ธนาธรเดินสายจ้อสารพัดปท.ไม่เป็นปชต. เจอสหรัฐส่งสารหนุนรบ.ไทย

ธนาธรเดินสายจ้อสารพัดปท.ไม่เป็นปชต. เจอสหรัฐส่งสารหนุนรบ.ไทย

Publish 2019-07-18 16:00:23


ยังไม่ทันนั่งเครื่องบินกลับมา ก็มีอันเป็นไปเสียแล้วสำหรับนักการเมืองที่ปากพร่ำพูดถึงสิ่งใหม่ในทางการเมือง แต่การกระทำไม่ต่างไปจากพฤติกรรมเดิมๆของนักเลือกตั้งเก่าๆ กับการที่เที่ยวออกไปพูดให้ร้ายประเทศต่างๆนานา ทั้งที่เรื่องราวที่พูดเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว  และประเด็นที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อหัวนอกแทบทุกสิ่งที่ฟังดูเหมือนประเทศไทยย่ำแย่ ไม่มีอะไรดีเลยในสายตา กระนั้นที่บอกว่ามีอันเป็นไปทั้งที่ไม่ทันได้นั่งเครื่องบินกลับมาก็คือ ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ส่งความยินดีมาถึงรัฐบาลไทย ด้วยถ้อยความที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งซึ่งดูราวจะแตกต่างกับสิ่งที่นายธนาธร คิดและพูดเพ้อกับสื่อ ดังนั้นวันนี้เราลองมาดูกันว่า นายธนาธรพูดอะไร และรัฐบาลสหรัฐมีท่าทีอย่างไรต่อรัฐบาลไทย ที่เชื่อว่าเมื่ออีกฝ่ายฟังแล้วมีเงิบแน่นอน!?!



 

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในการเดินสายต่างประเทศนั้น อยากจะให้ร่วมกันพิจารณาร่วมกันว่าเป็นการให้ร้ายต่อประเทศบ้านเกิดเมืองไทยหรือไม่ โดยจะมีแต่ละที่ที่เดินทางไปพูดกับสื่อต่างประเทศ ซึ่งเริ่มที่การโพสต์ลงอินสตาแกรมในวันที่ 16 ก.ค.ที่นายธนาธร ระบุว่า เป็นรูปที่ตนเดินทางไปให้สัมภาษณ์กับนางแอนเดรีย มิตเชลล์ ผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์ NBC ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์หลักของสหรัฐ

 

โดยหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อที่ไปสนทนา ว่าเกี่ยวกับสถานการณ์หลังเลือกตั้งของไทย ทิศทางของพรรคอนาคตใหม่ในการทำงานเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และการเข้าถึงประชาชนในขณะที่กำลังต่อสู้กับคดีความต่างๆ ที่เผชิญอยู่

 

 

 



 

“ดีใจมากๆ ครับที่ได้รับการสัมภาษณ์จากผู้สื่อข่าวโทรทัศน์สหรัฐที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งที่ช่อง NBC! เราคุยเกี่ยวกับสถานการณ์หลังเลือกตั้ง และวิธีการที่พรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าทำงานในฐานะฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร การเข้าถึงประชาชนไปพร้อมกับการสู้คดี” นายธนาธร โพสต์

 

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ คือวันที่ 15 ก.ค. นายธนาธร ได้ไปให้สัมภาษณ์กับนายนิก แวแดมส์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเศรษฐกิจชื่อดัง บลูมเบิร์ก ที่กรุงวอชิงตันดีซี ของสหรัฐ เกี่ยวกับประเด็นการเมืองของไทยเช่นกัน

 

โดยในการเดินทางไปทวีปยุโรปและประเทศสหรัฐครั้งนี้ของนายธนาธร และนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส. และโฆษกของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับการวิจารณ์จากผู้ที่พยายามเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายธนาธร รวมทั้ง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ และหลายคนก็พูดจาในทำนองไม่เห็นด้ยที่นายธนาธร เดินสายพบปะกับนักการเมืองและสื่อตะวันตกเพื่อพูดให้ร้ายประเทศ อย่างเช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส. เขต 1 จ.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ

 

อย่างไรก็ตามเราจะย้อนไปฟังสิ่งที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวกับ แอนเดรีย มิตเชลล์ ผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์ NBC อีกครั้งด้วยการลงรายละเอียดไปอีกนิดว่า วงจรทางการเมืองที่มีการรัฐประหารแทรกยังคงดำเนินอยู่ในสังคมไทย โดยรัฐประหารเกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง ในรอบ 86 ปี ตั้งแต่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตั้งพรรคการเมืองเพื่อต้องการหยุดยั้งวงจรดังกล่าว

 

ขณะที่มิตเชลล์ ได้ถามถึงภัยคุกคามและความเสี่ยงที่มีต่อตัวเขาและเสรีภาพ โดยนายธนาธรได้ตอบว่า จนถึงเวลานี้ ทางพรรคถูกร้องเรียนและตั้งข้อกล่าวหามาแล้ว 22 ข้อกล่าวหา และตัวเขาเองก็ถูกตั้งข้อหาสามข้อหาด้วยกัน ซึ่ง ทางพรรคและตัวเขาเองก็ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตั้งพรรคว่าอาจเจอเรื่องเหล่านี้ และได้เตรียมตัวรับมือและจะต่อสู้ไปกระบวนการที่อาจหมายถึงเกมของพวกเขา

 

เมื่อถูกถามว่ากลัวบ้างไหม นายธนาธรกล่าวว่า พวกเขาได้เตรียมตัวรับมืออย่างที่บอก และติดคุกถ้าจำเป็น มันเป็นเรื่องคุ้มค่าในการที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เพราะต้องการเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง มันเคยเป็นและเคยเป็นความหวังของบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน แต่เวลานี้ประเทศไทยได้สูญเสียสิ่งเหล่านั้นเพราะไม่ได้ปกป้องมันมากพอ ไม่ได้ปกป้องสิทธิมนุษยชนมากพอ และสูญเสียมันเช่นกัน ซึ่งคงต้องใช้เวลานับสิบปีที่จะนำส่งเหล่านี้กลับคืนมา และเพื่อนำสิ่งเหล่านี้กลับคืนมา บางครั้งจำเป็นต้องเป็นคนที่เสี่ยง พร้อมๆกับความเชื่อศรัทธาที่ว่าประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชน จริงๆไม่ใช่คำใหญ่โต แต่เป็นเรื่องพื้นฐานในการสร้างประเทศ

 

 

มิตเชลล์ถามว่าต้องการได้อะไรจากการเดินทางต่างประเทศในครั้งนี้ นายธนาธรกล่าวว่า อย่างน้อยเขาต้องการบอกหรือให้มิตรประเทศ และคนอเมริกันรับทราบว่าเวลานี้ประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย ที่เห็น คือรัฐทหารที่มีการเลือกตั้ง อยากให้มิตรประเทศยืนเคียงข้างและให้การสนับสนุนให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศที่ทรงพลังอีกครั้งในภูมิภาคเพื่อที่จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาในภูมิภาคและระดับโลกด้วย ซึ่งประเทศอเมริกาสร้างบนหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน จึงเชื่อว่าจะสามารถสนับสนุนประเทศไทยที่มีความฝันในแนวทางเดียวกัน

 

นอกจากนี้เมื่อ16 ก.ค.62 ในช่วงเวลาเดียวกัน นายธนาธร ยังให้สัมภาษณ์กับ  VOA ภาคภาษาไทย ถึงการเดินทางเยือนอเมริกาอีกว่า ถ้าอยากได้สังคมที่ทุกคนเท่าเทียมกัน สังคมที่มีนิติรัฐ ไม่สามารถเพรียกหาสังคมนี้ได้จากนานาชาติ อยากได้มีอยู่อย่างเดียวคือสร้างเอง นี่คือภารกิจของคนไทย ไม่มีคนต่างชาติที่ไหนจะมาช่วยการเปลี่ยนแปลง และนำประเทศไทยกลับเป็นประชาธิปไตยได้

 

“ดังนั้นอยากจะให้ชัดเจนที่นี่ การมีพันธมิตร อยากเห็นสังคมที่เท่าเทียมกันเป็นสิ่งดี แต่ปัจจัยชี้ขาดคือการตื่นรู้ของคนไทย ลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการอย่างแข็งขันของคนไทย”

 

ทั้งนี้คำตอบดังกล่าวมาจากคำถามที่ว่ามองอย่างไรที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปอเมริกาแล้วได้รับการต้อนรับจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 

 

 

 

นั่นคือส่วนหนึ่งที่นายธนาธรนั่งพูดถึงประเทศไทย ประเทศซึ่งให้หลายสิ่งหลายอย่างกับตัวเองและครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา เช่นนี้เองที่ทำให้ถูกตั้งคำถามพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงสิ่งที่นายธนาธรกล่าวกับสื่อต่างประเทศหลายสำนัก แต่ท้ายที่สุดกลับมีเหตุการณ์ที่สวนทางกับ เรียกว่าหักหน้ากันเลยเมื่อ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้ส่งสารแสดงความยินดีต่อรัฐบาลไทย ซึ่งมีเนื้อความว่า

 

“สหรัฐเฝ้ารอคอยที่จะร่วมงานกับรัฐบาลใหม่ของไทย เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสร้างเสริมมิตรภาพระหว่างประชาชนของเราที่ยาวนานมากว่า 2 ศตวรรษ

 

เราสนับสนุนธรรมาภิบาล และความโปร่งใสทั่วโลก และจะยังคงร่วมมือกับประชาชนไทยและรัฐบาลไทยต่อไปจนถึงที่สุด และเราจะยังคงสนับสนุนบทบาทของไทยในฐานะผู้นำภูมิภาค ซึ่งรวมถึงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้  ความเป็นพันธมิตรของเราจะแข็งแกร่งต่อไปยิ่งขึ้น ในขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองประเทศ เช่นความมั่นคง สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและทั่วทั้งโลก”

 

ข้อความข้างต้นที่นำมาให้พิจารณากันนั้นคือ เนื้อหาที่รัฐบาลสหรัฐได้ส่งมาถึงรัฐบาลไทย นอกจากกระชับความเป็นพันธมิตรแล้ว ยังให้ความเป็นหุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นกว่า 200ปีอีกด้วย ทั้งยังยังความร่วมมือกับรัฐบาลไทยต่อไปจนถึงที่สุดอีกต่างหาก นี่เรียกว่าหักหน้านายธนาธรได้หรือไม่ กับสิ่งที่พยายามทำในการเดินสายอยู่ในขณะนี้ เพราะท่าทีที่ออกมาจากรัฐบาลสหรัฐกลับกันกับที่นายธนาธรกล่าวหารัฐบาลไทยเกือบสิ้นเชิง!?!

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์