำยิงดับ

โอละพ่อ เพื่อนสนิทเผยแล้ว เหตุ"หนุ่มขายโจ๊ก"ถูกกระหน่ำยิงดับ

Publish 2018-09-28 13:04:08


วันที่ 25 ก.ย. 61 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดเหตุ 2 คนร้ายขับขี่จักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ โดยคนซ้อนใช้ปืนกระหน่ำยิง นายอนุสรณ์ สนธิ อายุ 25 ปี ซึ่งเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ซึ่งกำลังช่วยครอบครัวขายโจ๊กกับต้มเลือดหมู จนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านค้าในซอยวัดมะขาม ม.2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

 

 

 

 



น้าของผู้ตาย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ประมาณ 04.00 น. พวกตนเตรียมตั้งร้านเพื่อจะขายของ ระหว่างกำลังเตรียมของสังเกตเห็นวัยรุ่น 2 คน ขับขี่และนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ขับมาชะลอที่บริเวณหน้าร้านโจ๊กก่อนขับออกไป จากนั้นจึงเห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านเพื่อจะเอาของมาไว้ และได้สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ของ 2 วัยรุ่นขับตามมา

จากนั้นได้ยินเสียงปืน 1 นัด พวกตนจึงพยายามหาที่หลบ ส่วนผู้ตายก็พยายามจะหาที่หลบเช่นกันและมีเสียงปืนไล่หลังก่อนหลานจะล้มลง ตอนนั้นสังเกตว่าหลานถูกยิงที่กลางหลัง คนร้ายได้ตามมายิงซ้ำอีกหลายนัด


“ตัวเอง ได้ยกมือไหว้ขอร้องว่า อย่ายิงซ้ำ ส่วนญาติอีกคนก็พยายามวิ่งข้ามถนนตะโกนว่าอย่ายิงๆ แต่คนร้ายยังยิงอีกหลายนัดจนหมดกระสุน ซึ่งคนร้ายตั้งใจจะยิงหลานอย่างเดียว โดยไม่มีการมาข่มขู่พวกตน ก่อนที่คนร้ายจะซ้อนท้ายจักรยานยนต์หลบหนี” น้าของผู้ตายกล่าว

 

 

 

ส่วนครอบครัวของผู้เสียชีวิต เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.61) ได้เดินทางมายังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อติดต่อขอรับศพนายอนุสรณ์ ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดมะขาม จ.ปทุมธานี

 

โดยแม่ของนักศึกษาที่เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้ตายเป็นลูกคนสุดท้อง เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ฯ สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีหน้า ช่วงนี้ว่างจึงมาช่วยขายโจ๊กกับต้มเลือดหมู ตั้งแต่ 04.00 น.โดยจะมีหน้าที่ไปซื้อของที่ตลาด

ในคืนเกิดเหตุลูกชายก็โทรศัพท์มาบอกว่าซื้อของเสร็จแล้วกำลังไปรับ ตนจึงเตรียมของในบ้านและมารออยู่หน้าบ้าน แต่รออยู่นานลูกก็ยังไม่มา จากนั้นญาติซึ่งเป็นป้าของลูกชายก็มาบอกว่าลูกชายตนถูกยิง ตนจึงรีบมาที่เกิดเหตุทันทีก่อนจะพบว่าเสียชีวิตแล้ว

ครอบครัวคาดว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางสถาบันการศึกษา เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 5-6 ปีก่อน ลูกชายเคยเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน แต่เรียนได้ปีครึ่ง ญาติก็ขอให้ลาออกเพราะเป็นห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัย เนื่องจากเพื่อนของลูกชายถูกประกบยิงเสียชีวิตในรถแท็กซี่ โชคดีที่ลูกชายของตนเองไม่เดินทางไปด้วย



 

 

 

และเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ได้กลับไปร่วมงานวันสถาปนาสถาบัน และวันดังกล่าวไม่ได้เกิดเหตุร้ายอะไร ทำให้มีคนร้ายติดตามหรือไม่ว่าเป็นหัวโจก เพราะพวกคนรู้จักมักเรียกลูกชายว่า "พี่ใหญ่สามทศวรรษ" ประกอบกับลูกเป็นคนตัวใหญ่ นอกจากนี้ในเฟซบุ๊คของลูกชายก็โพสต์เกี่ยวกับเรื่องการขายโจ๊กและระบุสถานที่อาจทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหว และก่อนหน้ามีแม่ค้าบริเวณนั้นเล่าให้ฟังว่ามีวัยรุ่นมาถามหาลูกชายด้วย

ขณะที่ในทางคดี พ.ต.อ. ธีระชัย เด็ดขาด ผกก.สภ.สวนพริกไทย ได้ตั้งไว้ 2-3 ประเด็น คือ ความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว, เรื่องความแค้นที่ผู้ตายเป็นผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ก่อนหน้านี้ และเรื่องสถาบันการศึกษาเพราะผู้ตายเคยเรียนอยู่ที่ช่างกลปทุมวัน ซึ่งพบว่าวันสถาปนาได้กลับไปร่วมงานด้วย

 

 

วันที่ 26 ก.ย. 61 ที่วัดมะขาม ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี น.ส.กานดา สนธิ พี่สาวของนายอนุสรณ์ สนธิ หรือนุ ผู้เสียชีวิต เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนและน้องชายสนิทกันมาก เพราะมีอะไรจะคุยกันทุกเรื่อง และน้องชายจะมาปรึกษาเรื่องการวางแผนอนาคต ว่าอยากทำงานมีเงิน เป็นหัวหน้าคน ส่วนเหตุผลที่น้องชายดร็อปเรียนที่ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพราะติดปัญหาเรื่องการเดินทาง จากเหตุการณ์ทางการเมือง  ก่อนหยุดเรียนและโอนเกรดมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเรียนต่อจนจบปริญญา

 

 

น.ส.กานดา เล่าว่า เท่าที่ทราบน้องชายไม่เคยมีปัญหากับใคร และเป็นคนมีเพื่อนเยอะ พอมารู้ว่าน้องถูกยิงเสียชีวิต รู้สึกทำใจไม่ได้ (น้ำตาคลอ) สุดท้ายอยากบอกน้องว่า อย่างน้อยพี่ก็รับรู้ว่า น้องพยายามมาก ครอบครัวภูมิใจที่น้องพยายามและทำให้ทุกคนรู้

 

 

วันที่ 28 ก.ย. 61 เวลา 09.00 น. นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี เพื่อนของหนุ่มขายโจ๊กที่โดนยิงเสียชีวิต เผยว่าตนรู้จักกับผู้ตายมาสิบกว่าปี ตั้งแต่เรียนที่เก่าจนมาเรียนที่ใหม่ เพราะผู้ตายเป็นรุ่นน้องจากโรงเรียนเก่า และมาเรียนที่ใหม่ด้วยกัน หลังจากผู้ตายย้ายจากเทคโนปทุมวันมาเรียนที่ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ก็ยังติดต่อกันอยู่ หลังจากผู้ตายย้ายที่เรียน ตนยังเรียนอยู่ที่เดิมคนเดียวเวลาตนกลับมาบ้าน ผู้ตายจะมาหาที่บ้านมานั่งคุยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ตอนเรียนด้วยกันผู้ตายนิสัยเหมือนตน ไปเรียนแล้วกลับบ้าน เวลาไปเที่ยวก็จะกลับบ้าน ไม่ได้ไปนอนค้างที่ไหน เพราะผู้ตายต้องกลับมาที่บ้าน มาหาแม่ไปรับแม่ บางครั้งเวลาผู้ตายไปรับแม่ ตนก็ไปรับด้วยช่วงที่เรียนอยู่เทคโนปทุมวัน

ตนกับผู้ตายไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร เพราะชั่วโมงเรียนน้อย เรียนเสร็จแล้วก็กลับบ้าน ถ้ามีเรื่องก็จะหนีหลีกเลี่ยงที่จะปะทะ ก่อนที่จะเข้ามาเรียนที่เทคโนปทุมวัน ตนได้ทำใจก่อนที่จะเข้ามาเรียนซึ่งมีวิธีการปกป้องหลบหลีกไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาท ช่วงที่ผู้ตายเรียนอยู่ก็ไม่ค่อยยุ่งกับใครหลังเลิกเรียนมีเวลาคุยกับเพื่อนแค่สักพักหนึ่ง จึงรีบกลับบ้านพร้อมกับตน เพราะใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง

ทั้งนี้สาเหตุที่ผู้ตายย้ายที่เรียน คือที่บ้านผู้ตายมีปัญหาเรื่องการเงิน เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากบ้านไปเทคโนปทุมวัน ต้องขึ้นรถหลายต่อประมาณ 400-500 บาท ต่อวัน ตนสงสัยว่าผู้ตายโดนยิง เพราะสาเหตุจากผู้ตายชี้เบาะแสแก๊งลักขโมยรถ เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยเล่าให้ตนฟังว่ารถโดนขโมย แล้วจะไปแจ้งความดำเนินคดี และผู้ตายก็ไปสืบหาคนร้ายที่ขโมยรถตนไป แล้วแจ้งตำรวจนำคนร้ายมาดำเนินคดีได้

 

 

ขอบคุณเนื้อหาจาก อีจัน // ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์