เวรกรรมตามทัน! หนุ่มแกร็บไบค์สิ้นคิด วิ่งราวร้านทองหาเงินใช้หนี้นอกระบบ สุดท้ายไม่รอด

เวรกรรมตามทัน! หนุ่มแกร็บไบค์สิ้นคิด วิ่งราวร้านทองหาเงินใช้หนี้นอกระบบ สุดท้ายไม่รอด

Publish 2018-11-13 13:17:48


วันที่ 13 พ.ย. 61 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น.ได้รับรายงานผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีน่าสนใจและสมควรเตือนภัยให้ประชาชนรับทราบจาก พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 กรณี พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน ผกก.สส.บก.น.7 พร้อม พ.ต.ท.นรินทร์ สุชาติ รอง ผกก.สส.บก.น.7 และ พ.ต.ท.ภูมินทร์ คิสาลัง สว.กก.สส.บก.น.7 นำกำลังจับกุมตัว นายภากร หรือแจม ดีระวนิช อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ซอยเพชรเกษม 20 แยก 10 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.
 



 

ตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชันเลขที่ จ.540/2561 ลงวันที่ 10 พ.ย.61 ข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ พร้อมของกลางรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ 1 คัน และรองเท้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุอีก 1 คู่ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ต.ดอนหว่าน อ.เมือง จ.มหาสารคาม การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ทองรูปพรรณไปจากร้านทองสยาม เลขที่ 65/4 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.โดยผู้ก่อเหตุเป็นคนร้ายเพศชาย อายุราว 25-30 ปี รูปร่างสันทัด ไว้ผมรองทรง สวมเสื้อยืดแขนยาวลายขวางสีขาวดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าข้างสีน้ำตาล ใช้หน้ากากอนามัยเกี่ยวหูรัดไว้บริเวณคาง ทำทีเข้าไปขอเลือกซื้อสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จากเจ้าของร้าน ระหว่างที่เจ้าของร้านนำสร้อยทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท จำนวน 3 เส้น มูลค่ารวม 60,000 บาท มาให้ดูปรากฏว่า คนร้ายได้รีบวิ่งราวสร้อยทั้ง 3 เส้น ออกจากร้านสตาร์ท รถ จยย.ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมช สีดำ ไม่ติดหมายเลขทะเบียน ที่จอดอยู่หน้าร้านขับหลบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียงแค่ประมาณ 1 นาที 

 

 

หลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งในร้านทองที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ปรากฏพบภาพคนร้าย ขับขี่ รถ จยย.คันดังกล่าวฝ่าสายฝนหลบหนีออกไปเพียงลำพังโดยสวมหมวกนิรภัยสีดำ หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุยังตรวจพบข้อมูล ว่า มีผู้ต้องสงสัยรูปพรรณสัณฐานและใช้ยานพาหนะลักษณะเดียวกันกับคนร้าย ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มลื่นไถลไปเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณีเป็นรถเก๋ง 1 คัน และ รถ จยย.อีก 1 คัน จนได้รับความเสียหาย โดยคู่กรณีทุกฝ่ายถูกเชิญตัวไปพบพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง และผู้ต้องสงสัยทราบภายหลังคือ นายภากร หรือแจม ดีระวนิช อายุ 29 ปี คนร้ายรายนี้ยินยอมชดใช้เงินให้เจ้าของรถคู่กรณีอีก 2 คัน เป็นค่าซ่อมรถเรียบร้อยแล้ว จึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สน.บางกอกใหญ่ ทำการออกหมายจับก่อนติดตามไปรวบตัวได้ที่บ้านภรรยา ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม

 

 



จากการสอบสวน นายภากร ยอมรับสารภาพว่า ไม่เคยถูกจับกุมในคดีใดมาก่อน ไม่เคยเสพยา และไม่ติดการพนัน หลังเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี ก็ออกมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ของโรงแรมหลายแห่ง กระทั่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเริ่มตกต่ำตนจึงถูกเลิกจ้างงาน ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไหนจะค่าใช้จ่ายรายวัน ค่าผ่อนรถกระบะรายเดือน แม้จะหันไปรับจ้างขี่แกร็บไบค์แล้วแต่ก็ไม่พอยังชีพ ถึงขนาดต้องหันไปกู้เงินนอกระบบ และต้องวางแผนวิ่งราวทรัพย์ร้านทองดังกล่าวเพื่อหาเงินไปใช้หนี้ ที่คงค้างอยู่ทั้งต้นและดอกราวๆ 5 หมื่นบาท แต่โชคไม่ดีระหว่างขับขี่ รถ จยย.หลบหนีออกจากจุดก่อเหตุได้ไม่ไกล ช่วงนั้นฝนดันตกถนนลื่น เป็นเหตุให้รถตนพลิกคว่ำไถลไปถูกรถคู่กรณี มีทั้งรถเก๋งและ รถ จยย.ได้รับความเสียหายเล็กน้อย รวม 2 คัน โดยที่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกปอกเปิกที่ขาข้างขวาไปทั้งแถบอีกด้วย

 

 


เเละเบื้องต้นชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดและการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม แก่ นายภากร ก่อนควบคุมตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกใหญ่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณิดา อักษรเพ็ชร