แฉกันไปให้เห็นหน้าแบบชัดๆ พฤติกรรมสุดแย่ เอาสัตว์ป่ามาขายในเฟสบุค นางอาย หมี ลิง มาหมด มองตาสัตว์แล้ว น่าสงสารจับใจ !! (รายละเอียด)

แฉกันไปให้เห็นหน้าแบบชัดๆ พฤติกรรมสุดแย่ เอาสัตว์ป่ามาขายในเฟสบุค นางอาย หมี ลิง มาหมด มองตาสัตว์แล้ว น่าสงสารจับใจ !! (รายละเอียด)

Publish 2017-02-22 11:59:42

จากกรณีเฟสบุค ที่ใช้ชื่อนมเย็น ได้มีการโพสภาพสัตวป์ป่าชนิดต่างๆนำมาขายในเฟสบุคซึ่งถึอว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย

 

 

 



ล่าสุดเพจที่ใช้ชื่อว่า แหม่มโพธิ์ดำ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ โดยทำการตรวจสอบข้อมูล จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าดังนี้


 ในอดีตที่ผ่านมาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยอุดมสมบูรณ์พื้นที่ป่า ยังคงปกคลุมทั่ว สัตว์ป่ามีอยู่อย่างชุกชุมมีการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยไม่รู้คุณค่า โดยเฉพาะสัตว์ป่า มีการล่าเป็นอาหารล่าเพื่อเป็นกีฬาและ ล่าเพื่อการค้าทั้งในประเทศ และ ส่งออกต่างประเทศ โดยปราศจากกฎหมายใดๆคุ้มครอง ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น การบุกรุกป่าเพื่อทำกินมีมากขึ้นสัตว์ป่าถูกคุกคามและ ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ในรอบหลายสิบปีจนบางชนิด ได้สูญพันธุ์ไปจากเมืองไทยสูญพันธุ์ไปจากโลกสัตว์ชนิดนั้นคือ สมัน ซึ่งเป็น กวางที่มีเขาสวยงามที่สุดชนิดหนึ่ง ดังนั้นปี พ.ศ. 2503 ภาครัฐโดยการ ร่วมมือขององค์กรอนุรักษ์ต่างๆได้ตระหนักถึงคุณค่าของสัตว์ป่า ผลักดันให้เกิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับแรกของประเทศไทย
คือ พระราชบัญญัติสงวน และ คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดสัตว์ป่าที่หายากเป็น สัตว์ป่าสงวน"จำนวน 9 ชนิด คือ แรด กระซู่ กูปรีหรือ โคไพร ควายป่า ละองหรือละมั่ง " สมันหรือเนื้อสมัน ทรายหรือเนื้อทรายหรือตามะแน
เลียงผาหรือเยืองหรือกูรำ หรือ โครำ และ กวางผาเมื่อเวลาผ่านไปได้มีการปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์สัตวว์ป่าในประเทศไทย และสอดคล้องกับความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรระดับนานาชาติได้มีการตรา
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535ซึ่งมีผลบังคับใช้.มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในพระราชบัญญัติได้แก้ไข เพิ่มเติม รายชื่อสัตว์ป่าสงวนด้วยพิจารณาเห็นว่าประชากรสัตว์ป่าหลายชนิดเพิ่มขึ้นจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เนื้อทราย และประชากรสัตว์ป่า อีกหลาย ชนิดลดลงอย่างน่าวิตก เช่น นกแต้วแล้วท้องดำ หรือสัตว์ป่าบางชนิดไม่มีรายงานการพบเห็นมาเป็นระยะเวลานาน
เช่น นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน จึงได้ถอดชื่อเนื้อทรายออกจากบัญชีสัตว์ป่าสงวน และเพิ่มนกเจ้าฟ้าหิงสิริธร นกแต้วแล้วท้องดำนกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ และ พะยูน หรือหมูน้ำ รวมเป็นสัตว์ป่าสงวน 15 ชนิด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการเผยแพร่ข้อมูลด้านวิชาการที่ถูกต้อง และ สมบูรณ์ให้แก่หน่วยงานทั้ง ภาครัฐและภาคเอกชนนักศึกษานักเรียน และประชาชนทั่วไป ได้ทราบถึง ความงดงามความมีคุณค่า เกร็ดความรู้ต่างๆของสัตว์ป่าสงวนแต่ละชนิดรวมทั้งปัจจัยคุกคามจนทำให้สัตว์ป่าเหล่านั้นอยู่ในสภาวะวิกฤติประชากรเสี่ยงต่อการสูพันธุ์จะช่วยให้ทุกคนหันมาช่วยกันคุ้มครองป้องกันภัยให้สัตว์ป่าสงวนอยู่รอดสืบลูกหลานต่อไป นอกจากนี้เพื่อ เป็นบทเรียนที่คอยเตือนใจให้แต่ละคนร่วมมือหยุดยั้งการล่า การค้าสัตว์ป่า ให้สัตว์ป่าของประเทศไทยได้อยู่รอดปลอดภัยสามารถสืบเผ่าพันธุ์ให้คง อยู่ตลอดไป

 

สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายถึง สัตว์ป่าที่กฎหมายกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อเป็นการป้องกันมิให้
สัตว์ป่าบางชนิดต้องสูญพันธุ์ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 201 ชนิด นก 952 ชนิด สัตว์เลื้อคลาน 91 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำ
สะเทินบก 12 ชนิด ปลา 14 ชนิด แมลง 20 ชนิด และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 12 ชนิด

 


จากบทบัญญัติในมาตรา 5 และ มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
จึงได้ออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ.2546 แบ่งเป็น
 จำพวก ได้แก่
สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์ป่าจำพวกนก
สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์ป่าจำพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
สัตว์ป่าจำพวกปลา

 


สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
รายชื่อสัตว์
  01. กระจงเล็ก Greater Oriental Chevrotain
  02. กวางป่า Sambar Deer
  03. ชะมดเช็ด หรือ ชะมดเชียง Small Indian Civet
  04. ทราย หรือ เนื้อทราย หรือ ตามะแน Hog Deer
  05. ลิงกัง Pig tailed Macaque
  06. ลิงวอก Rhesus Macaque
  07. ลิงแสม Long-tailed Macaque
  08. อีเก้ง หรือ เก้ง หรือ ฟาน Red Muntjac


#บทลงโทษตามกฎหมายของผู้ค้าขายสัตว์ป่า

 

CR.แหม่มโพธิ์ดำ

เรียบเรียง : articha

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน