อัจฉริยะ พูดล่าสุด คดีน้องเบนซ์ การเสียชีวิตเป็นการฆาตรกรรมอำพราง พร้อมยืนยันมีหลักฐานเด็ด(คลิป)

Publish 2018-12-21 15:04:24


จากกรณีไฟไหม้บ้านหรูของอดีตนักร้องชื่อดังวงบางแก้ว ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมเพลิงกว่า 30 นาที ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.สุภาณี สินอนันต์ตระกูล อายุ 27 ปี หรือ เบนซ์ แฟนสาวของ นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ หรือ บอล บางแก้ว นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ สภาพเปลือยกาย จากนั้นนายบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล อายุ 61 ปี พ่อของเบนซ์ผู้เสียชีวิต ทราบข่าวลูกสาวรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างของลูกสาวก็เข้าไปกอดและร้องไห้อย่างหนัก พร้อมทั้งสงสัยในการเสียชีวิตของลูกสาวนั้น



ต่อมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความลงบนเพจ "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" แจ้งความคืบหน้าถึงกรณีดังกล่าวว่า "วันนี้ชมรมจะให้นำศพ น้องเบนซ์เคส นักร้องบางแก้ว ส่งไปผ่าพิสูจน์ศพใหม่อีกครั้งที่ สถาบันนิติรพ.ตำรวจ หลังพบหลักฐานพิรุธที่มั่นใจว่ามีสิ่งผิดปกติในคดีนี้ ติดตามคดีนี้ต่อไป"

 

 

โดยก่อนหน้านั้น ทางด้าน เพจ "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" ก็ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม รับคลี่คลายพิสูจน์ความจริงในคดีการเสียชีวิตของน้องเบนซ์ แฟนสาวของบอล บางแก้ว โดยวันพรุ่งนี้ ทางชมรมฯ จะประชุมพูดคุยกับครอบครัวของน้องเบนซ์ ซึ่งทางชมรมฯ มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้บางส่วนแล้ว

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายธวัชชัย พี่ชายของเบนซ์ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวของบอลติดต่อผ่านตนมาเพื่อแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของเบนซ์ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องอื่น


ส่วน นายบัญญัติสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า มั่นใจลูกสาวตนถูกฆาตกรรม เพราะนายพงษ์เพชรแฟนของลูกสาวมีอารมณ์รุนแรง มักจะทะเลาะกันหลายครั้ง ซึ่งลูกสาวตนมีบาดแผลตามร่างกายตลอด โดยเวลาที่ทั้งคู่ทะเลาะกันลูกสาวจะกลับมาอยู่ที่บ้านและผ่านไปไม่กี่วันก็คืนดีกันกับนายพงษ์เพชร อีกทั้งตนรู้มาว่า นายพงษ์เพชรมักมีพฤติกรรมชอบเผาเสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนตัวของลูกสาวเพื่อเป็นการประชดในยามที่มีปัญหาทะเลาะกัน และที่ตนคาใจอีกอย่างคือทำไมไม่ช่วยลูกสาวตนขณะที่ไฟไหม้

 

 



ด้าน บอล บางแก้ว ได้เดินทางมาออกรายการโหนกระแส เพื่อเปิดใจครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้บ้าน จนทำให้แฟนสาวเสียชีวิตภายในห้องน้ำ โดยที่พ่อของฝ่ายหญิงนั้น ปักใจเชื่อว่า มีการใช้ความรุนแรงและอาจมีการฆาตรกรรมลูกสาวของตนนั้น

บอล บางแก้ว กล่าวว่า คบกับเบนซ์ มา 6 เดือน ทุกวันที่ 10 จะเป็นเหมือนวันครบรอบ วันที่เกิดเรื่องเราไม่ได้ทะเลาะกัน ตั้งแต่วันที่ 11 ที่น้องเข้าใจผิด เนื่องจากที่ผ่านมา ทุกวันที่ 10 เราจะทำเป็นเหมือนวันครบรอบอยู่ตลอด น้องก็งอนๆ อยู่ ซึ่งผมก็เครียดเพราะก็ทำงานหนัก ก็มีการคุยกันแค่ว่า มีเรื่องเข้าใจผิดเราก็ต้องมาคุยกัน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผมบอกเลิก แต่เป็นการคุยกับเพื่อปรับความเข้าใจตามปกติ ตามปกติเบนซ์เป็นคนร่าเริง แต่ก็มีมุมเครียด อาจจะเป็นเพราะประสบพบเจอเรื่องราวในชีวิตมามาก

“ผมสาบานให้ตาย ว่า ผมไม่เคยทำอะไรเขาแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นวันนั้นที่ดึงแขน เพราะมีความเข้าใจผิด มีการคุยกัน โดยไม่ทราบว่า น้องมีการพิมพ์ข้อความในมือถือหาพี่ชายแล้วเข้าใจผิดผม จากนั้น น้องมีการขอกุญแจรถอ้างว่าลืมล็อกรถ จากนั้น เล้ง พี่ชายก็มาที่บ้าน

โดยที่ผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนที่ดึงแขนเพราะเบนซ์ วิ่งเหมือนจะออกจากบ้านไปเลย โดยผมก็ดึงแขนแล้วถามว่า เกิดอะไรขึ้น เบนซ์พูดว่า ก็พี่จะเลิกกับหนู ส่วนพี่ชายเขาก็เข้ามาดึงแขน แล้วยังมีการคุยกับ เล้ง โดยตบบ่าเล้ง ว่า ขอคุยกับเบนซ์ก่อนไม่เกินชั่วโมง จะเป็นคนไปส่งเบนซ์เอง เหตุการณ์มีเท่านั้น”

เมื่อถามว่า เล้งเล่าว่า เอาหินไปปากระจกบ้านจนแตก บอล กล่าวว่า มีแค่คุยกัน ไม่มีการเอาหินปาบ้าน ไม่มีการขู่ว่า จะเอาปืนไปยิง เพราะผมไม่ได้เล่นปืนอะไร

เมื่อถามว่า เรื่องที่พ่อ บอกว่า เห็นรอยแผลเวลากลับบ้าน บอล กล่าวว่า ไม่เคยทำ มีหนึ่งเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น คือ ผมเคยไปหาน้องที่ห้อง น้องเขียนจดหมาย เล่าเรื่องราว คิดไปเองว่าผมจะมีคนอื่น ซึ่งผมเองก็โมโหเพราะผมไม่ได้ทำ โทรหา เบนซ์ ก็บอกว่า ไปบขส. แล้ว ผมก็ตามไปเจอกัน ยอมรับว่าทะเลาะกัน โดยเหตุการณ์นั้น ระหว่างที่ทะเลาะกัน น้องเอาเศษแก้วปักมือตัวเอง น้องเขาร้องไห้ เลือดไหลเต็มมือ ผมเป็นคนพาไปหาหมอเอง เย็บ 9 เข็ม ซึ่งผมเองก็ตกใจกับเหตุการณ์นั้นเหมือนกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่บอกว่า ไปเจอผู้หญิงอีกคนในบ้านแล้วบอกว่า เป็นเมีย บอล กล่าวว่า ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น

เมื่อถามว่า เบนซ์ กลัวความรุนแรง บอล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุวันที่ 14 ธ.ค. น้องโทรหาผมว่า ถ้าไม่ได้เข้ามาหาคงไม่ได้เจอกัน และให้โทรบอกแม่ให้หน่อย ว่า ให้ขออนุญาตเข้าไปที่บ้านได้หรือไม่ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน วันนั้น มีรถป๊าจอดอยู่หน้าบ้าน ก็ยูเทิร์นเอารถไปจอดหน้าบ้านอีกฝั่ง ซึ่งมีคนดื่มเหล้าอยู่หน้าบ้าน ไปหาคลิปก็ได้

โดยโทรหาน้องประมาณ 10 สาย ก็ไม่รับ จากนั้น ก็เห็นลิน เข็นกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน และยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านซอย โดยผมได้ลงไปปลอบ น้องได้บอกว่า ป๋าขังเขา เอากุญแจมาอีกแล้ว ก่อนหน้านั้น ก็เคยโดนขังไว้ในบ้าน และปีนรั้วบ้าน มีแผลนิดหน่อย ซึ่งโทรหาตน ก็ให้ออกมาแล้วไปเจอกัน จึงได้ทราบว่า เบนซ์ เคยโดนขัง

“ตอนมีเรื่องรูปภาพเก่า กลายเป็นปัญหาผมซุกแฟน ซึ่งเรื่องนี้ ผมเคยไปหาป๊าที่บ้าน และอธิบายว่า เป็นภาพเก่า ตอนนั้นยังไม่เบนซ์ ด้วยซ้ำ ซึ่งเบนซ์ ก็เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ซึ่งตอนนั้น ผมก็เคยพูดกับป๊า ว่า เบนซ์โตแล้ว ถ้าผมไปเอาอดีตตอนนั้นมาพูดมันก็ไม่สมควร เพราะฉะนั้น ยืนยันว่า ผมไม่เคยคิดถึงอดีตที่ผ่านมา” บอล กล่าว

เมื่อถามว่า วันเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้น บอล กล่าวว่า ผมไม่ได้มีปากเสียงอะไรเลย น้องมาบอกว่า เดี๋ยวเราจะไม่ได้เจอกันแล้วนะ ช่วยไปขอป๊าให้หน่อยได้มั้ย ความหมายน่าจะอย่าขังหนู ให้ไปคุยกับป๊าให้หน่อย โดยในวันนั้น ช่วงเวลา 2 เกือบ 3 ทุ่ม ผมให้ลูกน้องไปซื้อมือถือให้เล้ง ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย แล้วยังบอกว่า ถ้ายังไงผ่อนก็ได้อย่าคิดว่าให้ฟรีเดือนละสิบยี่สิบก็ได้ ไม่มีอะไร และก่อนหน้าหนึ่งวัน ก็พา เบนซ์ ไปงานด้วย เพราะไม่อยากให้น้องอยู่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม บอล ได้ระบุว่า ในวันเกิดเหตุได้ พยายามขึ้นไปช่วยถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สามารถช่วยได้ สิ่งแรก ผมจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ถ้าจะเลิกก็แค่เดินไปบอกเลิกมั้ย ไม่มีเหตุผมต้องทำ ผมมีพ่ออยู่ข้างล่าง มีเอกสาร งานสำคัญในห้องจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องเผาบ้านเพื่อฆาตรกรรมใคร

เมื่อถามว่า เคยพูดว่าจะเผาเสื้อผ้าของแฟนเก่านั้น บอล บางแก้ว กล่าวว่า ผมไม่เคยเผาอะไรทั้งนั้น เคยมีแค่น้องมาที่บ้าน ผมบอกว่า พี่ไม่เก็บอะไรเลย ถ้าไม่ชอบอะไรให้เอาไปเผาเลยเท่านั้น

โดยท้ายรายการ บอล กล่าวว่า ก่อนอื่นขอโทษครอบครัวเบนซ์ ที่ต้องสูญเสีย ผมก็สูญเสียคนรักเช่นเดียวกัน”บอล บางแก้ว กล่าวและร้องไห้ออกมากลางรายการ

 

 

ล่าสุดทาง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการยื่นขอช่วยคดีน้องเบนซ์เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ภายในบ้านของอดีตนักร้องวงบางแก้ว ชี้ การตายเป็นการฆาตรกรรมอำพราง  พร้อมยืนยันมีหลักฐานเด็ด

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย