พบเพิ่มอีกแล้ว!! ชาวบ้านเดือดร้อนถูกอุทยานฯ ปักป้ายแนวเขตใหม่เข้าในที่ดินรุกล้ำบริเวณบ้านและสวนยางพารา ทำเดือดร้อนยกหมู่บ้านและตำบล!? (คลิป)

Publish 2017-09-07 11:53:18

                       วันที่ 7 กันยายน  2560 พบเพิ่มชาวบ้านหมู่ 3 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง กว่า 100 ครัวเรือน หรือเกือบยกหมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ป่าเทือกเขาบรรทัดช่วงพื้นที่ อ.รัษฎา – อ.ห้วยยอด และอ.เมือง จ.ตรัง  นำป้ายปักปันแนวเขตใหม่เข้าไปปักในพื้นที่ภายในสวนยางพาราของชาวบ้านและอยู่ภายในบริเวณบ้าน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 3 ,4,5 และ หมู่ 6 ของ ต.หนองบัว รวมกว่า 1,000 ครัวเรือน หรือกว่า 3,000 คน ได้รับความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายเข้าไปแอบปักปันแนวเขตใหม่ โดยที่ชาวบ้านไม่ได้รับรู้ และรุกล้ำเข้าไปในที่ดินทำกินทั้งสวนยางพารา สวนผลไม้ ของชาวบ้านคนละประมาณ 5 – 15  ไร่ และบางแปลงเข้าไปถึงเขตบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยชาวบ้านรวม
                        ทั้งนายสุนทร บัวเพชร กำนันตำบลหนองบัว กล่าวยืนยันว่า ชาวบ้านทั้งหมดอยู่อาศัยและทำกินบนที่ดินที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมายาวนาน ผู้เฒ่าผู้แก่อายุนับร้อยปีที่เพิ่งเสียชีวิตและมีลูกหลานอยู่อาศัยเป็นหลักฐานสำคัญ รวมทั้งผลอาสินบางต้นอายุกว่า 200 ปี ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่ใช่เป็นการบุกรุกใหม่ หลังประกาศพื้นที่เขตอุทยานฯตามที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน  จากเดิมหลักเขตของเจ้าหน้าที่อยู่บนภูเขา แต่ขณะนี้ถูกนำป้ายใหม่มาปักเข้าไปในที่ดินทำกินและบ้านเรือนของชาวบ้าน



                        นางอารยา บัวหลวง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 ม.3 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง  ซึ่งป้ายแนวเขตใหม่ของเจ้าหน้าที่เข้ามาอยู่ภายในสวนยางพาราและบริเวณหลังบ้าน กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็น สค.1เนื้อที่กว่า 10 ไร่ พ่อซื้อมาและปลูกยางมายาวนาน แต่ตนเองเพิ่งเข้ามาสร้างบ้านอยู่อาศัยภายในสวนยางเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำป้ายมาปักใหม่อยู่ข้างบ้าน ขณะที่ไม่มีคนอยู่ เมื่ออุทยานฯนำป้ายหลักเขตมาปักใหม่ ก็ทำให้เห็นเหมือนกับว่าตนเองรุกที่อุทยานฯ หรืออีกด้านหนึ่งอุทยานฯมารุกที่ตนเอง ซึ่งสามีเคยถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯว่ากระทำแบบนี้แล้ว ต่อไปหากจะต้องตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ จะสามารถทำได้หรือไม่  ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าทำได้ เพราะมีหลักฐาน แต่ตนเองไม่เข้าใจว่าทำไม ทางอุทยานฯจึงไม่ถอนป้ายดังกล่าวกลับคืนไป โดยกลัวที่สุดเช่นเดียวกับชาวบ้านรายอื่นๆที่ป้ายแนวเขตใหม่ของอุทยานฯเข้าไปอยู่ในที่ดินว่า วันหนึ่งอุทยานฯจะอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน  แล้วจับกุมหรือขับไล่พวกตนออกจากบ้าน


                        ด้านนางระเบียบ บุญถึงจิต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.3  ต.หนองบัว พร้อมลูกหลาน กล่าวว่า ตนเองได้รับที่ดินเป็นมรดกมาจากปู่ย่าตายาย และเพิ่งเสียคนเฒ่าคนแก่ไปอีกคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้  และมีต้นทุเรียนขนาดใหญ่กว่า 10 คนโอบอยู่ 1ต้น ชื่อว่า ไอ้พรวน อายุกว่า 200 ปี ออกลูกดกทุกปี จึงอยากเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์การถือครองที่ดินของตนเองและชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.รัษฎา ทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ และถูกจับกุมดำเนินคดีต่อไป โดยชาวบ้านทุกรายพร้อมให้มีการพิสูจน์สิทธิ์การถือครอง

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน