ตั้ม สมประสงค์ประกาศขอลาออกจากวงการ แจงชัดทุกคำพูด

"ตั้ม สมประสงค์"ประกาศขอลาออกจากวงการ แจงชัดทุกคำพูด

Publish 2018-10-03 12:15:15


ทำเอาแฟนคลับต่างตกใจไปตามๆ กัน เมื่อมีข่าวออกมาว่าอดีตนักร้องชื่อดังอย่าง ตั้ม-สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ ต้นตำรับเสียงเพลง ช่างไม่รู้เลย ได้ขอลาออกจากวงการบันเทิงถาวร

ตั้ม สมประสงค์ ได้เผยในงานแถลงข่าว บี มาย เกสท์ ดิ อัลไซเมอร์ คอมเมดี้ คอนเสิร์ต โดยเจ้าตัวได้ยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ซึ่งตนขอขึ้นคอนเสิร์ตนี้ส่งท้าย และจากนั้นจะขอออกจากวงการบันเทิง...

 

 



 

 

 

 

มีข่าวออกมาว่าเตรียมจะอำลาวงการแล้วจริงไหม ?
“พี่คิดว่าถึงเวลาของพี่แล้ว จริงๆ ก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้มานานแล้วนะครับ นานๆ จะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่สักที เราก็รับแต่คอนเสิร์ตใหญ่อย่างเดียวเลย ส่วนละคร ภาพยนตร์ก็นานมากแล้ว คือเราไม่ได้มีส่วนร่วมตรงนี้อยู่แล้วไงครับ ตอนหลังๆ ภาระการงานที่เชียงใหม่ค่อนข้างเยอะมาก มันไม่สะดวก และเหมือนจะเป็นภาระกับพวกน้องๆ เช่น งานนี้ตอนแรกพี่จะไม่มาอยู่แล้ว เราคิดว่าจะหายไปเฉยๆ ครับ แต่ก็คุยไปคุยมา ไหนๆ ก็ครั้งสุดท้ายเลยขอทำให้เต็มที่”

ตัดสินใจนานไหมที่จะออกจากวงการไปเลย ?
“ตัดสินใจมาแล้วครับ เป็นปีแล้ว เคยคุยกับเพื่อนๆ หลายคน และน้องๆ ที่ติดต่องานมา คือก่อนหน้านี้เราขอเวลานั่งดูเด็กที่มีฝีมือบ้างดีกว่า”

เพื่อนๆ หลายคนก็ยังไม่อยากให้ออก ซึ่งบางคนก็ไม่เชื่อเลย ?
“นี่คือเรื่องจริง ตัดสินใจแล้วคือไม่เลย ไม่เอาแล้ว”

นอกจากเรื่องงานแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้อยากออกจากวงการอีกไหม ?
“ไม่มีแล้วครับ เพราะพี่คิดว่าถึงเวลาแล้วนะ อีกอย่างพี่ก็อายุเยอะมากแล้ว ใกล้จะแซยิดมากแล้ว”

ใช้คำว่าอิ่มตัวแล้วได้ไหม ?
“ไม่อิ่มหรอกครับ มันเป็นเรื่องภาระหน้าที่จริงๆ เราไม่สามารถที่จะขึ้นๆ ลงๆ ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะพี่อยู่เชียงใหม่ถาวรอยู่แล้วครับ 3 ปีแล้ว”

หรือเพราะเราเบื่อการดำเนินชีวิตในเมืองหลวงแล้ว ?
“ใช่ จริงๆ ก็คือเบื่อกรุงเทพที่สุดเลย พี่นั่งเครื่องจากเชียงใหม่มา 1 ชั่วโมง พี่ต้องเดินทางเข้าบ้านอีก 3 ชั่วโมง พี่ไม่ชินแล้วอ่ะ ที่เชียงใหม่ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงเอง อีกอย่างพี่ก็ไม่ใช่คนสำคัญของวงการอยู่แล้ว”

ทำงานในวงการมากี่ปีแล้ว ?
“35 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 มันก็นานมากแล้ว หนูๆ ยังไม่เกิดกันเลยมั้ง”

มีแอบใจหายบ้างไหม ?
“เอ่อ... ใจหายไหม คือไม่นะครับ เพราะมันไม่ได้มีส่วนร่วมตรงนี้มานานมากแล้วไง มันเลยไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ แต่ตรงนู้นยิ่งอยู่ก็ยิ่งมีอะไรให้ทำเยอะแยะ สนุก ไว้มารอดูพี่ทำเมืองเชียงใหม่ให้สนุกสนานกว่านี้ดีกว่า”

แสดงว่าเรามีโปรเจกต์อะไรไว้แล้ว ?
“ครับ ใจของพี่คือหากไปอยู่เมืองไหนก็ต้องทำความเจริญให้เมืองนั้น ตอนนี้โปรเจกต์หลายๆ อันที่เข้ามาทิ้งไม่ได้แล้ว”

เป็นธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมหรือเปล่า ?
“ไม่ใช่โรงแรมครับ มีทั้งคอนโดมิเนียม สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดนัด เยอะแยะไปหมดเลย ออกแนวสถานที่ท่องเที่ยว มีหน่วยงานราชการและเอกชนที่เข้ามาร่วมด้วย เป็นโปรเจกต์ใหญ่เลยครับ รอฟังได้เลย หากทุกอย่างเบ็ดเสร็จเดี๋ยวจะแถลงให้ทราบ ตอนนี้เลยอยากจะโฟกัสตรงนั้นมากกว่า พี่อยากจะให้ตรงนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ไปเจอกันตรงนั้นดีกว่า”



 

 

 

ข่าวออกมาประจวบเหมาะกับคอนเสิร์ตพอดี หลายคนเลยคิดว่าเป็นการโปรโมทหรือเปล่า ?
“(หัวเราะ) ไม่ๆ พี่บอกกอล์ฟก่อนแล้วว่าจะไม่ขึ้นมาร้องด้วยซ้ำ แต่เขาก็ขอ พี่เลยประกาศซะเลย เพราะก็มีคนติดต่อมาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน จึงประกาศเลยว่าไม่ร้องแล้วอ่ะ เพราะเราไม่ได้เป็นคนสำคัญของวงการแล้วไง พี่จะอยู่ จะไป ก็ไม่มีความสำคัญอยู่แล้ว”

พูดแบบนี้ไม่ได้น้อยใจใช่ไหม ?
“ไม่ๆ ไม่เลย พี่ไม่เคยน้อยใจอะไรอยู่แล้วนะ จากสันดานพี่คืออะไรก็ได้ แต่พี่คิดว่าพี่อยู่ตรงนี้มานานมากแล้ว อยากจะทำอย่างอื่นแล้ว”

ถามถึงเรื่องของ โอ วรุฒ ได้มีการพูดคุยเรื่องกับ นีโน่ไหม ว่าจะดูแลครอบครัวของโอต่อไปอย่างไร ?
“คุยกันตลอดครับ จากงานของโอ เงินที่ผ่านบัญชีของโน่ ของผม แล้วก็ของน้องๆ ทุกคน รวบรวมได้ประมาณ 2 ล้านบาทนะครับ ตอนนี้ก็โอนให้กับคุณพ่อคุณแม่ไปแล้วบางส่วน แล้วก็จะมีงานทำบุญครบรอบ 50 วัน แล้วงาน 100 วัน วันที่ 23 ธันวาคม พระราชทานเพลิงศพ”

เรื่องพิพิธภัณฑ์คุยกันว่าอย่างไรบ้าง ?
“เรื่องพิพิธภัณฑ์ได้คุยกับกลุ่มน้องที่ทำงานในวงการ เขาก็อยากทำบ้านโอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นบ้านโกโบริ เหมือนกับบ้านของ เอลวิสเพรสลีย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อน ว่าไหวไหม เพราะท่านก็อายุมากแล้ว 85 แล้ว ตอนนี้ที่คุยกันคือเราเป็นห่วงว่าคุณพ่อคุณแม่จะดูแลไหวหรือเปล่า เพราะท่านอยู่กันสองคน ทั้งบ้านแก่หมดแล้ว อายุน้อยที่สุดน่าจะ 70 นะ แล้วพวกเราก็คงไม่สามารถที่จะไปดูแลได้ตลอดเวลา แต่ก็ได้ไปดูบ้าง แล้วเรื่องที่ไว้ร่างโอ เราก็แวะไปบ่อย เพราะเป็นสถานที่ที่เราไปบ่อยๆ อยู่แล้วครับ”

งานทำบุญครบรอบ 50 วัน ก็จะเป็นการรวมตัวเพื่อนๆ อีกครั้งหนึ่งใช่ไหม ?
“ใช่ๆ ทำบุญ 50 วัน ก็จะเลี้ยงพระ ทำบุญตามปกติของศาสนา แล้วก็ทำบุญ 100 วัน แล้วก็เผา พระราชทานเพลิงศพ”

 

 

 

 

Cr.Sanook News



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน