โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่ ยกระดับใช้กระท่อม - กัญชาเพื่อการแพทย์

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ยาเสพติดใหม่ ยกระดับใช้กระท่อม - กัญชาเพื่อการแพทย์

Publish 2019-02-19 10:47:54


จากกรณีที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งมีทั้งสิ้น 28 มาตรา โดยมีสาระสำคัญ คือ ให้สามารถนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดประเภท 5 ได้ในกรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ทางราชการ โดยได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต เพื่อกรณียกเว้นให้มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครอง ไม่เกินจำนวนที่จำเป็น



โดยสำหรับการใช้รักษาโรคเฉพาะ หรือสำหรับใช้ในการปฐมพยาบาล หรือกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เพิ่มเติมให้ใช้ยาเสพติดประเภท 5 ได้ หากกระทำเพื่อการรักษาโรค ตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะ หรือเพื่อการศึกษาวิจัย กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตสามารถจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้ เฉพาะสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น

 

 

จากรายงานเผยว่าไม่มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติติดใจในมาตราที่มีการแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งที่สุดแล้วที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียง 166 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย พร้อมเห็นชอบข้อสังเกตของกรรมาธิการและจะจัดส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ใกล้ความจริง! สนช.ผ่านร่าง ปลดล็อค "กัญชา-กระท่อม" เพื่อใช้ในการแพทย์ ก่อนส่ง ครม. ให้พิจารณาต่อไป



ล่าสุดได้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 โดยระบุว่า  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ 

 

 


เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องตามหลักสากล ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ขึ้นไว้ และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 


นอกจากนี้ ในพ.ร.บ.ดังกล่าวระบุถึงเหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบางบัญญัติที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ปรากฏผลการวิจัยว่าสารสกัดจากกัญชาและพืชกระท่อมมีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 กัญชาและพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดเสพหรือนำไปใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยหรือนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และยังกำหนดโทษทั้งผู้เสพและผู้ครอบครองด้วย 

 


ดังนั้นเพื่อเป็นการรับรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับและใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยาของประเทศ และป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดทางด้านยา สมควรแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522  เพื่อเปิดโอกาสให้นำกัญชาและพืชกระท่อมไปทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และใช้รักษาโรคภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ได้

 


อย่างไรก็ตาม สำหรับสาระสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การกำหนดให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายกแพทยสภา นายกสภาการแพทย์แผนไทย และนายกสภาเภสัชกรรม เป็นกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษด้วย เฉพาะในวาระที่เกี่ยวกับกัญชาและพืชกระท่อม  

 

 

 

รวมถึงมาตรา 20 ที่บัญญัติภายในระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดฯ ประเมินผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีกัญชาและพืชกระท่อมไว้ในครอบครองทุก 6 เดือน ขณะที่มาตรา 21 ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ การขอรับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกเฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือการรักษาผู้ป่วย ให้อนุญาตได้เฉพาะกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

 

 

หากผู้ใดที่มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษโดยจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ แต่ถ้ากรณีที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้กัญชานั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลาย

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-สนช.ลงมติเอกฉันท์ปลดล็อก "กัญชา-กระท่อม" เพื่อการแพทย์ ให้ป.ป.ส.จัดโซนนิ่งเพาะปลูก
-คุณตา 2 พี่น้อง อาศัยกระท่อมเล็กๆอยู่ ผู้เป็นพี่ป่วยอัมพฤกษ์ ต้องดูแลตลอด มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุ "ประทังชีวิต" วิงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์