เปิดประวัติ Elon Musk สุดเหลือเชื่อ ของอัจฉริยะผู้เปลี่ยนโลก !!! เหตุใดคนทั้งโลกจึงตื่นเต้น ที่เขาจะช่วย "ทีมหมูป่า" ออกจากถ้ำ !!! #ถ้ำหลวง

เปิดประวัติ Elon Musk สุดเหลือเชื่อ ของอัจฉริยะผู้เปลี่ยนโลก !!! เหตุใดคนทั้งโลกจึงตื่นเต้น ที่เขาจะช่วย "ทีมหมูป่า" ออกจากถ้ำ !!! #ถ้ำหลวง

Publish 2018-07-07 12:37:44

สำหรับเรื่อง ถ้ำหลวง ที่มีนักฟุตบอลทีมหมูป่า รวม 12 คน และ 1 โค้ช ที่เข้าไปเที่ยวได้ติดอยู่ในถ้ำ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมานั้น ได้กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก จนรู้ถึงหูของ Elon Musk ที่คนทั้งโลก เรียกเขาว่า สุดยอดอัจฉริยะแห่งยุค ผู้คิดค้นสิ่งต่างๆที่คนไม่คิดขึ้นมามากมาย และเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วยโดยใช้เทคโนโลยีระดับที่เรียกว่าทันสมัยที่สุดในโลกเข้ามาช่วย ก่อนอื่นมีหลายคนคงอยากรู้ว่าเขาผู้นี้เป็นใครกันแน่ทำไม คนทั้งโลกจึงตกใจเมื่อเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วย วันนี้เรามารู้จักเขากันดีกว่าครับ



ในขณะที่ Elon Musk เกิดอายุได้ประมาณ 3 ขวบ เขามีอาการคล้ายคนหูหนวก ซึ่งได้ยินแต่เบามา ครอบครัวของเขาจึงได้ให้หมอผ่าต่อม อดีนอยด์ ของเขาออกเพื่อช่วยให้เขากลับมาได้ยินอีกครั้ง

ตอนอายุได้ 7 ขวบ เขาใช้เวลาอ่านหนังสือ วันละกว่า 10 ชั่วโมง

ตอนอายุได้ 8 ขวบเขาอ่านหนังสือทุกเล่มหมด ที่มีอยู่ภายในห้องสมุดชุมชนของเขา

ตอนอายุเขาได้ 9 ขวบครอบครัวเกิดการแตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน โดยเขากับน้องชาย ได้ย้ายตามพ่อของเขาไป

ตอนอายุได้ 10 ขวบเขาเริ่ม สนใจด้านคอมพิวเตอร์ และเริ่มหัดใช้มันอย่างจริงจัง

ตอนอายุได้ 12 ขวบ เขาพัฒนาถึงขั้นเขียนโปรแกรม BASIC ด้วยตนเองโดยที่ใช้เวลาเพียงแค่ 3 วัน ทั้งนี้คนทั่วไปจะต้องเรียนถึง 6 เดือน

และในวัย 12 ขวบนี้เอง หลังจากที่เขาได้เรียนจบ ระดับประถม เขาได้เขียนเกมส์ที่ชื่อว่า Blastar ออกมาขาย ในราคาสูงมากกว่า 500 ดอลล่าร์

และในช่วงอายุ 14 นี่เองที่ทำให้เขาเปิดโลกกว้างอีกครั้ง เมื่อเขาได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องอวกาศ เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดกับตัวเองว่า ภาระกิจในชีวิตของเขานับตั้งแต่นี้ไป คือการรักษาการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติ

หลังจากนั้น ช่วงอายุได้ 15 - 17 เขาได้ทำงานใช้แรงงานอย่างหนักแทบทุกรูปแบบ และย้ายไปอยู่กับแม่ จนได้สัญชาติแคนนาดาตามแม่ แต่ อีลอน ก็มีแผนที่จะย้ายไปอยู่อเมริกาอีกครั้ง เนื่องจากงานของเขา ทำงานอย่างหนักและได้ ชั่วโมงละเพียงแค่ 18 ดอลล่าร์ เขาคิดเสมอว่าถ้าอยู่แบบนี้เขาไม่มีทางพัฒนา

ตอนอายุได้ 18 ปี (ปี1989) เข้าได้เรียนที่มหาวิยาลัยควีน ในรัฐออนแทริโอที่แคนนาดา และได้ไปขอฝึกงานกับผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่ง เพราะเขาหวังว่าจะโชว์ความอัจฉริยะ แต่งานที่เขาได้ก็คือการชงกาแฟ

ตอนอายุ 20 เขาได้ขอโอนย้ายหน่วยกิต ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา แต่เขาก็ได้ก่อเรื่องใหญ่โดยการไปเช่าบ้านหลังหนึ่ง แล้วเปิดเป็นไนท์คลับขายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์แบบไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเปิดให้เหล่าบรรดานักศีกษาเข้ามาสังสรรค์ในราคาค่าเข้าคนละ 5 ดอลล่าร์ และสามารถดื่มอะไร เท่าไหร่ก็ได้ทั้งหมดที่มีอยู่ภายในงาน ซึ่งทำให้มีคนเข้ามาในงานปาร์ตี้ขี้เมาของเขากว่า 500 คน

อายุ 23 เรียนจบปริญญาด้านฟิสิก์และเศรษฐศาสตร์ เขาเริ่มคิดการใหญ่ร่วมกับน้องชายของเขาคือ อยากจะทำบริษัทสตาร์ทอัพเกี่ยวกับยา

แต่ก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เมื่อเขาอายุได้ 24 ปี เขาได้เข้าไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ใจกลางซิลิคอนวัลเลย์ แต่หลังจากเรียนได้ 2 วัน ก็ไม่กลับไปเรียนอีกเลย

หลังจากนั้นเขาได้ขอเงินทุนจากพ่อของเขา ประมาณ 28,000 ดอลล่าร์ หรือราว ๆ 7 แสนบาท เพื่อเปิดเว็บไซต์ที่ชื่อ Zip2 เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ไม่นานตอนอายุ 25 ปี เขาได้รับเงินทุนเพิ่มจากนักลงทุนมูลค่าถึง 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ Zip2 แต่ไม่น่าเชื่อ ลีออน เขาเป็นทั้ง CEO และคนเขียนโปรแกรมทั้งหมด เขาถูกนักลงทุนปลดจากตำแหน่ง CEO แต่ยังโชคดีที่เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทชื่อดัง Compaq เข้าซื้อ Zip2 ด้วยมูลค่า 341 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ อีลอนจึงได้รับเงินส่วนแบ่งเป็นจำนวน 22 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ


เมื่ออายุ 28 ปี ซึ่งเป็นช่วง ปี ค.ศ.1999 อีลอน ได้ก่อตั้งบริษัท X.com ซึ่งเป็นธนาคารออนไลน์ โดยใช้เงินตัวเองลงทุนถึง 10 ล้านดอลล่าร์

พออายุได้ 29 ปี เขาในฐานะผู้ก่อตั้ง X.com ได้ซื้อกิจการ บริษัทคอนฟินิตี้ สตาร์ทอัพฟินเทค เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การก่อตั้ง Paypal ระรบรับจ่ายเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในเวลาต่อมา

และเมื่อเขาก่อตั้ง Paypal สำเร็จ ไม่นานประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เมื่อเขาถูกปลดจากตำแหน่ง CEO โดยนักลงทุนหุ้นส่วน หลังจากที่เขาเริ่มมีปัญหากับ CTO ในเรื่องการวางระบบเซิร์ฟเวอร์ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะถูกปลดจากตำแหน่งในบริษัทรของตัวเอง แต่เขาก็ยังคงซื้อหุ้นใน Paypal จำนวนมาก จนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด

นี่ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิต เมื่อเขามีเวลาว่างมากพอ เขาจึงหวนนึกถึงเรื่องความตั้งใจในวัยเด็ก อีลอน เริ่มมีความคิดเกี่ยวกับโครงการอวกาศ อีกครั้ง เขาจึงย้ายบ้านไปอยู่ใน ลอสแอนเจลิส เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอวกาศ และศึกษาเกี่ยวกับการสร้างจรวดจากหนังสือ

พออายุ 30 ปี เขาได้เดินทางไปรัสเซียเพื่อขอซื้อจรวดขีปนาวุธโซเวียตที่ปลดประจำการแล้ว เพื่อนำมาทำการทดลองในโครงการของเขา

หลังจากที่เจรจาอยู่อย่างยาวนานนับปี ในขณะ อีลอนอายุ 31 ปี พ่อค้ารัสเซียต้องการขายจรวดในราคาสูงถึง 8 ล้านดอลล่าร์ แต่เขาก็ต้องซื้อ และไม่นาน ในเดือนมิถุนายนของปีนั้นเอง เขาเริ่มก่อตั้งโครงการ SpaceX ที่จะสร้างจรวดด้วยตัวเอง โดยลงทุนเองทั้งหมด

ต่อมาในเดือน ตุลาคม 2002 โชคเข้าข้างอีลอนอีกครั้ง เมื่อ ebay ได้ติดต่อเข้าซื้อกิจการ Paypal ด้วยราคาสูงถึง 1.5 พันล้านดอลล่าร์ และในฐานะที่อีลอนถือหุ้นใหญ่ที่สุด เขาจึงได้เงินส่วนแบ่งสูงถึง 180 ล้านดอลล่าร์

และนั่นคือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนโลกของเขา เขาได้กลับมาทำในสิ่งที่เขาหวังแต่เด็ก นั่นคือ โครงการเกี่ยวกับอวกาศ...

ตอนนี้เขาคิดที่จะสร้างรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เขาจึงได้ก่อตั้ง Tesla Motors อีลอนลงทุนด้วยเงิน 70 ล้านดอลล่าร์ ควบคู่ไปกับ SpaceX

ในปี 2006 เขาได้รับงานใหญ่คือ ช่วงเดือนกรกฎาคมได้ร่วมลงนามกับ NASA เพื่อจะส่งสัมภาระไปยัง สถานีอวกาศ ISS

แต่เส้นทางของเขาไม่เคยง่ายดาย ในปี 2008 อีลอน หย่าร้างกับภรรยา พร้อมทั้งการทดลองจรวดครั้งที่ 3 ล้มเหลว และครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายให้นาซ่าเป้นอย่างมากด้วย

ขณะเดียวกัน Tesla Motors ก็กำลังย่ำแย่ เขาจึงได้ลงเงินสดตัวเอง 40 ล้าน และกู้เพิ่มอีก 40 ล้าน เพื่อพยุงบริษัทรของตัวเอง ที่มีคนอื่นเป็นผู้บริหาร พร้อมทั้ง ถีบผู้บริหารเก่าออก และขึ้นมาบริหารเอง

ฟ้าหลังฝนก็เกิดขึ้น ในเดือนกันยายน ปี 2008 การทดลองจรวดครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จ แต่ SpaceX กำลังจะล้มละลาย จนกระทั่ง ธันวาคม 2008 นาซ่าตกลงเซ็นสัญญากับ SpaceX ในการขนส่งทางอวกาศ 12 เที่ยว มูลค่า 1.6 พันล้านดอลล่าร์ จึงทำให้รอดพ้นจากการล้มละลายได้อย่างหวุดหวิด จนเขาเริ่มยืนได้เริ่มพัฒนาสิ่งต่างๆ ทั้งรถพลังงานไฟฟ้า

และชาวโลกต้องตกใจอีกครั้ง ในปี 2011 เขาได้ประกาศจะนำคนไปเหยียบดาวอังคารภายในปี 2021-2031 เพราะว่า เขาต้องการตายบนดาวอังคาร แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น เขาได้ก่อตั้งบริษัท The Boring Company เพื่อทำอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินเพื่อใช้ในการเดินทางด้วยความเร็วสูง และเขาทำสำเร็จ ไฮเปอร์ลูปทดลองเฟสที่ 2 ทำความเร็วได้ 310 กม./ชั่วโมง โดยตั้งเป้าเปิดให้ใช้งานในปี 2021 ซึ่งสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อีกครั้ง 

และล่าสุดนั้นทีมวิศวกรของบริษัท SpaceX และ Boring Company กำลังเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อหาทางช่วยเหลือโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่า ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการลำเลียงผู้ประสบเหตุออกจากถ้ำโดยเขาจะช่วยอย่างเต็มที่แน่นอน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน