รอดคุก? ด่วนที่สุด!! ศาลให้ประกันตัว แม่เลี้ยง-พ่อใจเหี้ยม ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 14

รอดคุก? ด่วนที่สุด!! ศาลให้ประกันตัว แม่เลี้ยง-พ่อใจเหี้ยม ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 14

Publish 2018-10-18 15:50:52


จากกรณีที่แม่เลี้ยงร่วมกับพ่อแท้ๆ ทำร้ายลูกอายุ 14 ปี มานานหลายปี จนเด็กชายต้องหนีออกจากบ้าน ด้วยการปั่นจักรยานหนีไปหาแม่แท้ๆ ที่ จ.ระยอง โดยใช้เวลาปั่นจักรยานจากปทุมธานี 3 ชั่วโมง ไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้แม่มารับกลับไปอยู่ด้วย เหตุเกิดที่โครงการบ้านเอื้ออาทร ม.44 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 

 

 



ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง สามารถจับกุมทั้ง น.ส.นรินทร แม่เลี้ยง และ นายอัครเศรษฐ์พร ผู้เป็นพ่อโดยจับได้ที่บ้านญาติ ย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร และจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.คลองหลวง ได้นำตัว น.ส.นรินทร และนายอัครเศรษฐ์พร เข้าห้องขังโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอยู่

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเข้าไปที่ห้องขังนั้น ทางด้าน น.ส.นรินทร (แม่เลี้ยง) ได้วิ่งเข้ามาตบกล้องของผู้สื่อข่าวที่กำลังถ่ายวิดีโออยู่ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าทางนายอัครเศรษฐ์พร ของเด็กชายอายุ 14 ปี ยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนตีลูกเอง ไม่ได้เกี่ยวกับแม่เลี้ยงที่ตนทำไปนั้นเป็นการสั่งสอนเพียงเท่านั้น

 

 

 



เด็กชายที่ถูกทำร้าย เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลท่าโขลง 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และทางเพื่อนๆ บอกว่า เพื่อนที่ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายนั้นนิสัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และเพิ่งจะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เมื่อตอน ม. 2 ซึ่งแผลที่อยู่ตามตัวนั้นตนเห็นมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนใหม่ๆ แล้ว ซึ่งตนก็ได้ถามว่าไปโดนอะไรมา โดยเพื่อนบอกว่าจักรยานล้ม และไม่ได้บอกความจริงว่าถูกแม่เลี้ยงกับพ่อทำร้าย ตนจึงเพิ่งจะมาทราบตอนที่เป็นข่าวนี้เอง และก็รู้สึกสงสารเพื่อนที่ต้องมาถูกกระทำเช่นนี้

และได้มีการสัมภาษณ์นายสกล เกศตุสุวรรณ พี่ชายของน.ส.นรินทร เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ที่คอยส่งเสียค่าเรียน ดูแล ช่วยเหลือน้องสาวคนนี้มากว่า 15 ปี เนื่องจากน้องสาวสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก จึงอยู่ในโอวาทตนมาตลอด จึงรู้นิสัยใจคอกันมานาน ขอยืนยันว่าน้องสาวไม่มีพฤติกรรมรุนแรงตามที่เป็นข่าว ไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์ เชื่อมั่นว่าน้องสาวไม่มีทางทำร้ายลูกเลี้ยงคนนี้อย่างแน่นอน อีกทั้งตนไว้วางใจน้องสาวคนนี้มากเพราะเป็นคนดี ให้รถไว้ใช้ ฝากให้ดูแลลูกให้ตนด้วย หากว่าน้องไม่ใช่คนดีจริง หรือหากเป็นคนรุนแรงจริง คงไม่ให้มาอยู่กับลูกตัวเอง

ส่วนตัว มองว่า เด็กวัย 14 รักแม่เลี้ยง และตัวน้องสาวก็รักเด็กคนนี้ ยืนยันว่าไม่มีปมขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเด็กและแม่เลี้ยง เพียงแต่เคยรับรู้ว่า เด็กชาย 14 ปีคนนี้ ชอบโกหก ไม่มีความรับผิดชอบในตัวเอง ดูแลตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว ใช้ชีวิตร่าเริงแจ่มใสเป็นปกติ อีกทั้งที่ผ่านมาแม่เลี้ยงดูแลเด็กชายวัย 14 ปีเป็นอย่างดี มักไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง หรือแม้แต่คุณยายของแม่เลี้ยงเสียชีวิต เด็กชายวัย 14 ขวบ ก็ไปบวชหน้าไฟให้ จึงอยากให้ลองกลับมาคิดดูว่า หากมีปัญหากันจริงคงไม่ทำอะไรหลายอย่างร่วมกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2561 พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อภิชาติวรรณภักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีและชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง แจ้งข้อหาพ่อและแม่เลี้ยงของเด็กชาย 3 ข้อหาคือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร้างกาย และกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว

โดยต่อมามีญาติของทั้งสองเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตเพราะยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จจึงแจ้งให้ไปยื่นประกันตัวในชั้นศาล และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะใช้ทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งตัวพ่อและแม่เลี้ยงนั้นขณะนี้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ พ่อของเด็กสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่แม่เลี้ยงคือน.ส.นรินทรปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

 

ล่าสุดวันที่ 17 ต.ค. 2561 ได้มีการสัมภาษณ์นายสกล เกศตุสุวรรณ อีกครั้งโดยครั้งนี้นายสกลกล่าวว่าจะให้สัมภาษณ์กับสื่อเป็นครั้งสุดท้ายเนื่องจากต้นเริ่มถูกโจมตีแทนน้องสาวและทางทนายก็แนะนำว่าอย่าพูดอะไร ยืนยันว่าน้องสาวไม่ใช่คนโรคจิตไม่มีทางทำร้ายลูกเลี้ยงของตน น้องสาวรักลูกเลี้ยงมากเรื่องที่เด็กน้ำเหลืองไม่ดีน้องสาวก็พาไปรักษา ลองคิดดูว่าถ้าไม่รักจะพาไปรักษาทำไม น้องสาวของตนนั้นเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวนี้ ลูกเลี้ยงขาดค่าใช้จ่ายอะไรน้องสาวก็หามาให้ทำงานได้เงินเดือนมาก็เอาให้ครอบครัว 

ส่วนเรื่องที่พ่อและลูกเลี้ยงกลัวน้องสาวของตนนั้นเรียกว่าเกรงใจดีกว่าเพราะถ้าเป็นเรากับคนที่หาเลี้ยงเราทุกอย่างจะเกรงใจเขาหรือไม่ พร้อมทิ้งท้ายว่ารอยแผลเด็กจริงๆอาจจะเกิดตั้งแต่รุ่นปู่กับย่าของเด็กแล้วเพราะตนรู้มาว่าย่าของเด็กชอบตีเด็กเป็นประจำ

 

ทั้งนี้ได้มีประเด็นสงสัยอีกอย่างคือหลักฐานที่บอกว่าเด็กมักจะโพสต์เฟซบุ๊กบอกรักแม่เลี้ยงนั้น ทางเจ้าหน้าที่พม. กล่าวในรายการ “ต่างคนต่างคิด” ช่องอัมรินทร์ทีวี ว่าความจริงแล้วเด็กถูกปิดกั้นโลกโซเชียลอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งติดต่อแม่แท้ๆยังทำได้ไม่สะดวกดังนั้นเรื่องโพสต์รูปและคำบอกรักแม่เลี้ยงต่างๆนั้นน้องโพสต์เองจริงหรือไม่

 

 

 

ล่าสุดในวันนี้ (18/10/2561) ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ส่งตัว นางสาวนรินทร และ นาย อัครเศรษฐ์พร ที่ทำร้าย ด.ช.วัย 14 ปี ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีเป็นผลัดแรกนั้น

ทางศาลพิจารณาคดีให้อนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 2 คน โดยใช้หลักทรัพย์การประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ส่วนเด็กที่ถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ระยอง จะรับไปดูแลหลังจากพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง สอบปากคำเสร็จแล้ว
 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี