อนาคตใหม่ เละหลังโบ้ยคนปลอมตัวมาป่วน โดนอดีตผู้สมัครฯ ซัดเบี่ยงเบนเอาตัวรอดเช่นนี้ควรเป็นพรรคการเมืองอยู่หรือ?

"อนาคตใหม่" เละหลังโบ้ย"คนปลอมตัวมาป่วน" โดน"อดีตผู้สมัครฯ" ซัด"เบี่ยงเบนเอาตัวรอดเช่นนี้ควรเป็นพรรคการเมืองอยู่หรือ?"

Publish 2018-12-20 13:53:14


"อนาคตใหม่" เละหลังโบ้ย"คนปลอมตัวมาป่วน" โดนซัด"เบี่ยงเบนเอาตัวรอดเช่นนี้ควรเป็นพรรคการเมืองอยู่หรือ?"


ดูเหมือนปมขัดแย้งกรณีการทำ "ไพรมารีโหวต" อันถือเป็นบันไดขั้นแรกของการย่างก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยของ "พรรคอนาคตใหม่" ที่ป่าวประกาศว่า...พรรคตนคือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ และมีความเป็นประชาธิปไตยอยู่ทุกอณูของพรรคฯ จะประสบปัญหาไม่เลิกเสียแล้ว 


หลังสมาชิกพรรคฯ บางราย ทั้ง"นายอนุชา สิงหดี" สมาชิกพรรคฯ ผู้ประสงค์ลงสมัครไพรมารีโหวต จ.กาฬสินธุ์ เขต 4 และ "นายกฤษณ์ สุริยผล" ผู้ประสงค์ลงสมัครไพรมารีโหวตเขต 30 เขตบางพลัด บางกอกน้อย  ออกมาโพสต์ข้อความ"ร้องเรียนคณะกรรมการบริหารพรรคฯ" ต่อการหยั่งเสียงไพรมารีโหวตภายในพรรคฯ ถึงความโปร่งใสจากการที่สมาชิกบางราย ถูกตัดรายชื่อออกจากการเข้ารับการหยั่งเสียง โดยไม่ได้รับการชี้แจงใด ๆ เมื่อสัปดาก่อน

 

โดย "นายกฤษณ์" ถึงกับระบุว่า ผู้สมัครของพรรคหลายเขต ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการคัดสรรฯ เพราะมีการทุจริตให้พวกพ้องของตัวเองนำรายชื่อผู้สมัครที่แข่งขันด้วยออกจากการแข่งขันระบบไพรมารีอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบถูกนำรายชื่อออก ทั้งที่เดินหาสมาชิกในพื้นที่แต่สุดท้ายมาตัดชื่อตนออก และเอาคนของตัวเองเข้ามา ฯลฯ


 



ถ้อยคำของ "นายกฤษณ์" ยืนยันชัดเจนถึงความไม่ชอบมาพากลของเรื่องดังกล่าว ทั้งที่พรรคอนาคตใหม่พยายามสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า...พรรคตนมีความเป็นประชาธิปไตยอยู่สูง ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่สังคมรับทราบจากกรณีนี้ โดย "นายกฤษณ์" ถึงกับประกาศว่า พวกตนจะมีการปลดป้ายพรรค คืนบัตรสมาชิก คืนสิ่งของเกี่ยวกับอุปกรณ์หาเสียงให้พรรค และทำพิธีเผาทิ้ง พร้อมมอบขวดนม ผ้าอ้อมเด็กให้กับ "นายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรค ที่เป็นทารกทางการเมือง 


การออกมาเปิดโปงพรรคอนาคตใหม่ของกลุ่ม "นายกฤษณ์" ดูจะทำให้ทางพรรคฯ ร้อนตัวพอสมควรถึงกับต้องส่ง "นายอำนาจ สถาวรฤทธิ์" ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายการเมืองเข้าไปไกล่เกลี่ยเรื่องดังกล่าว แต่นั่นก็ดูจะไม่ได้ผลมากนัก เพราะผู้ถูกตัดชื่อหลายคนกลับรู้สึกผิดหวัง ที่พรรคไม่ให้ความสำคัญกับสมาชิก และจำเป็นต้องทบทวนการทำงานใหม่ทั้งพรรคฯ พร้อมทั้งยืนยันที่จะ...ลาออกจากพรรค


อย่างไรก็ตาม หลังการไกล่เกลี่ย ขณะที่กระแสปัญหาไพรมารี่โหวตกำลังแผ่วจางลงไป กลับเป็น "นายปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคฯ เสียเองที่เป็น "ผู้ราดน้ำมันลงบนกองฟืน" และทำให้เรื่องนี้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาพยายามโบ้ยไปทำนอง "เรื่องทั้งหมดเป็นการกระทำของคนไม่ชอบขี้หน้าพรรค แล้วปลอมตัวมาสมัครฯ เพื่อหวังป่วน" ทำนองว่า แต่เดิมกฎหมายพรรคการเมืองเดิมกำหนดให้มีการทำไพรมารีโหวต แต่หลังมีคำสั่ง คสช. ให้ระงับการทำไพรมารีโหวตไว้ก่อน แต่ทางพรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันที่จะสร้างระบบประชาธิปไตย และกระจายอำนาจภายในพรรคฯ

โดย "นายปิยบุตร" อ้างว่า แม้พรรคจะเปิดโอกาสให้คนที่มีแนวคิดเดียวกันเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก แต่ก็ยังมีจุดบกพร่อง โดยเขายืนยันว่า นั่นเป็นเหตุให้ คนที่ไม่ได้มีแนวคิดเดียวกันหรือเป็นคนที่ไม่ชอบพรรค แล้วแอบปลอมตัวเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อลงสมัครเป็น ส.ส. ของพรรค ฯลฯ


โดย "นายปิยบุตร" ยังอ้างด้วยว่า "หากในอนาคตผู้ที่ปลอมตัวมาได้รับการคัดเลือก แล้วมีอุดมการณ์ไม่เหมือนกับพรรคก็จะถือเป็นเรื่องที่ลำบากและสร้างปัญหาได้"

อย่างที่กล่าวถ้อยคำของนายปิยะบุตร เป็นดั่ง "การราดน้ำมันลงบนกองฟืน" และทำให้ความขัดแย้งเรื่องนี้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เพราะทันทีที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกไป...ก็มีเสียงตอบโต้มาทันความจาก...อดีตผู้สมัครฯ ที่ถูกตัดสิทธิ์ โดยเฉพาะ "นายกิติ์ดนัย ไชยนุรัตน์" จากเขต 7 จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ และเคยส่งจดหมายเปิดผนึกถึงแกนนำพรรคฯ ต่อกรณีนี้ และอยู่ในวันที่ "นายอำนาจ" ตัวแทนพรรคฯ เข้าไปไกล่เกลี่ยด้วยนั้น ถึงกับสวนออกมาตรง ๆ ว่า..."ใครเป็นผู้ปลอมตัว...และปลอมมาจากไหน พร้อมทั้งระบุว่า...พร้อมจะให้ทางพรรคฯ ตรวจสอบประวัติของตนได้ทุกเมื่อ"

 


 



เพื่อให้กรณีดังกล่าวกระจ่าง ทางสำนักข่าว Tnews จึงพูดคุยกับ "นายกิติ์ดนัย" ถึงเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันว่า "ตนของถามกลับเช่นเดิมว่า..."ใครเป็นผู้ปลอมตัว...และปลอมมาจากไหน เพราะตนเป็นชาวบ้านที่พร้อมจะพัฒนาคน พัฒนาเมืองให้เจริญ และไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหรือสังกัดกลุ่มก้อนทางการเมืองใด ๆ 


"นายกิติ์ดนัย" ระบุด้วยว่า ตนไม่ทราบจริง ๆ ทำไมผู้พูดจึง "เบี่ยงเบนประเด็น" ไปทางนั้น และขอถามกลับว่า...แกนนำพรรคเอาอะไรมาตัดสินว่า พวกตนที่ถูกตัดสิทธิ์ เป็นคู่ตรงข้ามทางการเมือง โดย "นายกิติ์ดนัย" สำทับว่า การที่ตนเป็นคนที่ต้องการรับทราบความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ เพราะมองว่าการเมืองเป็นเรื่องปากท้อง จึงไปฟังแนวคิดทั้ง นปช. และ กปปส. เพราะต้องการรับทราบว่า สิ่งที่ 2 กลุ่มคิดนั้นจะกระทบกับตนอย่างไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขา...สังกัดพรรคการเมืองใดอย่างที่กล่าว

"ผมอยากรู้อะไรก็ไปฟัง แต่ก็ยืนยันว่าไม่เคยสังกัดพรรคใด ๆ 8 ปีก่อน ก่อนหน้า คสช.มาผมก็ลงสมัคร สจ.ในนามอิสระ แล้วได้คะแนนมา 3,000 คะแนน นี่ก็ตัวผมคนเดียว...ไม่เกี่ยวข้องพรรคไหนเลย ผมกล้าบอกเลย แกนนำพรรคฯ ไม่มีวิจารณญาณ ไม่ตรวจสอบย้อนหลัง และรีบด่วนสรุปว่าเป็นขั้วตรงข้าม ผมว่าเรื่องนี้สะท้อนเลยว่า...แกนนำพรรคไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล" กิติ์ดนัย ระบุ ทั้งยังบอกด้วยว่า

ในทรรศนะของเขา แต่เดิมเขามองว่า อนาคตใหม่มีทิศทางทางการเมืองที่ตรงกับตน คือ กระจายอำนาจ มีความคิดก้าวหน้า และมีความเป็นประชาธิปไตย จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯ แต่สุดท้ายจึงพบว่า "ทั้งหมดเป็นเรื่องอุปโลกน์" และจับต้องไม่ได้ตามลมปากที่คุยไว้

"แค่เรื่องไพรมารี่โหวต ซึ่งเป็นเรื่องง่าย ๆ คุณยังทำไม่ได้ และไม่โปร่งใส แล้วจะไปอาสาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ยังไง ผมว่าวันนี้คุณหยุดทำกิจกรรมทางการเมืองดีกว่า เพราะคุณหลอกลวง ผมยืนยันว่าพร้อมจะให้ตรวจสอบ และเปิดเผยทุกอย่าง แต่แกนนำไม่เคยติดต่อมาเลย แถมบิดเบือนข่าวไปอีกทางหนึ่ง...แบบ "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" กันไป"  กิติ์ดนัย กล่าวก่อนที่จะทิ้งท้าย...แบบไม่จำเป็นต้องสรุปใด ๆ อีกว่า "ผมดีใจที่ไม่พาชาวบ้าน 3,000 คนที่เคยเลือกผมไปร่วมตกนรก...อยู่กับพรรคฯ นี้"

 

 

อ่าน "ไพรมารี่โหวต" ทำ"อนาคตใหม่"เสียรังวัดอื้อ“ปิยบุตร”ถึงกับโบ้ย"คนไม่ชอบขี้หน้าปลอมตัวมาป่วน"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า