อวบ...อ้วน...น่ากิน!! จากพนักงานบริษัท ผันตัวเองมาประกอบอาชีพเลี้ยงด้วงสาคู เป็นที่ต้องการของตลาดจนไม่พอขาย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

Publish 2017-10-20 12:55:38

     นายวิษรุต  ใหม่ชู  อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.7  ต.ป่าพะยอม  อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง นับว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่  เล่าว่า หลังจากที่ตนเองได้ผันตัวมาจากพนักงานบริษัท  มาช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานที่บ้านมีความสนใจที่จะเลี้ยงด้วงสาคูเป็นอาชีพเสริม  จึงได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองจากทางอินเตอร์เน็ต และไปศึกษาเรียนรู้จากเกษตรกรทั่วไป  โดยเริ่มทดลองเลี้ยงด้วงสาคูเมื่อปี 2558  ใช้ล้อยางรถยนต์  แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ  ต่อมาได้ทดลองเลี้ยงกับกะละมัง  ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  จึงได้ขยายจำนวนการเลี้ยงมาเรื่อย ๆ จนถึงขณะนี้ เลี้ยงด้วงสาคูประมาณ 800 กะละมัง



     นายวิษรุต  กล่าวถึง การเลี้ยงด้วงสาคู ว่า ได้สร้างโรงเรือนขนาด 15 คูณ 17 เมตร กั้นด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันแมลงวันลาย  ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญของตัวด้วง จากนั้นนำต้นสาคูมาบดใส่กะละมัง ผสมกับอาหารปลาและใส่น้ำ  ใส่พ่อ-แม่พันธุ์ ด้วงงวง  9 - 10 ตัว ปล่อยไว้ประมาณ  15  วันจะเริ่มมีตัวด้วง  จากนั้นเก็บพ่อ - แม่พันธุ์ออก พร้อมกับใส่ต้นสาคูบดเพิ่มเติม  พร้อมกับนำกาบมะพร้าวปิดด้านบนทิ้งไว้อีก 15 วัน จะได้ด้วงสาคูขนาดพอเหมาะที่จะส่งขาย  โดย 1 กะละมัง  เก็บด้วงสาคูได้ 1 กิโลกรัม  ขณะนี้ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 200 บาท  จะส่งขายให้กับพ่อค้าแมลงทอดใน จ.พัทลุง  จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา  ใน 1 สัปดาห์สามารถจับตัวด้วงสาคู ขายได้ประมาณ 30 กิโลกรัม หรือ ประมาณ 6 พันบาท  และใน 1 เดือน  ตนจะมีรายได้จากการขายด้วงสาคู 18,000 - 20,000 บาท  สำหรับราคาตัวด้วงตามท้องตลาดราคากิโลกรัมละ  200 – 300  บาท  นับว่าตลาดมีความต้องการสูง  การผลิตตัวด้วงยังไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า


     ล่าสุด ในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการ  9101  ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน  จำนวนเงิน 91,200 บาท  จึงได้นำมาต่อยอดขยายผล โดยรวบรวมสมาชิกในชุมชน 14 ราย มาเลี้ยงด้วง  เป็นอาชีพเสริมหลังจากกรีดยางเสร็จ  ขายผลผลิตไปแล้ว 1 รุ่น  สามารถสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง

  ภาพ / ข่าว  นางลัดดา  มณีรัตน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พัทลุง

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน