ชัดพอไหม..น้ำลดตอผุด? หญิงหน่อยเห็นรึยัง กางแผ่ งบฯกลาโหม ย้อนหลัง หางโผล่ทันที รบ.ยิ่งลักษณ์ พุ่งทะยานแตะ 9 %

ชัดพอไหม..น้ำลดตอผุด? หญิงหน่อยเห็นรึยัง กางแผ่ "งบฯกลาโหม" ย้อนหลัง หางโผล่ทันที รบ.ยิ่งลักษณ์ พุ่งทะยานแตะ 9 %

Publish 2019-02-19 10:28:35


สืบเนื่องจากกรณี การปราศรัยของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาว และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เดินหาเสียงย่านเซ็นเตอร์พอยต์ ห้างสยามพารากอน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปกับคุณหญิงสุดารัตน์ และลูกสาวเป็นจำนวนมาก โดยลูกสาว 2 คนของคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วยหาเสียง หลังจากเรียนพิเศษที่สยามด้วยนั้น

โดยมีไฮไลท์ช่วงหนึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า นโยบายพรรคมีแนวทางแก้ไขปัญหาคนตกงาน ด้วยการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในการเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ด้วยการตั้งกองทุนสร้างเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ หรือเถ้าแก่ใหม่ เพื่อสร้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งอาจจะแบ่งเงินจากกระทรวงกลาโหม ประมาณปีละ 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ได้ถึงปีละ 20,000-30,000 คน  ทั้งนี้ การตัดงบประมาณจากกลาโหมจะไม่กระทบกองทัพ และขอให้ทหารมาช่วยกันสร้างชาติด้วยกัน เนื่องจากคนยุคใหม่ ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง



ทำให้เกิดกระแสวิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพลเอกอภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมาเป็นประธานวันสถาปนากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมทั้งได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงหากได้เป็นรัฐบาลก็เตรียมที่จะตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม รวมทั่งการยกเลิกเกณฑ์ทหารด้วย ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวสั้นๆว่า ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ตอนนี้เพลงนี้กำลังฮิต

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าแนวคิดการลดงบประมาณทางการทหารและกองทัพที่แสดงออกอย่างชัดเจนนั้น คือพรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย ด้วยพยายามยกอ้างว่า มีการเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมมากอย่างไม่ปรากฎมาก่อน และมองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจหรือปากท้องของประชาชน อย่างไรก็ตามจากข้อมูลอันเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อย้อนกลับไปตในปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ พบว่างบประมาณกระทรวงกลาโหม คิดเป็น 7.63% ของงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งหมด 


 



ตรงข้ามกับรัฐบาล คสช. ที่ถูกโจมตีมาตลอดว่ามีการอัดฉีดงบฯ แต่กลับพบว่าคิดเป็น 7.6% ของงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการเพิ่มงบฯขึ้นไปถึง 8-9% จากข้อมูลทั้งหมดทำให้สรุปในเบื้องต้นได้ว่า แม้กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณสูงขึ้นทุกปี แต่งบประมาณรายจ่ายของทุกปีก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่นเดียวกับงบประมาณของกระทรวง กรม ต่างๆที่เพิ่มขึ้นไปตามสัดส่วนเดียวกันทั้งสิ้น

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

งบประมาณกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน และช่วงที่รัฐบาลต่างๆเข้าบริหารประเทศมีรายละเอียดดังนี้

งบกระทรวงกลาโหม ปี 47 ได้งบ 7.85 หมื่นล้าน  คิดเป็น 7.63% ของงบรวม 1.028 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 1.9 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 4.51 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 48 ได้งบ 8.12 หมื่นล้าน คิดเป็น 6.76% ของงบรวม 1.2 ล้านล้าน  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 2.03 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 4.50 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม  ปี 49 ได้งบ 8.59 หมื่นล้าน คิดเป็น 6.316% ของงบรวม 1.36 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 2.25 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 5.265 หมื่นล้าน
 
 งบกระทรวงกลาโหม ปี 50 ได้งบ 1.15 แสนล้าน คิดเป็น 7.37% ของ งบรวม 1.56 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 2.82  แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 6.228 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 51 ได้งบ 1.43 แสนล้าน คิดเป็น 8.61% ของงบรวมที่มี 1.66 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 3.010 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 6.543 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 52 ได้งบ 1.701 แสนล้าน คิดเป็น 9.27% ของงบรวม 1.835 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 3.322 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 7.090 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 53 ได้งบ 1.540 แสนล้าน คิดเป็น 9.06% ของงบรวม 1.7 ล้านล้านขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 3.467 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 7.162 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 54 ได้งบ 1.685 แสนล้าน คิดเป็น 8.14% ของงบรวม 2.07 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 3.911 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 8.690 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 55 ได้งบ 1.686 แสนล้าน คิดเป็น 7.08% ของงบรวม 2.38 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 4.204 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 9.199 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 56 ได้งบ 1.804 แสนล้าน คิดเป็น 7.52% ของงบรวม 2.4 ล้านล้าน  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 4.604 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 9.978 หมื่นล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 57 ได้งบ 1.838 แสนล้าน คิดเป็น 7.28% ของ งบรวม 2.525 ล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 4.827 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.06 แสนล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 58 ได้งบ 1.92 แสนล้าน คิดเป็น 7.45% ของงบรวม 2.575 ล้านล้าน  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 5.01 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.09 แสนล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 59 ได้งบ 2.06 แสนล้าน คิดเป็น 7.57% ของงบรวม 2.720 ล้านล้าน  ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 5.17 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.23 แสนล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 60 ได้งบ 2.135 แสนล้าน  คิดเป็น 7.30% ของงบรวม 2.923 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 5.139 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.311 แสนล้าน
 
งบกระทรวงกลาโหม ปี 61 ได้งบ  2.22 แสนล้าน คิดเป็น 7.65% งบรวม 2.9 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ 5.109 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.361 แสนล้าน 

งบกระทรวงกลาโหม ปี 62 ได้งบ 2.27 แสนล้าน  คิดเป็น 7.6% งบรวม 3 ล้านล้าน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ  4.89 แสนล้าน และกระทรวงสาธารณสุข 1.35 แสนล้าน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแดงไล่เพื่อไทยฟังเพลงหนักแผ่นดิน หลังหาเสียงตัดงบกห.-เลิกเกณฑ์ทหาร

โฆษก "พรรคเพื่อไทย" เห็นดีเห็นงาม หนุน นศ. รวมหัวจุดเทียน อ้าง "ต้านรัฐประหาร"

“โอ๊ค” สลัดคราบผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน! นำทัพ “พรรคเพื่อไทย” เยือน “ขอนแก่น” ขอพรศาลหลักเมือง หวังชนะศึกเลือกตั้ง?

ชำแหละนโยบายพรรคไหนโม้ Part1 : "พรรคเพื่อไทย" ประชานิยมขายฝัน? ทำชาวนาน้ำตาตก เก่งแต่ทำนาบนหลังคน!

"บิ๊กป้อม" ย้ำ เลือกตั้งภายใน 150 วันแน่! สวนกลับ "พรรคเพื่อไทย" ไปถามกันเองคนไหนกระเป๋าตุง-แฟบ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์