สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมอบกระเช้าพระราชทาน ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ อดีตผู้ว่าฯตัวอย่าง ดำรงชีวิตด้วยหัวใจพอเพียง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมอบกระเช้าพระราชทาน "ดร.ปรีชา เรืองจันทร์" อดีตผู้ว่าฯตัวอย่าง ดำรงชีวิตด้วยหัวใจพอเพียง

Publish 2018-12-21 17:43:55


นับว่าเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะปรับเปลี่ยน หันมาใช้วิถีชีวิตบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง เหมือนกับบุคคลสำคัญท่านนี้ "ดร.ปรีชา เรืองจันทร์" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร 



 

เดิมท่านเป็นลูกชาวนา และได้ถอดหัวโขนในตำแหน่งพ่อเมืองหลายจังหวัด เช่น พิจิตร, ภูเก็ต, นครสวรรค์ และพิษณุโลก หันมาใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็นชาวนา ชาวสวน ที่บ้านเกิดในต.คลองคะเชนทร์ อ.เมือง จ.พิจิตร กับนางปิยธิดา เรืองจันทร์ ภริยา ที่สร้างในพื้นที่เกือบ 1 ไร่ และด้วยคุณความดีที่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้มีผู้คนนับถือ และยกย่องให้เป็นต้นแบบของการใช้วิถีชีวิตบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง
 



และในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตรี กัลย์สรรค์ จันทรเสน เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญพระราชกระแสชมเชย และมอบกระเช้าพระราชทาน มอบให้แก่ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติดี เป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชนด้านเศรษฐกิจพอเพียง นำมาซึ่งความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

 

 


ทั้งนี้ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นชาวพิจิตรโดยกำเนิด จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 ที่โรงเรียนวัดหนองกอไผ่ อำเภอบางมูลนาก และระดับประถมศึกษาปีที่ 4-7 ที่โรงเรียนชุมแสงวิทยา อำเภอชุมแสง ระดับมัธยมศึกษา ม.1-ม.5 สอบเทียบกระทรวงศึกษาธิการ ระดับปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิติศาสตรบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระดับปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาเอกที่ประเทศฟิลิปปินส์

 

จากนั้นได้เริ่มรับราชการสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ชีวิตการรับราชการก้าวหน้ามาโดยตลอด จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

 

ตลอดชีวิตการรับราชการได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว และขยายผลให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดย ผู้ว่าฯ ปรีชาเป็นแบบอย่างแห่งการดำรงตนพอเพียงจนถึงทุกวันนี้ ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประกอบอาชีพโดยใช้พื้นที่รอบบ้านพักของตนเอง ทำเกษตรผสมสานไร่นาส่วนผสมต่างๆ จนเป็นแหล่งเรียนรู้และบุคคลต้นแบบตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

ได้ใช้ชีวิตกับนางปิยธิดา เรืองจันทร์ ภรรยา บนที่ดินที่สร้างบนพื้นที่เกือบ 1 ไร่  ต่อมาเมื่อมีชาวบ้านมาเสนอขายที่ดินให้ จึงซื้อรวบรวมไว้ ทั้งหมดประมาณ 33 ไร่ พอว่างจากงานหลักก็กลับมาปลูกต้นไม้รอบบ้านพัก แล้วแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน โดยโซนแรกเป็นป่าปล่อย ตามแนวพระราชดำริของในหลวง ปล่อยไว้ให้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องไปตัดไปรังแก มีทั้งเถาวัลย์ ต้นไม้ใหญ่ต้นไม้เล็ก เขาจะต่อสู้กันเอง โซนที่ 2 เป็นป่าปลูก อยากได้ไม้อะไรก็ไปปลูก ส่วนใหญ่เป็นไม้ป่า เช่น ไม้ยาง, ไม้สัก, ไม้พะยูง, ไม้มะค่าโมง ฯลฯ โซนที่ 3 เป็นไม้ดอก, ไม้ประดับ ส่วนใหญ่เป็นไม้หอม เนื่องจากเป็นคนชอบไม้หอม


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล